หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน•ตอนที่ 14

ความลับใต้เงาอำนาจ

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
กลิ่นอายจางๆ ของหมึกจีนชั้นดีผสมผสานกับความอับชื้นของกระดาษโบราณในห้องนิรภัยใต้ดิน แขวนลอยอยู่ในความเงียบงันราวกับวิญญาณที่ถูกจองจำ นلินส่งเสียงลมหายใจแผ่วเบา ขณะที่ปลายนิ้วเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำสนิทบรรจงใช้วัตถุปลายแหลมเขี่ยกลไกสลักทองเหลืองของหีบไม้จันทน์หอมโบราณครั้งแล้วครั้งเล่า เสียง ‘คลิก’ เบาหวิวราเสียงถอนหายใจของมัจจุราชดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิด ทว่ามันกลับชัดเจนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของคนทั้งคู่ “ระวังด้วยค่ะนลิน... สลักชุดนี้อัครเดชคงไม่ได้เพียงแค่ลงกลไกป้องกันการโจรกรรมธรรมดา แต่มันน่าจะอาบสารพิษสลายกระดูกไว้ด้วย” เสียงกระซิบของรตินธรราบเรียบและเย็นเยียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความห่วงใยที่ถูกกดทับไว้ใต้ก้นบึ้งของสายตาคมกริบ เขาในยามนี้สวมชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทกลมกลืนไปกับรัตติกาล ไหล่กว้างที่เคยแบกรับความพินาศของตระกูล บัดนี้แผ่รังสีความน่าเกรงขามดั่งพญายมผู้กุมบัญชีชีวิต ความแค้นที่เคยกัดกินหัวใจถูกขัดเกลาจนกลายเป็นคมมีดที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มสุภาพ ทว่าเด็ดขาดไร้ความปราณี นลินชะงักมือไปชั่วลมหายใจ นางปรายตามองชายหนุ่มผู้ยืนคุมเชิงอยู่เบื้องหลังด้วยแววตาที่ซับซ้อน คู่ปรับเก่าที่บัดนี้กลายมาเป็นสหายร่วมเป็นร่วมตายในสมรภูมิแห่งการล้างแค้น “ถ้าข้าพเจ้ากลัวตาย คงไม่ยอมก้าวเข้ามาในอาณาจักรเงาของอัครเดชตั้งแต่แรกหรอกค่ะท่านทนายความ” อัยการสาวเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ ทว่าริมฝีปากบางเฉียบกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทาย นางออกแรงกดลงบนกลไกครั้งสุดท้าย เสียงโลหิตกระทบเหล็กไม่มีจริง ทว่าสลักทองเหลืองกลับดีดตัวเปิดออกด้วยแรงสปริงอย่างแม่นยำ *แกร๊ก...* ความมืดมิดภายในหีบถูกเปิดเผย แสงไฟสีส้มสลัวจากคบเพลิงสำรองสาด ส่องกระทบเข้ากับสันปกแฟ้มหนังสีดำสนิทที่ประทับตราครั่งรูปอินทรีกางปีก—สัญลักษณ์ลับประจำตัวของกลุ่มทุนเบื้องหลังที่คอยชักใยการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศนี้มานานนับทศวรรษ รตินธรก้าวเข้าไปใกล้ กลิ่นอายความเยือกเย็นแผ่ซ่านรอบกาย มือเรียวยาวเอื้อมหยิบเอกสารแผ่นแรกขึ้นมาพิจารณา ดวงตาคมกวาดมองตัวอักษรที่ถูกพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีดรุ่นโบราณ ทว่าทุกบรรทัดทุกตัวอักษรกลับหนักแน่นราวกับค้อนที่ทุบลงบนแผ่นอกของศัตรู “นี่มัน...” นลินอุทานเบาๆ เมื่อชะโงกหน้าเข้ามาดูเอกสารในมือชายหนุ่ม “รายชื่อผู้พิพากษา อัยการ และนักการเมืองระดับสูงที่รับสินบน... ไม่ใช่แค่เรื่องเงินทองค่ะ แต่มันคือบันทึกการส่งมอบหุ้นลมและหลักฐานการฟอกเงินข้ามชาติที่เชื่อมโยงกับคดีฆาตกรรมอำพรางเมื่อสิบปีก่อน!” ดวงตาของรตินธรวับวาวขึ้นด้วยประกายเพลิงแห่งความแค้นที่โหมกระหน่ำ ภาพความทรงจำในวันที่บิดามารดาต้องจบชีวิตลงจากอุบัติเหตุลวงโลก