กลิ่นอายของชาดอกหมื่นลี้ที่ลอยกรุ่นอยู่เหนือโต๊ะไม้สักทอง ยามนี้กลับมิได้ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย หากแต่เจือไว้ด้วยไอเย็นยะเยือกของความตายที่ถูกปรุงแต่งขึ้นอย่างประณีต
รตินธรวางถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ลงบนจานรองอย่างเชื่องช้า เสียงกระทบกันเบาหวิวดั่งเสียงถอนหายใจของภูตพรายในยามวิกาล ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมทอดมองเงาสะท้อนของตนเองบนผิวน้ำชา นัยน์ตาคู่นั้นมิได้สะท้อนภาพของอดีตทนายความผู้เคยพ่ายแพ้ต่ออำนาจมืดอีกต่อไป ทว่ามันคือภาพของนักล่าผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของเกมกระดาน ซึ่งกำลังเฝ้ารอเวลาให้เหยื่อเดินเข้ามาติดกับดักที่ตนบรรจงร้อยเรียงขึ้นทีละน้อย
"คุณรตินธรคะ ทางฝั่งของบริษัทเคหะอนันต์เริ่มเคลื่อนไหวแล้วค่ะ"
นลินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของอัยการสาวราบเรียบและเต็มไปด้วยความระแวดระวัง เธอนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ร่างเพรียวบางในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มสะท้อนความเฉียบคมและน่าเกรงขาม ปลายนิ้วเรียวยาวเลื่อนแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทมาตรงหน้าชายหนุ่ม "หลังจากที่เราปล่อยข่าวลือเรื่องการทุจริตในโครงการประมูลที่ดินล็อตใหญ่เมื่อวานนี้ อัครเดชก็เรียกประชุมด่วนคณะผู้บริหารในทันที ดูเหมือนว่าความระแวงจะเริ่มกัดกินกลุ่มคนเหล่านั้นเร็วกว่าที่เราคาดการณ์ไว้เสียอีกนะคะ"
รตินธรไม่ตอบในทันที เขายกมือขึ้นปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากอย่างใจเย็น รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก—รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันแต่กลับงดงามราวกับงานศิลป์ชั้นครู
"ความโลภและความหวาดกลัวมักเป็นสหายสนิทกันเสมอค่ะคุณนลิน" รตินธรเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม หากแต่เย็นเยียบจนคนฟังต้องลอบกลืนน้ำลาย "อัครเดชเป็นคนฉลาด รอบจัด และมองคนเป็นเพียงหมากในเกม แต่นั่นแหละคือจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของเขา... คนที่เชื่อมั่นในอำนาจเงินและการควบคุมเบ็ดเสร็จ ย่อมไม่มีวันเข้าใจว่า 'ความไม่ไว้วางใจ' ระหว่างพันธมิตร สามารถเติบโตได้รวดเร็วยิ่งกว่าดอกเห็ดในฤดูฝนเสียอีก"
"คุณหมายถึง..." นลินหรี่ตาลงเล็กน้อย สมองอันเฉียบแหลมของอัยการสาวเริ่มประมวลผลตามแผนการที่ชายหนุ่มวางไว้
"ใช่ค่ะ เราไม่ได้ต้องการทำลายพวกเขาด้วยหลักฐานทางกฎหมายในตอนนี้..." รตินธรโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดกระทบใบหน้าด้านหนึ่ง เกิดเป็นเงาทอดลึกที่ชวนให้นึกถึงเสือร้ายในยามค่ำคืน "แต่เรากำลังจะทำให้พวกมันกินเนื้อพวกเดียวกันเอง ข่าวลือเรื่องการยักยอกเงินกองทุนลับเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ความจริงที่ว่า 'มีหนอนกระเทือนบัลลังก์' ซ่อนอยู่ภายในต่างหาก คือภาพสะท้อนในกระจกที่จะทำให้อัครเดชหันไปหวาดระแวงแม้กระทั่งเงาของตัวเอง"
ในห้องทำงานส่วนตัวที่โอ่อ่าและหรูหราของตึกระฟ้าใจกลางเมือง บรรยากาศยามค่ำคืนมิได้เงียบสงบอย่างที่ควรจะเป็น
อัครเดชกำปากกาหมึกซึมราคาแพงในมือแน่นจนข้อต่อปลายนิ้วขึ้นสีขาวซีด สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องมองรายงานการตรวจสอบภายในที่เพิ่งถูกส่งมาบนโต๊ะทำงาน ตัวเลขส่วนต่างที่หายไปนับร้อยล้านไม่ใช่เรื่องใหญ่เท่ากับ 'ร่องรอย' ที่ชี้ชัดว่า มีคนในระดับบริหารเป็นผู้เปิดทางให้ตรวจสอบ
"ใคร..." เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดออกมาจากลำคอของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล ดวงตาคมกวาดมองผู้ช่วยคนสนิทและรองประธานบริษัทอีกสองคนที่ยืนตัวสั่นอยู่เบื้องหน้า "ในพวกแก... ใครเป็นคนขายข่าวให้ทางสำนักงานอัยการ?"
