เสียงกระเบื้องเคลือบสีมุกกระทบกับโต๊ะไม้สักทองดัง *“กริ๊ก”* แผ่วเบา ทว่ากลับดังก้องกังวานในความเงียบงันที่กดดันราวกับบรรยากาศในห้องพิจารณาคดีช่วงวินาทีชี้ขาด
รตินธรชำเลืองมองเอกสารสัญญากู้ยืมเงินฉบับพับเรียบร้อยบนโต๊ะ น้ำหมึกสีดำสนิทที่เพิ่งแห้งสนิทเมื่อครู่เปรียบเสมือนรอยประทับตราแห่งความตายของสายสัมพันธ์จอมปลอมที่ถักทอมานานนับปี รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา—รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นของคนที่มองทะลุปรุโปร่งถึงก้นบึ้งของความโลภในจิตใจมนุษย์
“นายเซ็นชื่อตรงนี้เสียเถอะ รตินธร... อย่าทำให้เรื่องมันยุ่งยากเลย พวกเราไม่ใช่คนอื่นไกลกันเสียหน่อย”
เสียงทุ้มต่ำของพงศธร เพื่อนสนิทที่เคยร่วมหัวจมท้ายกันมานับทศวรรษเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นพยายามเคลือบไว้ด้วยความหวังดีจอมปลอม ทว่าแววตากลับไหวระริกด้วยความกระวนกระวายอย่างปิดไม่มิด มือที่ถือปากกาหมึกซึมราคาแพงสั่นเทาเล็กน้อยยามเลื่อนเอกสารเข้าหาตัวเขา
ในอดีต—ในชาติภพก่อนที่ยังโง่เขลาและเชื่อมั่นในคำว่ามิตรภาพ รตินธรคงจะรีบเซ็นชื่อลงไปโดยไม่ทันอ่านข้อความตัวเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่เบื้องล่าง เพื่อช่วยค้ำประกันเงินกู้ก้อนโตให้อีกฝ่ายโดยแลกกับการที่ตัวเองต้องกลายเป็นแพะรับบาปในคดีฉ้อโกงระดับชาติ จนตระกูลต้องพินาศย่อยยับและจบชีวิตลงอย่างไร้ความยุติธรรม
ทว่าเวลานี้... ทุกอย่างได้แปรเปลี่ยนไปแล้ว
“ไม่ใช่คนอื่นไกลอย่างนั้นหรือคะ... หรือควรจะพูดว่า เป็นคนที่จ้องจะแทงข้างหลังกันมาตลอดถึงจะถูก” รตินธรเอ่ยสวนขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นุ่มนวล แต่เฉียบคมดั่งใบมีดโกนที่อาบยาพิษ
พงศธรชะงัก สีหน้าเปลี่ยนสีทันที รอยยิ้มเสแสร้งบนใบหน้าแข็งค้าง “แก... แกพูดบ้าอะไรของแก รตินธร?”
“ฉันพูดความจริงที่นายพยายามซ่อนไว้ใต้คราบของมิตรภาพจอมปลอมอย่างไรล่ะคะ” รตินธรค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ดวงตาคู่คมกริบสะท้อนภาพของอดีตเพื่อนสนิทที่บัดนี้กล Lร_กเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่หมดประโยชน์ “เอกสารฉบับนี้ ไม่ใช่สัญญาช่วยเหลือทางธุรกิจอย่างที่นายกล่าวอ้าง แต่มันคือสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินมรดกผืนสุดท้ายของตระกูลฉัน ไปเป็นชื่อของบริษัทในเครืออัครเดช... นายขายฉันให้มันไปในราคาเท่าไหร่กันล่ะ พงศธร? เศษเงินกI้อนโต หรือว่าอนาคตที่นายวาดฝันไว้บนซากศพของฉัน?”
บรรยากาศภายในห้องรับรองส่วนตัวของภัตตาคารหรูพลันเย็นเยียบลงถนัดตา แสงไฟสีส้มสลัวไม่สามารถขับไล่ความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นระหว่างคนทั้งสองได้เลย
“แก... แกSรู้เรื่องนี้ได้ยังไง?” พงศธรหลุดปากออกมาด้วยความตกใจ ลืมสิ้นซึ่งมาاردการที่เคยฝึกฝนมา รarอแววตาที่เคยฉายแววเหนือกว่า บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกราวกับคนเห็นผี
“ความลับไม่มีในโลกหรอกค่ะ ยิ่งเป็นความลับที่สร้างขึ้นบนความฉ้อฉลด้วยแล้ว มันยิ่งเปราะบางเสียยิ่งกว่าเปลือกไข่” รตินธรลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาลูบปกเสื้อสูทเนื้อดีของตนเองอย่างใจเย็น สายตากวาดมองเพื่อนร่วมรุ่นอีกสองคนที่นั่งเงียบอยู่มุมห้อง—คนที่เคยพยักหน้าสนับสนุนการตัดสินใจของพงศธรในอดีต คนที่พร้อมจะเหยียบย่ำเขาให้จมดินทันทีที่เห็นว่าเขาหมดอำนาจ
กวินและธน 2 คนนั้นหลบสายตาทันทีที่รตินธรหันไปมอง ไม่มีใครกล้าสบตาชายหนุ่มผู้กำลังแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาอย่างเงียบเชียบ
“พวกนายเองก็คงรู้เห็นเป็นใจด้วยสินะคะ” รตินธรกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ “ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันคิดว่าพวกเราคือพี่น้องที่ร่วมสุขร่วมทุกข์กันมา แต่แท้จริงแล้ว... ฉันเป็นเพียงแค่สะพานให้พวกนายเดินข้ามไปหาผลประโยชน์จากอัครเดชเท่านั้น น่าสมเพชเสียจริง... ชีวิตที่ต้องเอาความซื่อสัตย์ของคนอื่นมาแลกกับเศษเงินสกปรก”
“รตินธร! แกอย่ามาพูดจาดูถูกพวกเรานะ!” ธนทนไม่ไหว Lลุกขึ้นตบโต๊ะเสียงดังลั่น “พวกเราก็แค่เลือกทางที่ดีที่สุดให้ตัวเอง แกมันโง่เองที่เชื่อคนง่าย ทำเป็นคนดีมีคุณธรรมแต่สุดท้ายก็เป็นได้แค่ไอ้โง่ตัวหนึ่งที่รอวันถูกเขี่ยทิ้งเท่านั้น!”