ภาพคำพิพากษาอันอยุติธรรมที่ขับไล่เขาตกนรกทั้งเป็นย้อนกลับเข้ามาในหัวสมองราวกับม้วนฟิล์มที่ถูกฉายซ้ำ กลยุทธ์ที่เขาวางแผนมาอย่างยาวนานนับแรมปี บัดนี้เมล็ดพันธุ์แห่งการแก้แค้นได้หยั่งรากลึกและผลิใบอันงดงามที่สุดออกมาแล้ว เอกสารชุดนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้อัครเดชสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง แต่มันคือเชือกเส้นหนาที่จะใช้แขวนคอศัตรูสารเลวผู้นั้นให้ดิ้นรนอย่างทรมานท่ามกลางแสงสว่างแห่งความจริง “อัครเดช... แกคิดว่าการซ่อนมันไว้ใต้ก้นบึ้งของตึกระฟ้าจะทำให้แกปลอดภัยงั้นหรือ” รตินธรพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงต่ำทุบที่เต็มไปด้วยความสะใจอันเยือกเย็น ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบงันกำลังถูกแทนที่ด้วยชัยชนะอันหอมหวาน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากโถงทางเดินด้านนอก ความผิดปกติทำให้บรรยากาศภายในห้องนิรภัยพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือในเสี้ยววินาที *ตึง! ตึง! ตึง!* เสียงฝีเท้าหยุดลงตรงหน้าประตูบานเหล็กกล้า เสียงหมุนรหัสปลดล็อกภายนอกดังขึ้นตามด้วยเสียงกลไกไฟฟ้าที่กำลังทำงาน เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นทั่วห้อง ความมืดมิดถูกแทนที่ด้วยแสงไฟฉุกเฉินอันกระชั้นชิด นลินหน้าถอดสีเล็กน้อย นางคว้าแฟ้มเอกสารทั้งหมดเก็บใส่กระเป๋าหนังอย่างรวดเร็ว ทว่าประตูห้องนิรภัยกลับกำลังเลื่อนเปิดออกทีละน้อย เผยให้เห็นเงาร่างสูงโปรสง่าของชายวัยกลางคนผู้สวมชุดสูทสั่งตัดพิเศษ ใบหน้าคมคายที่ประดับด้วยรอยยิ้มอันคุ้นเคยและแววตาราวกับปีศาจจิ้งจอกเฒ่ากำลังจ้องมองเข้ามา “ดูเหมือนว่าหนูตัวน้อยสองตัว จะแอบเข้ามาขโมยเนยแข็งในกรงของข้าพเจ้าเสียแล้วกระมัง...” เสียงทุ้มนุ่มลึกทว่าเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกของอัครเดช ดังแทรกเสียงสัญญาณเตือนภัยเข้ามา พร้อมกับปลายกระบอกปืนเก็บเสียงนับสิบกระบอกจากบอดี้การ์ดมือพระกาฬที่ยกขึ้นเล็งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ ทว่าอัครเดชกลับมิได้มีท่าทีตกใจแม้แต่น้อย เขายกแก้ววิสกี้ในมือขึ้นจิบช้าๆ ราวกับกำลังชมการแสดงละครสัตว์ฉากหนึ่ง รตินธรไม่ได้ถอยหลังหนี เขากลับก้าวขึ้นมาบังร่างของนลินไว้ครึ่งหนึ่ง แววตาคมกริบจ้องมองอัครเดชกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว มุมปากของชายหนุ่มยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เย้ยหยันและทรงพลังที่สุดเท่าที่ศัตรูเคยพบเจอ “ท่านอัครเดช... การรอคอยเหยื่อเดินเข้าปากเสือ มันสนุกดีใช่ไหมล่ะครับ?” รตินธรกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าดวงตากลับทอประกายลึกล้ำราวกับทุกอย่างยังคงอยู่ในกำมือของเขา อัครเดชชะงักแก้ววิสกี้ที่กำลังจะแตะริมฝีปาก รอยยิ้มบนใบหน้าของเฒ่าเจ้าเล่ห์แข็งค้างไปชั่วขณะ เมื่อจู่ๆ หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักในห้องควบคุมของตึกระฟ้ากลับสว่างวาบขึ้น พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบรักษาความปลอดภัยล่มสลายทั่วทั้งอาณาจักรธุรกิจของเขาเอง! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับกลเกมแห่งความแค้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%