หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน•ตอนที่ 5

กระสุนที่ไร้เสียง

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
กลิ่นอายของกระดาษสาเก่าเก็บเคล้ากับความชื้นยามราตรีในห้องทำงานลับชั้นใต้ดินของสำนักงานกฎหมายใหญ่ ให้ความรู้สึกราวกับกลิ่นอายของโลงศพที่ถูกปิดตาย รตินธรยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะไม้สักทอง ปลายนายนิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือหนังสีดำสนิทกำลังไล้ไปตามสันแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้ม แฟ้มแล้วแฟ้มเล่า... แต่ละแฟ้มคือหยดเลือดและคราบน้ำตาของตระกูลที่ถูกอัครเดชเหยียบย่ำในอดีตชาติ ทว่าในชาตินี้ ทุกตัวอักษรบนกระดาษเหล่านี้หาใช่เพียงบันทึกทางบัญชี หากแต่มันคือคมมีดอาบยาพิษที่เธอจงใจลับให้คมกริบ เพื่อรอเวลาปักลงกลางหัวใจของศัตรู "คุณรตินธรคะ ทุกอย่างเรียบร้อยตามแผนค่ะ เอกสารบัญชีลับของบริษัทในเครือเดชอนันต์โฮลดิ้งถูกคัดลอกลงในฮาร์ดไดรฟ์ตัวนี้เรียบร้อยแล้ว และ... 'คนสนิท' ของท่านอัครเดชกำลังเดินทางมาที่นี่ตามนัดหมายค่ะ" เสียงหวานเจือความเคร่งขรึมของนลินดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง อัยการสาวในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มกำลังยืนกอดอกพิงผนัง ปลายตาคมกริบมองลอดผ่านความสลัวของแสงไฟสתดดวงเดียว ท่าทางของเธอเยือกเย็นและมั่นคงราวกับหินผา รตินธรไม่ตอบรับด้วยคำพูด เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่งดงามทว่าเย็นชาจนน่าขนลุก—ก่อนจะวางแฟ้มเอกสารฉบับสำคัญที่สุดลงบนกึ่งกลางโต๊ะ "ปล่อยให้เขาเข้ามาค่ะ นลิน..." เสียงของรตินธรแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในความเงียบงัน "คนทรยศที่กินบนเรือนขี้รดบนหลังคาอย่าง 'ธนادร' สมควรได้รับรู้ว่า การตกจากจุดสูงสุดลงสู่เหวลึก มันหนתาวเหน็บเพียงใด" *แอ๊ด...* บานประตูไม้เนื้อหนาถูกผลักเปิดออกอย่างเชื่องช้า เสียงบานพับที่ขาดการหล่อลื่นกรีดร้องแหลมเล็กในอากาศ ธนดร มือขวาคนสนิทผู้กุมความลับทั้งหมดของอัครเดชก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเร่งรีบ ใบหน้าของชายวัยกลางคนชุ่มไปด้วยเหงื่อแม้ในห้องติดแอร์เย็นเฉียบ สายตากวาดมองไปรอบห้องอย่างหวาดระแวง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างโปร่งระหงของรตินธรที่ยืนรออยู่ "คุณรตินธร! คุณบ้าไปแล้วหรือไงถึงนัดผมมาที่นี่เวลานี้ ถ้าท่านอัครเดชรู้เข้า—" ธนดรโพล่งขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พยายามปกปิดความตื่นตระหนกด้วยการใช้อำนาจเจ้านายมาข่มขู่ "ถ้าท่านอัครเดชรู้... คุณคิดว่าระหว่างเอกสารชุดนี้ กับหัวบนบ่าของคุณ อะไรจะหลุดออกจากตัวก่อนกันคะ?" รตินธรตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอไม่ได้หันไปมองเขาด้วยซ้ำ ทำเพียงแค่หยิบถ้วยชาอุ่นขึ้นจิบอย่างใจ ธนดรสะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นแฟ้มเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะ ใบหน้าของเขาซีดเผือดลงทันตาเห็นราวกับคนไร้เลือด "น...นั่นมันอะไร คุณเอามาจากไหน..." "บัญชีลับการยักยอกเงินสามร้อยล้าน การฟอกเงินผ่านบริษัทบังหน้า และรายชื่อเจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกติดสินบน... ทุกตัวเลขมีลายเซ็นของคุณกำกับไว้อย่างชัดเจนค่ะ ธนดร" รตินธรวางถ้วยชาลงบนจานรองอย่างนุ่มนวล เสียงกระทบกันเบาๆ ดังก้องกังวานในโสตประสาทของอีกฝ่ายราวกับเสียงฆ้องประหารชีวิต นลินก้าวเท้าออกมาจากเงามืด เธอยื่นแท็บเล็ตเครื่องหนึ่งไปตรงหน้าธนดร บนหน้าจอแสดงภาพกล้องวงจรปิดและเส้นทางการเงินที่ถูกส่งตรงไปยัง ปปง. และสำนักงานอัยการสูงสุดเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสกด 'ยืนยันการส่ง' เท่านั้น