กลิ่นอายของกระดาษสาเก่าเก็บและน้ำยาฆ่าเชื้อเข้มข้นคละคลุ้งอยู่ในห้องเก็บเวชระเบียนชั้นใต้ดินของโรงพยาบาลรัฐเก่าแก่ ความชื้นในอากาศเกาะพราวบนบานกระจกหน้าต่างราวกับหยดน้ำตา ขณะที่แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ สร้างเงาสลัวราวกับภูตผีที่กำลังเริงระำ
รตินธรยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าชั้นเหล็กขึ้นสนิม นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือหนังสีดำสัมผัสสันแฟ้มประวัติผู้ป่วยหมายเลข 0489 สัมผัสเย็นเยียบนั้นสะท้อนถึงความจริงอันโหดร้ายที่เขาใช้เวลาแรมเดือนในการตามล่า ในชาติภพก่อน บุคคลที่เป็นเจ้าของแฟ้มนี้คือ "ก
มล" นายแพทย์หนุ่มผู้กุมหลักฐานชิ้นเอกที่จะกระชากหน้ากากอาณาจักรธุรกิจของอัครเดชให้พังทลาย แต่ในคืนก่อนที่กมลจะขึ้นให้การในชั้นศาล ร่างของเขากลับถูกพบว่าไร้วิญญาณอยู่ก้นแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมคำตัดสินของตำรวจว่าเป็น "อุบัติเหตุจากการเมาสุรา"
แต่นั่นคืออดีต... อดีตที่รตินธรได้ทำการเผาทำลายและสร้างขึ้นใหม่ด้วยมือของเขาเองแล้ว
"คุณรตินธรคะ..." เสียงหวานนุ่มแต่เจือความระแวดระวังดังขึ้นจากความมืด นลินก้าวออกมาจากมุมอับของชั้นวางเอกสาร ดวงตาคู่คมฉายแววตึงเครียด เธอสวมเสื้อโค้ทกันหนาวสีเข้มคอตั้งสูงเพื่ออำพรางตัวจากสายตาของคนนอก "คนของเราที่สถานีรถไฟรายงานมาแล้วค่ะ รถไฟขบวนด่วนพิเศษจากภาคเหนือเทียบชานชาลาแล้ว และ... เขากำลังมาตามนัด"
รตินธรไม่ตอบรับในทันที เขาดึงแฟ้มสีน้ำตาลเข้มออกมาเปิดออกช้าๆ หน้ากระดาษเอกสารสีเหลืองกรอบปรากฏภาพถ่ายขาวดำของชายหนุ่มผู้มีรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปาก ดวงตาในภาพถ่ายคู่นั้นยังคงฉายชัดถึงความมุ่งมั่นและหวาดกลัวในคราวเดียวกัน
"เขาไม่ควรจะรอดชีวิต นลิน" รตินธรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าลุ่มลึกดั่งห้วงสมุทร "ในเส้นเวลาเดิมที่ฉันรู้จัก กมลถูกปิดปากไปก่อนที่ความจริงจะทันได้หายใจ แต่วันนี้... หมากตัวนี้ถูกดึงออกจากกระดานฆาตกรรมของอัครเดชได้ทันท่วงที ก่อนที่คมมีดจะทันได้กรีดลงบนเนื้อหนัง"
"เพราะคุณเดินเกมเหนือกว่าเขาหนึ่งก้าวเสมอต่างหากล่ะคะ" นลินก้าวเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของค่ำคืนลอยเข้าแตะจมูก "แต่การซ่อนตัวกมลไว้ที่เซฟเฮุสริมน้ำอาจจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้วค่ะ สายสืบของเราแจ้งว่าลูกน้องคนสนิทของอัครเดชเริ่มเคลื่อนไหวผิดปกติ พวกมันกำลังกวาดล้างพยานปากเอกทุกรายที่เชื่อมโยงกับคดีทุจริตที่ดินเมื่อห้าปีก่อน"
รตินธรเงยหน้าขึ้นจากแฟ้ม แววตาคมกริบสะท้อนแสงไฟนีออนวูบไหวราวกับเปลวเทียนต้องลม ใบหน้าเรียบเฉยแต่กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ความแค้นที่ฝังรากลึกอยู่ในกระดูกดำตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่เคยจางหาย มันเพียงแต่ถูกหล่อเลี้ยงด้วยความเย็นชา รอคอยเวลาที่จะแผดเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้
"ให้พวกมันตามหาต่อไปเถอะค่ะ" รตินธรเอ่ยด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก รอยยิ้มที่งดงามทว่าเยือกเย็นเสียยิ่งกว่าน้ำค้างแข็งในฤดูเหมันต์ "ยิ่งอัครเดชส่งคนออกค้นหามากเท่าไหร่ ตาข่ายที่เราถักทอก็จะยิ่งรัดกุมขึ้นเท่านั้น หมากตัวนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อซ่อน... แต่มันมีไว้เพื่อล่อให้เสือร้ายเดินตกลงไปในหลุมพรางที่มันขุดไว้เอง"
เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้องกังวานมาจากทางเดินแคบๆ ด้านนอก ขัดจังหวะการสนทนา ทั้งรตินธรและนลินต่างหันขวับไปมองยังความมืดมิด มือของอัยการสาวเอื้อมไปแตะด้ามปืนพกขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อโค้ทโดยอัตโนมัติ ขณะที่รตินธรยังคงยืนสงบนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อน ร่างเงาสูงโปร่งร่างหนึ่งก้าวพ้นจากมุมมืดเข้ามาสู่แสงไฟสลัว
ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าซีดเซียวและรอยแผลเป็นที่มุมปากปรากฏกายขึ้น เขากวาดสายตามองทั้งสองด้วยความตื่นตระหนก ลมหายใจหอบกระชั้นราวกับผู้ที่เพิ่งวิ่งหนีความตายมาตลอดชีวิต
"คุณ... คุณคือคนที่ส่งจดหมายฉบับนั้นมาใช่ไหมครับ?" กมลเอ่ยเสียงสั่นเครือ ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว "ทำไมคุณถึงรู้ว่าผมกำลังจะถูกฆ่า? ทำไมคุณถึงช่วยผมไว้... ทั้งที่คนของอัครเดชตามล่าผมไปทั่วประเทศแล้ว?"
