หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน•ตอนที่ 2

หมากแรกบนกระดานเก่า

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
กลิ่นอายของกระดาษสาเก่าเก็บและหมึกจีนราคาถูกคละคลุ้งอยู่ในความเงียบงันของห้องทำงานทึบแสง แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันวับแวมสั่นไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านบานหน้าต่างไม้สักแกะสลัก รตินธรยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าตู้เอกสารเหล็กสีเขียวมะกอก ร่างโปร่งในชุดสูทสีกรมท่าเข้มไม่ได้สั่นเทาด้วยความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมถุงมือหนังสีดำกลับเคลื่อนไหวด้วยความเยือกเย็น ราวกับจิตรกรกำลังบรรจงจรดพู่กันลงบนผืนผ้าใบแห่งความตาย ในอดีต ณ ห้วงเวลาที่ถูกเผาผลาญด้วยเปลวเพลิงแห่งความอยุติธรรม เอกสารชุดนี้คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ถูกปลอมลายมือชื่อของเขา เพื่อโยนความผิดในคดีทุจริตหมื่นล้านให้กลายเป็นแพะรับบาปที่ไม่มีวันได้ผุดได้เกิด อัครเดช ศัตรูผู้สวมหน้ากากนักบุญใจบุญ ไว้วางใจให้คนสนิทนำแฟ้มนี้มาซ่อนไว้ในห้องเก็บเอกสารลับของสำนักงานกฎหมาย ก่อนจะแจ้งตำรวจเข้าตรวจค้นในอีกสามวันถัดมา แต่นั่นมันคืออดีต... อดีตที่รตินธรได้ตายไปพร้อมกับความชอกช้ำระกำใจ "คุณรตินธรคะ เอกสารสรุปคดีของบริษัทอสังหาฯ ล็อตใหม่ทางฝ่ายบัญชีส่งมาให้ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วค่ะ จะให้วางไว้บนโต๊ะเลยไหมคะ" เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงหวานใสของพนักงานสาวหน้าห้อง ทว่าแววตาของรตินธรที่สะท้อนอยู่ในกระจกเงากลับไหววูบด้วยความคมกริบ เขารู้ดีว่าเวลามีจำกัด เสียงฝีเท้าที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้ไม่ได้มีแค่เสมียนสาวผู้หวังดี แต่เป็นเงาหัวหน้าฝ่ายบุคคลที่อัครเดชส่งมาสอดส่องความเคลื่อนไหว "ยังไม่ต้องวางครับ... อ้อ หมายถึง เอาวางไว้ตรงนั้นได้เลยครับ เดี๋ยวผมจัดการต่อเอง" รตินธรเกือบหลุดสำนวนบุรุษเพศที่ติดปากจากชาติก่อน เขารีบปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบและนุ่มนวลขึ้นตามวิสัยที่ควรจะเป็น เมื่อเสียงฝีเท้าเบื้องนอกเงียบหายไป รตินธรไม่รอช้า มือข้างที่ถือไฟแช็กโลหะสีเงินสลักลายวิจิตรถูกดีดเปิดฝา เปลวไฟสีฟ้าครามลุกโชนขึ้นสะท้อนกับนัยน์ตาสีดำสนิทที่ไร้ซึ่งความปราณี เขาไม่ได้ทำลายหลักฐานด้วยการเผามันในห้องนี้ให้เกิดควันและกลิ่นน่าสงสัย แต่เขากลับหยิบกระดาษทุกแผ่นที่ระบุชื่อและลายเซ็นปลอมของตนเองออกมาทีละแผ่น บรรจงฉีกมันออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ก่อนจะหย่อนลงในเครื่องทำลายเอกสารแบบตัดย่อยละเอียดที่ส่งเสียงคำรามเบาๆ ราวกับสัตว์ร้ายกำลังกลืนกินหลักฐานชิ้นเอกที่ศัตรูภาคภูมิใจ ทุกๆ การเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความงดงามและเด็ดเดี่ยว ดุจดั่งท่วงทำนองเพลงวอลทซ์แห่งการแก้แค้น "คิดจะใช้กระดาษไม่กี่แผ่นปิดฟ้าด้วยฝ่ามืออย่างนั้นหรือคะ อัครเดช... เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น" รตินธรพึมพำกับตัวเองเบื้องหน้าเศษกระดาษที่กลายเป็นจุล ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะกวาดเศษซากความพินาศครั้งนี้ลงถุงดำ เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอีกครั้ง—สามครั้งอย่างหนักแน่นและไร้ซึ่งมารยาท บานประตูไม้ถูกผลักเปิดออกโดยไม่รออนุญาต ร่างสูงใหญ่ของทนายความรุ่นพี่ผู้เป็นมือขวาคนสนิทของอัครเดชก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก "ดึกดื่นค่ำคืนป่านนี้แล้ว น้องรตินธรยังขยันขันแข็งตรวจสำนวนคดีใหม่อยู่หรือครับ... หรือว่ากำลังรีบทำลายหลักฐานอะไรบางอย่างอยู่กันแน่?" รตินธรค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย รอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนเรียวปากช่างเยือกเย็นเสียจนทนายรุ่นพี่ถึงกับผะผ่าวที่สันหลังวาบ แววตาของอดีตทนายความมือหนึ่งในร่างใหม่นี้ไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงประกายแห่งความสนุกสนานของนักล่าที่มองเหยื่อเดินเข้าสู่กับดัก ก่อนที่บทสนทนาเชือดเฉือนจะทันได้เริ่มต้นขึ้น เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรตินธรก็แผדเสียงกังวานขึ้น หน้าจอเรืองแสงปรากฏชื่อสายเรียกเข้าที่ทำเอาทนายรุ่นพี่ถึงกับหน้าถอดสี—มันคือเบอร์ตรงจากห้องทำงานส่วนตัวของอัครเดชเอง รตินธรปรายตามองหน้าจอนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนนิ้วรับสายโดยละสายตาจากผู้มาเยือนไม่ได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว "ท่านประธานโทรมาดึกดื่นเช่นนี้ มีบัญชาอันใดหรือคะ... หรือว่ากำลังร้อนใจเรื่องเอกสารที่ท่านสั่งให้คนเอามาซ่อนไว้กันแน่?" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลามากับความแค้นครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%