ทุกอย่างก็จะกลายเป็นคดีอาญาแผ่นดินที่ไม่สามารถไกล่เกลี่ยได้ "คุณรตินธร! คุณต้องการอะไร..." ธนดรทรรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นพรม ศักดิ์ศรีจอมปลอมมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความหวาดกลัวต่อความตายและความพินาศที่จะมาถึง มือสั่นเทาเอื้อมหมายจะควชายเสื้อของหญิงสาว ทว่ารตินธรกลับถอยหลังหลบอย่างรังเกียจ ราวกับกลัวว่าความสกปรกของอีกฝ่ายจะแปดเปื้อนชุดสูทราคาแพง "ฉันไม่ได้ต้องการเงินของคุณค่ะ ธนดร เพราะเงินสกปรกพวกนั้น ฉันจะยึดเข้าหลวงให้หมดอยู่แล้ว" รตินธรโน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาคมปลาบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ฉายแววตื่นตระหนกของชายตรงหน้า "สิ่งที่ฉันต้องการมีเพียงอย่างเดียว... คำสารภาพ" "สารภาพ? สารภาพอะไร!" "สารภาพว่าใครเป็นคนบงการให้เผาโรงงานของตระกูลฉันเมื่อสิบปีก่อน และใครคือฆาตกรตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังความตายของพ่อแม่ฉัน" น้ำเสียงของรตินธรแม้จะนุ่มนวล แต่กลับแฝงด้วยไอสังหารที่เข้มข้นจนธนดรแทบหยุดหายใจ ธนดรตัวสั่นเทา เหงื่อกาฬไหลหยดลงตามกรอบหน้า ความลับที่เขาเก็บงำไว้เพื่อแลกกับความร่ำรวยกำลังจะถูกกระชากออกมากลางแสงสว่าง หากเขาปริปากพูด อัครเดชไม่มีวันปล่อยเขาไว้แน่ แต่ถ้าเขาไม่พูด... สิทธิ์ที่จะได้มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ก็คงสิ้นสุดลงในคืนนี้เช่นกัน "ผม... ผมไม่รู้... ท่านอัครเดชท่าน—" "กระสุนที่ไร้เสียงที่สุด ธนดร..." รตินธรขัดขึ้นด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "ไม่ใช่กระสุนที่ออกจากกระบอกปืนเก็บเสียงหรอกค่ะ แต่มันคือ 'หลักฐาน' ที่ฆ่าคนได้โดยที่เหยื่อยังไม่ทันรู้ตัวว่าถูกยิง... และตอนนี้ คุณกำลังยืนอยู่ท่าจนมุมของกระสุนนัดนั้น" นลินยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูช้าๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "เวลาของคุณหมดลงแล้วค่ะ คุณธนดร... สาม สอง..." "เดี๋ยวก่อน! ผมพูด! ผมจะพูดทุกอย่าง!" ธนดรแผดเสียงลั่นด้วยความสติแตก ความกดดันที่ถาโถมเข้าใส่ทำให้เขาพังทลายลงในที่สุด "เป็นท่าน... เป็นท่านอัครเดชที่สั่งให้ผมเอาวัตถุระเบิดไปวาง! ท่านต้องการฮุบที่ดินและสิทธิบัตรงานวิจัยทั้งหมด! ผมมีหลักฐาน! เสียงบันทึกคำสั่งของท่านผมเก็บไว้ในมือถือเครื่องนี้!" ชายวัยกลางคนรีบคว2ควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทอย่างลนลาน ยื่นส่งให้รตินธรด้วยมือที่สั่นเทา รตินธรรับมันมา ปลายนิ้วสัมผัสหน้าจอเพื่อกดเปิดไฟล์เสียงด้วยหัวใจที่เต้นระรัว ความแค้นที่สุมอกมานานนับปีใกล้จะได้รับการชำระสะล้าง ทว่า... ในวินาทีที่ไฟล์เสียงกำลังจะเล่นนั้นเอง เสียงฝีเท้ารatวเร็วและหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงานลับ ราวกับมีกองกำลังติดอาวุธบุกเข้ามาโอบล้อมสถานที่แห่งนี้ไว้ทั้งหมดแล้ว! ดวงตาของนลินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ผิดวิสัยอัยการสาวผู้เยือกเย็น เธอกระชากปืนพกออกจากซองใต้สูททันที "รตินธร ระวัง! พวกมันมาเร็วกว่าที่คาดไว้..." ประตูกระจกนิรภัยด้านนอกแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยแรงระเบิด เสียงกริ๊ดของความโกลาหลและกลิ่นควันปืนตลบอบอวล ทว่าสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของรตินธรต้องสะดุดกึก ไม่ใช่เพราะการบุกรุกของสมุนอัครเดช... แต่เป็นเงาร่างสูงโปรดของใครบางคนที่ก้าวข้ามผ่านกลุ่มควันเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเยارเยาะที่เธอคุ้นเคยดีจากในอดีตชาติ—บุคคลที่ควรจะอยู่ห่างไกลจากที่นี่นับร้อยกิโลเมตรในเวลานี้! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลามากับความแค้นครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%