กลิ่นอับชื้นของกระดาษเอกสารราคาแพงและคราบหมึกซึมบนโต๊ะไม้มะฮอกกานีแท้ คือสิ่งแรกที่ปลุกประสาทสัมผัสของรตินธรให้ตื่นขึ้นจากความมืดมิดอันยาวนาน
ไม่ใช่กลิ่นอับของห้องขังใต้ดินที่ชุ่มโชกด้วยหยาดน้ำตาและเลือดเนื้อของตนเอง ไม่ใช่ความหนาบดบังของความตายที่เคยแผดเผาร่างกายจนไหม้เกรียมเป็นจุลในคืนเพลิงผลาญเมื่อสามปีก่อน
นิ้วเรียวยาวที่เคยด้านชาและไร้เรี่ยวแรง บัดนี้กลับมากำปากกาหมึกซึมทองคำแท้ได้อย่างมั่นคง น้ำหนักของโลหะมีค่าที่กดทับลงบนฝ่ามือช่างชัดเจนเสียจนหัวใจของอดีตทนายความหนุ่มกระตุกวาบ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสี่สิบของสำนักงานกฎหมายชั้นนำ แสงไฟนีออนสีนวลจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบปฏิทินตั้งโต๊ะหนังแท้ ตัวเลขสีทองเด่นชัดบนแผ่นกระดาษระบุวันที่... ย้อนกลับไปสามวันก่อนวันที่เขาจะถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกรและผู้ทรยศต่อองค์กร
สามวันที่เขาจะสูญเสียทุกอย่าง ทั้งเกียรติยศ อิสรภาพ และลมหายใจ
"คุณรตินธรคะ แฟ้มคดีของบริษัทสยามโกลบอลกรุ๊ปที่ท่านอัครเดชต้องการใช้ประกอบการประชุมพรุ่งนี้เช้า ดิฉันจัดเตรียมเรียบร้อยแล้วค่ะ วางไว้ตรงนี้นะคะ"
เสียงหวานใสแต่แฝงความเร่งรีบของเลขานุการสาวดังขึ้น พร้อมกับเสียงวางแฟ้มหนังสีดำสนิทลงบนมุมโต๊ะ
รตินธรชะงักค้าง ปลายปากกาหยุดนิ่งสนิทบนกระดาษ สติสัมปชัญญะที่แตกซ่านค่อยๆ หลอมรวมกลับเข้าที่ ภาพของหญิงสาวตรงหน้าซ้อนทับกับความทรงจำอันเจ็บปวด เธอก็คือหนึ่งในเฟืองจักรที่ถูกซื้อตัวด้วยเงินตรามหาศาล เพื่อลอบสลับเอกสารสำคัญในค่ำคืนนี้ เอกสารที่เป็นหลักฐานมัดตัวเขาให้กลายเป็นแพะรับบาปในคดีฉ้อโกงระดับชาติ
ชายหนุ่มไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันที เขายังคงรักษาจังหวะการหายใจให้สม่ำเสมอ ปล่อยให้ความเงียบงันภายในห้องทำงานแผ่ขยายความกดดันจนหญิงสาวเริ่มขยับตัวด้วยความอึดอัด
"มี... มีอะไรผิดพลาดหรือเปล่าคะคุณรตินธร สีหน้าท่านดูไม่ค่อยดีเลย" เสียงของเธอลดระดับลง เจือความหวาดระแวงเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด
รตินธรค่อยๆ วางปากกาลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา เสียงกระทบกันของวัตถุเนื้อแข็งช่างก้องกังวานในความเงียบ เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีความงงงันหรือตื่นตระหนกหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลกและความล้ำลึกที่ยากจะหยั่งถึง ซึ่งอาบไล้ด้วยประกายแห่งเพลิงแค้นที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความนิ่งสงบ
"เปล่าหรอก... แค่กำลังคิดว่า เอกสารชุดที่คุณถือเข้ามาเมื่อครู่ กับเอกสารฉบับจริงที่อยู่ในตู้เซฟนิรภัยของฉัน อันไหนจะมีกลิ่นอายของความโลภที่หอมหวานกว่ากัน"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยออกมาอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกถ้อยคำกลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำผึ้ง ร่างบางของเลขานุการสาวสะดุ้งสุดตัว สีหน้าเผือดสีลงทันตาเห็น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกราวกับเห็นผีสางในยามวิกาล