เมื่อหน้ากากแห่งมิตรภาพถูกกระชากออก ความเกลียดชังและธาตุแท้ก็พรั่งพรูออกมาอย่างน่าเกลียดน่ากลัว รตินธรไม่โกรธเคือง ไม่แม้แต่จะแสดงสีหน้าเจ็บปวด เขากลับหัวسเราะออกมาเบาๆ—เสียงหัวเราะที่ทำให้สันหลังของคนฟังเย็นวาบ
“นั่นสินะคะ... ฉันมันเคยโง่จริงๆ” รตินธรเดินเข้าไปใกล้พงศธรที่ยังคงนั่งตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของปีศาจจากขุมนรก “แต่วันเวลาของคนโง่คนนั้น ได้ตายไปพร้อมกับกองเพลิงในคืนวันพิพากษาแล้วค่ะ... และตอนนี้ ถึงตาพวกนายบ้างที่จะต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำ”
มือเรียวยาวหยิบปากกาหมึกซึมบนโต๊ะขึ้นมา ก่อนจะจรดปลายปากกาลงบนกระดาษสัญญา ไม่ใช่เพื่อเซ็นชื่อยินยอม แต่เพื่อขีดฆ่าข้อความทั้งหมดด้วยรอยหมึกสีดำสนิทที่หนักหน่วงและเด็ดขาด จนกระดาษฉีกขาดเป็นรอยยาว
“พวกเราขาดกันตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป” รตินธรโยนเศษกระดาษที่ยับยู่ยี่ลงตรงหน้าพงศธร “จำเอาไว้... นี่คือจุดเริ่มต้นของการชำระบัญชี และพวกนายทุกคน จะไม่มีวันหลุดพ้นไปจากเงื้อมมือของฉันได้แม้แต่คนเดียว”
ชายหนุ่มหมุนตัวเดินหันหลังให้อย่างสง่างาม ทิ้งให้คนทั้งสามนั่งแข็งค้างอยู่เบื้องหลังด้วยความรู้สึกหวาดกลัวที่เกาะกุมหัวใจจนแทบหยุดหายใจ กลิ่นอายความตายและการล้างแค้นที่คุกรุ่นอยู่ในอากาศทำให้พวกเขารู้สึกลึกๆ ว่า... เกมนี้ รตินธรไม่ได้เป็นผู้ตามอีกต่อไปแล้ว
ประตูกระจกบานใหญ่เปิดออกรับสายลมเย็นยามค่ำคืน รตินธรก้าวเท้าเดินออกสู่แสงไฟระยิบระยับของมหานครเบื้องล่าง รอยยิ้มเยียบเย็นยังคงประดับอยู่บนใบหน้าคมคาย ขณะที่เขายกโทรศัพท์มือถือขึ้นกดโทรหาบุคคลสำคัญคนหนึ่ง
ปลายสายรับในทันที น้ำเสียงนุ่มนวลทรงอำนาจของนลินดังลอดเข้ามาพร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
*“จัดการทางฝั่งนั้นเรียบร้อยแล้วสินะคะ... คุณทนายความ”*
รตินธรชะงักฝีเท้าเล็กน้อยเมื่อได้ยินสรรพนามที่อีกฝ่ายจงใจหยอกเย้า ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากตอบคำถามใดๆ เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างจ้าที่สาดส่องเข้ามาตรงหน้าเขา
ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มของบอดี้การ์ดนับสิบชีวิตก้าวออกมาจากมุมมืด ปิดกั้นทางเดินทุกเส้นทางเอาไว้จนหมดสิ้น และในวินาทีต่อมา ร่างของชายผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเมืองหลวง—อัครเดช ก็ก้าวพ้นเงานั้นออกมา พร้อมกับรอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่แฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียมเกินหยั่งถึง
“เก่งมาก รตินธร... ตัดขาดกับพวกเศษสวะพวกนั้นได้สะอาดหมดจดดีนี่” อัครเดชปรบมือช้าๆ สองครั้ง เสียงนั้นดังก้องไปทั่วทางเดินที่ไร้ผู้คน “แต่การจะก้าวเข้ามาสู่เกมของฉัน... นายคิดจริงๆ หรือว่าการตัดเพื่อน จะช่วยให้นายรอดพ้นจากเงื้อมมือของฉันไปได้?”
รตินธรหันกลับไปสบตากับศัตรูตัวฉกาจ หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นที่ถูกปลุกเร้า ทว่าใบหน้ากลับนิ่งสงบราวน้ำผิวกระจก มือขวาที่ถือโทรศัพท์ยังคงแนบหูไว้ โดยมีเสียงลมหายใจของนลินจากปลายสายคอยย้ำเตือนว่าเขามีพันธมิตรที่น่ากลัวที่สุดซ่อนอยู่เบื้องหลัง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลามากับความแค้นครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ
หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน•ตอนที่ 6
สายสัมพันธ์จอมปลอม
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!