หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน•ตอนที่ 15

ก้าวแรกของชัยชนะ

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
เสียงปรบมือเบาๆ ในห้องทำงานหรูหราบนชั้นเจ็ดสิบของตึกระฟ้าใจกลางมหานครไม่ได้ให้ความรู้สึกถึงการเฉลิมฉลอง หากแต่เป็นสัญญาณแห่งการล่มสลายที่ถูกเคาะลงทีละจังหวะอย่างเลือดเย็น รตินธรวางโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะกระจกนิรภัยช้าๆ ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนผิวโต๊ะเป็นจังหวะเพลงวอลซมรณะ ดวงตาคมปลาวาฬทอดมองออกไปเบื้องล่าง ผ่านกระจกใสบานใหญ่ที่สะท้อนภาพแสงไฟจากเมืองหลวงระยิบระยับดั่งดวงดาวในห้วงอวกาศอันมืดมิด เบื้องล่างนั้นคืออาณาจักรธุรกิจที่อัครเดชใช้เวลาค่อนชีวิตสร้างขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อและคราบเลือดของผู้คน... และในคืนนี้ อาณาจักรนั้นกำลังถูกรื้อถอนทีละอิฐทีละแผ่นด้วยข้อมูลเพียงไม่กี่ชุดที่เธอเป็นคนโยนลงไปในตลาดมืด "ดูเหมือนว่าปลาตัวใหญ่จะเริ่มดิ้นพล่านแล้วสินะคะ" เสียงหวานทุ้มที่ลอยมาจากมุมห้องเรียกสติของรตินธรให้หันกลับไป นลิน ก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัวของม่านกำมะหยี่สีเลือดหมู ในมือเรียวถือแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิท ซึ่งข้างในบรรจุบัญชีลับที่สามารถส่งตัวอัครเดชเข้าไปนอนในกรงขังชั่วชีวิตได้อย่างไร้ข้อกังขา อัยการสาวผู้งดงามราวกับภาพวาดโบราณแย้มยิ้มบางเบາ รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสะใจและคมกริบดั่งใบมีดอาบยาพิษ "ดิ้นสิคะ ยิ่งดิ้นแรงเท่าไหร่ ตะแกรงเหล็กที่เราร้อยเรียงไว้ก็จะยิ่งบาดลึกเข้าไปในเนื้อของมันมากขึ้นเท่านั้น" รตินธรตอบรับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสคลื่นแห่งความอาฆาตมาดร้ายที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำอันสงบนิ่ง "ข้อมูลการยักยอกเงินกองทุนสำรองของบริษัทคู่แข่งถูกปล่อยออกไปถึงมือนักข่าวสายเศรษฐกิจและตลาดหลักทรัพย์เรียบร้อยแล้ว ปฏิกิริยาของหุ้นในยามเช้าพรุ่งนี้คงจะเป็นภาพที่งดงามไม่น้อย" นลินเดินเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง แสงไฟนีออนจากตึกฝั่งตรงข้ามสาดกระทบใบหน้าด้านข้างที่คมคายของเธอ "คุณมั่นใจแค่ไหนว่าอัครเดชจะไม่สามารถหาทางอุดรอยรั่วนี้ได้ทัน? อย่าลืมว่าเขาไม่ใช่คนที่จะยอมจำนนต่อความพ่ายแพ้ง่ายๆ เขามีเครือข่ายที่ฝังรากลึกในกระบวนการยุติธรรมมานานนับทศวรรษ" รตินธรหันมาสบตากับคู่คิด รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเย้ยหยัน "รอยรั่วหรือคะ? สิ่งที่เราทำไม่ใช่แค่การเจาะรูให้เรือรั่ว แต่นี่คือการระเบิดท้องเรือให้จมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งในคราเดียว ข้อมูลที่ฉันส่งไปไม่ได้มีแค่เรื่องยักยอกทรัพย์ แต่มันเชื่อมโยงไปถึงเส้นทางการเงินนอกระบบที่ใช้ติดสินบนเจ้าหน้าที่ระดับสูง... ต่อให้เขาจะมีอำนาจล้นฟ้าแค่ไหน ก็ไม่มีทางใช้เงินซื้อกาลเวลาที่กำลังจะหมดลงได้หรอกค่ะ" บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้นจนแทบจะสัมผัสได้ รตินธรย้อนนึกถึงอดีตชาติที่เธอเคยยืนอยู่ตรงจุดนี้—จุดที่เคยพ่ายแพ้ ย่อยยับ และถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือแม้แต่ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทุกหยาดน้ำตาและเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของอัครเดชในวันนั้น กลายมาเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่หล่อเลี้ยงให้เธอก้าวเดินมาถึงจุดนี้ได้ ชัยชนะก้าวแรก... มันช่างหอมหวานและเย็นยะเยือกเสียจริง ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์โอ่อ่าสไตล์โคโลเนียลชานเมือง อัครเดชกำลังกวาดข้าวของบนโต๊ะทำงานไม้สักทองราคาแพงลงสู่พื้นอย่างไร้ความปราณี แจกันแก้วเจียระไนแตกกระจายสะเก็ดกระเด็นบาดเท้าของเลขาธิการหนุ่มที่ยืนก้มหน้าตัวสั่นเทาอยู่เบื้องล่าง ใบหน้าคมเข้มที่มักจะเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ บัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดระแวงจนแทบเสียสติ "แกบอกฉันว่าอะไรนะ!?" เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันของอัครเดชดังลั่นห้องทำงานมืดทึบ ดวงตาแดงก่ำจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงกราฟราคาหุ้นดิ่งเหิวก่อนตลาดปิดทำการ "หุ้นร่วงลงไปสามสิบเปอร์เซ็นต์ในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง!? แล้วข่าวลือเรื่องการยักยอกเงินมันหลุดออกไปถึงสำนักข่าวได้อย่างไร ในเมื่อเอกสารชุดนั้นมีแค่ฉันกับแกที่รู้เห็น!" "ทะ... ท่านประธานครับ ผมตรวจสอบแล้ว..." เลขาฯ หนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬไหลโทรมหน้าผาก "ข้อมูลถูกส่งมาจากเซิร์ฟเวอร์นิรนามที่เข้ารหัสไว้แน่นหนาถึงสามชั้น... ไม่ใช่แค่เรื่องเงินกองทุนครับ แต่... แต่พวกมันยังมีหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีลับของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ด้วยครับ!" อัครเดชชะงักกึก ลมหายใจสะดุดกะทันหัน ราวกับถูกค้อนยักษ์ทุบเข้าที่กลางอก ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง เขาตระหนักได้ในทันทีว่านี่ไม่ใช่ความผิดพลาดโดยบังเอิญ แต่มีใครบางคน... กำลังเล่นเกมไล่ล่าที่จงใจบีบต้อนเขาให้จนมุมทีละน้อย "สืบให้ได้ว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้!" อัครเดชตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ดวงตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร "ไม่ว่าจะต้องใช้เงินเท่าไหร่ หรือต้องใช้วิธีสกปรกแค่ไหน ฉันต้องการตัว 'หนูสกปรก' ตัวนั้นมาสับเป็นชิ้นๆ!" ตัดกลับมาที่ห้องทำงานบนตึกสูง รตินธรหยิบแก้วไวน์ทรงสูงขึ้นมาจิบช้าๆ รสชาติฝาดลึกของไวน์แดงบอร์โดซ์ปีเก่าเคล้ากับความรู้สึกสะใจที่เอ่อล้นอยู่ในอก นลินมองเพื่อนสนิทด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความนับถือระคนหวาดหวั่นเล็กน้อย "ก้าวแรกสำเร็จงดงามตามแผนแล้วนะคะ รตินธร" นลินเอ่ยขึ้นพร้อมกับหมุนปากกาในมือ "แต่คุณคิดจริงๆ หรือว่าอัครเดชจะยอมนั่งรอความตายเฉยๆ? เขาต้องส่งสุนัขล่าเนื้อออกมาตามล่าเราแน่" รตินธรวางแก้วไวน์ลงกระทบโต๊ะกระจกเบาๆ เสียงกังวานใสสะท้อนก้องในความเงียบ เธอยิ้มมุมปาก ดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายคมปลาวาฬที่น่ากลัวยิ่งกว่าความมืดมิดยามวิกาล "ปล่อยให้เขาตามหาเถอะค่ะ..." รตินธรเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับกระซิบ ทว่าเด็ดเดี่ยวราકારીเหล็กกล้า "เพราะในขณะที่เขากำลังวิ่งวุ่นอยู่ในเขาวงกตที่เราสร้างขึ้น ประตูทางออกสุดท้าย... ก็ถูกปิดตายสนิทแล้วเช่นกัน" ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยจากคอมพิวเตอร์พกพาบนโต๊ะก็ดังขึ้น *ติ๊ด... ติ๊ด...* หน้าจอแสดงผลข้อความแจ้งเตือนจากระบบรักษาความปลอดภัยส่วนตัว *มีผู้บุกรุกกำลังพยายามเข้าถึงฐานข้อมูลลับของชั้นนี้* รตินธรชะงักรอยยิ้ม นลินหันขวับไปมองประตูทางเข้าห้องทำงานทันที เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่กำลังวิ่งตรงมาตามทางเดินอย่างเร่งรีบ...เร็วกว่าที่พวกเธอคาดการณ์ไว้เสียอีก! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับกลเกมแห่งความแค้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%