รตินธรก้าวเข้าไปหาช้าๆ ฝีเท้าแผ่วเบาราวกับแมวป่าที่กำลังย่างสามขุม เขาหยุดยืนตรงหน้าแพทย์หนุ่มผู้รอดชีวิตจากความตายในอดีต ดวงตาสีนิลคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของกมล ราวกับต้องการอ่านทะลุปรุโปร่งถึงทุกความคิดที่ซ่อนอยู่ภายใน
"เพราะฉันรู้ว่าคุณแบกรับอะไรไว้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันอย่างไรล่ะคะ, คุณหมอกมล" รตินธรเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแตบทรงพลัง "ความตายไม่ใช่จุดจบของความยุติธรรม... แต่ความกลัวต่างหากคือเครื่องมือที่พวกมันใช้ควบคุมคุณ คุณอยากจะวิ่งหนีไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว หรือจะยอมใช้หลักฐานในมือคุณ... ทวงคืนความยุติธรรมให้เพื่อนร่วมงานที่ต้องตายไปอย่างไร้ความผิด?"
กมลเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง เมื่อรตินธรยื่นมือออกไปเปิดกระเป๋าเอกสารสีดำสนิท เผยให้เห็นแฟ้มลับจำนวนมากที่บรรจุรายชื่อบัญชีลับ เส้นทางการเงิน และคลิปเสียงสนทนาที่เป็นหลักฐานมัดตัวอัครเดชแน่นหนา ยิ่งกว่าที่ตัวกมลเองเคยครอบครองเสียอีก
แพทย์หนุ่มอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับสิ่งที่ปรากฏตรงหน้า ชายหนุ่มเบนสายตาจากเอกสารเหล่านั้นขึ้นมามองรตินธรด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความหวาดกลัวและความหวาดหวั่นระคนความเลื่อมใส
"คุณ... คุณเป็นใครกันแน่?" กมลเค้นเสียงถามออกมาอย่างยากเย็น
รตินธรไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มลึกล้ำ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มคดีขึ้นมาถือไว้แนบอก สายตาคมกริบมองผ่านกระจกหน้าต่างออกไปยังความมืดมิดยามวิกาลเบื้องนอก ที่ซึ่งเงาอิทธิพลมืดกำลังเคลื่อนไหวเข้าใกล้เข้ามาทุกที
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้องใต้ดิน เสียงฝีเท้าจำนวนมากนับสิบชีวิตก็ดังขึ้นที่บริเวณบันไดทางขึ้น พร้อมกับเสียงโลหะกระทบกันของอาวุธปืนที่ถูกขึ้นลำอย่างพร้อมเพรียง นลินหน้าถอดสีทันที เธอชักอาวุธออกมาตั้งรับพร้อมหันไปสบตารตินธร
"พวกมันมาเร็วกว่าที่คาดไว้ค่ะ..." นลินเอ่ยเสียงเครียด "ทางหนีไฟถูกปิดตายแล้ว เราติดกับดัก"
รตินธรหันกลับมามองประตูทางเข้าที่ถูกกระแทกอย่างแรงจากด้านนอก เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับกรามของอสูรกายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อให้แหลกคาอุ้งมือ แต่ใบหน้าของอดีตทนายความสาวกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายตาแห่งความตื่นเต้นเร้าใจ ราวกับฉากสำคัญของละครเวทีฉากใหญ่กำลังจะเปิดม่านขึ้นแล้ว
รตินธรหันไปสบตากับกมลที่ตัวสั่นงันท่ามกลางความตื่นตระหนก ก่อนจะเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาดั่งเสียงกระซิบจากซาตาน ทว่าชัดเจนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของทุกคน
"ไม่ต้องกลัวไปหรอกค่ะ..." รตินธรกล่าวพร้อมกับยกมือขึ้นปลดกระดุมเสื้อโค้ทออกเผยให้เห็นอาวุธครบมือ "เพราะในเกมนี้... คนที่จะต้องตื่นตระหนกและวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ไม่ใช่พวกเรา... แต่เป็นมันต่างหากล่ะคะ"
**ปึง!** เสียงพังประตูดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำนับสิบชีวิตที่กรูเข้ามาในห้องใต้ดินพร้อมอาวุธครบมือ แสงไฟฉายสודส่องสว่างจ้าไปทั่วทิศทาง ทว่าร่างของรตินธรกลับก้าวถอยหลังไปยืนอยู่เบื้องเงาดำ พร้อมกับรอยยิ้มสะใจที่ปรากฏขึ้นบนเรียวปาก ทันใดนั้น เสียงคลิกของชนวนระเบิดควันก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงกดรีโมตจากมือของรตินธร ควันหนาทึบพวยพุ่งกลบเกลื่อนห้องใต้ดินในพริบตา และก่อนที่กระสุนนัดแรกจะทันได้ลั่นไก ร่างของรตินธรก็หายวับไปในความมืด พร้อมกับเสียงกระซิบเยือกเย็นที่ลอยมาตามสายลมว่า *"ต้อนรับสู่จุดจบของคุณค่ะ, อัครเดช"*...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลามากับความแค้นครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ
หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน•ตอนที่ 9
แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!