"คะ... คุณรตินธรพูดเรื่องอะไรหรือคะ ดิฉันไม่เข้าใจ..." เธอพยายามฝืนยิ้มกลบเกลื่อน แต่ริมฝีปากกลับสั่นระริกจนควบคุมไม่อยู่
รตินธรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายในชุดสูทตัดเย็บอย่างประณีตส่งเสริมให้เขามีสง่าราศีและน่าเกรงขามยิ่งกว่าเดิม เขาก้าวเท้าช้าๆ เดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาใกล้เธอทีละก้าว ทีละก้าว เสียงรองหนังกระทบพื้นพรมหนานุ่มดังตุบๆ ราวกับเสียงนาฬิกามรณะที่กำลังนับถอยหลังลมหายใจของคนทรยศ
"ไม่เข้าใจอย่างนั้นหรือ?" รตินธรหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างเพียงแค่ก้าวเดียวทำให้เธอต้องถอยหลัง1ก้าวโดยอัตโนมัติ จนแผ่นหลังชนเข้ากับบานประตูกระจกฝ้า "น่าเสียดายนะ... ที่ความทรงจำของฉันมันชัดเจนเสียยิ่งกว่าภาพถ่ายในสูจิบัตรเสียอีก ฉันจำได้แม่นยำว่าในอีกสัปดาห์ต่อมา ครอบครัวของคุณเพิ่งจะซื้อบ้านหลังใหม่ในย่านชานเมืองด้วยเงินสดก้อนโต... เงินจำนวนนั้น มาจากบัญชีลับของใครกันล่ะ หืม?"
ใบหน้าของเลขาฯ สาวซีดเผือดไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผาก มือเรียวที่กำแฟ้มเอกสารสั่นเทาจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ ความลับที่ถูกซ่อนไว้ในมุมมืดถูกขุดคุ้ยขึ้นมากลางแสงสว่างอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้เธอสูญเสียการควบคุมสิ้นเชิง
"คุณ... คุณรู้ได้อย่างไร..." เสียงกระซิบหลุดออกมาจากลำคอที่แห้งผาก
รตินธรโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยอำนาจมืดที่กดทับจนเธอแทบหายใจไม่ออก
"จำไว้... หมากทุกตัวบนกระดานนี้ เคยคิดจะฆ่าฉันให้ตายในชาติก่อน ชาตินี้... ฉันจะเป็นคนกำหนดลมหายใจของพวกมันเอง เริ่มจากเธอก่อนดีไหม?"
ก่อนที่หญิงสาวจะได้กรีดร้องหรือคุกเข่าลงขอชีวิต ประตูห้องทำงานไม้สักทองบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างสูงโปรสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษของ 'อัครเดช' ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก ดวงตาดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองทั้งสองคนด้วยความแปลกใจระคนสงสัย
"ดูท่าทางห้องทำงานของนายจะคึกคักเสียจริงนะ รตินธร... หรือว่ากำลังตกลงเรื่อง 'แผนการใหญ่' ที่เราคุยกันไว้เมื่อวันก่อน?" อัครเดชเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงด้วยการกดดันและคุกคามอย่างเปิดเผย พร้อมกับก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง โดยมีแฟ้มเอกสารลับสุดยอดในมือซ้าย ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะพลิกเกมทั้งหมด...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาไปกับความแค้นครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ
หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน•ตอนที่ 1
รอยเท้าในเปลวเพลิง
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!