"ท่านประธานครับ! พวกผมไม่มีทาง..." รองประธานคนสนิทรีบละล่ำละลักแก้ตัว ใบหน้าอาบชุ่มไปด้วยเหงื่อกาฬ
"เงียบ!" อัครเดชตบโต๊ะเสียงดังสนั่นจนแก้วกาแฟสะเทือน ดวงตาดุดจดจ้องไปยังทุกคนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "พวกแกทุกคนต่างก็รู้เรื่องบัญชีลับนี้ดี มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เข้าถึงรหัสผ่านได้... ถ้าไม่ใช่แก แล้วจะเป็นใครวะ!"
ความระแวงเข้าเกาะกุมจิตใจของทุกคนในห้องทันที สายตาที่เคยประสานกันด้วยผลประโยชน์ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความหวาดระแวง สงสัย และพร้อมที่จะแทงข้างหลังกันได้ทุกเมื่อ อัครเดชหรี่ตามองลูกน้องทีละคน ความคิดในหัวหมุนวนด้วยความเกรี้ยวกราด—เขาไม่ไว้ใจใครอีกแล้ว และนั่นคือสิ่งที่รตินธรต้องการ
ณ อีกมุมหนึ่งของเมือง รตินธรมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสของคาเฟ่ริมถนน ทอดสายตาไปยังแสงไฟระยิบระยับของตึกสูงใหญ่เบื้องหน้า มือขวายังคงถือถ้วยชาที่เย็นชืดลงแล้ว
"หมากตัวแรกเดินไปตกในช่องที่ข้าพเจ้ากำหนดไว้แล้วค่ะ" รตินธรเอמהยพึมพำกับตัวเองเบื้องหน้ากระจกเงาที่สะท้อนภาพใบหน้าอันเรียบเฉยแต่แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว
ทว่า ในขณะที่รตินธรกำลังจะหันกลับมาสั่งการขั้นต่อไป เสียงข้อความแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
*ติ๊ง*
รตินธรก้มลงมองหน้าจอ ปรากฏภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดภายในห้องทำงานของอัครเดช ซึ่งถูกส่งมาจากเบอร์แปลกปลอมที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้ ภาพนั้นแสดงให้เห็นอัครเดชกำลังชักปืนพกสั้นออกมาจากลิ้นชักโต๊ะทำงานด้วยแววตาคลุ้มคลั่ง พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ส่งตามมาติดๆ ว่า:
*"ระวังตัวไว้... คนที่นายกำลังเล่นด้วยไม่ได้มีแค่หมากบนกระดาน แต่เขารู้จักแม้กระทั่งเงาในอดีตของนาย... รตินธร"*
ลมหายใจของอดีตทนายความสะดุดไปชั่วขณะ ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน รตินธรหันขวับกลับไปมองกระจกใสสะท้อนเงาของร้านกาแฟอีกครั้ง—แต่ในเงาสะท้อนนั้น กลับมิได้มีเพียงแค่ตัวเขาและนลินอีกต่อไปแล้ว
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลามากับความแค้นครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ
หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน•ตอนที่ 4
ภาพสะท้อนในกระจก
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!