หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน•ตอนที่ 8

รอยร้าวในกำแพงเหล็ก

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟพันธุ์ดีคั่วเข้มเคล้ากลิ่นอายกระดาษเอกสารเก่าคร่ำครอดในห้องทำงานส่วนตัวของรตินธร ช่างเป็นภาพสะท้อนอันสมบูรณ์แบบของสงครามที่ไร้เสียงปืน นิ้วเรียวยาวดั่งลำเทียนของอดีตทนายความมือหนึ่งเคาะลงบนโต๊ะไม้สักทองจังหวะหนึ่ง สอง สาม... ทุกครั้งที่ปลายนิ้วกระทบเนื้อไม้ บัญชีลับและตัวเลขขาดทุนมหาศาลที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมอันหรูหราของกลุ่มบริษัทอัครเดชก็ยิ่งปรากฏชัดเจนขึ้นในสายตา “คุณกำลังเล่นกับไฟกองโต รตินธร” เสียงหวานทุ้งแต่เฉียบคมดังขึ้นจากมุมห้อง นลิน ในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มก้าวเท้าเข้ามาอย่างเงียบเชเชียบ มือเรียววางแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มลงตรงหน้าชายหนุ่ม แววตาของอัยการสาวเต็มไปด้วยความกังวลระคนทึ่ง “เส้นทางการเงินของอัครเดชในไตรมาสนี้ผิดปกติจนน่ากลัว เขากำลังโยกย้ายถ่ายเทสินทรัพย์ออกจากบริษัทลูกเพื่อพยุงบริษัทแม่ที่กำลังจะล้มละลาย... แต่ฉันสงสัยว่า เขากำลังทำเพื่อรักษาธุรกิจ หรือกำลังเตรียมทางหนีทีไล่กันแน่” รตินธรเงยหน้าขึ้นสบตาคู่สนทนา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา คล้ายกับรอยยิ้มของปีศาจจำแลงกาย “เขาไม่ได้กำลังหนีหรอกค่ะคุณนลิน... คนอย่างอัครเดช มิจฉาชีพในคราบนักบุญผู้ยิ่งใหญ่คนนั้น ไม่มีวันยอมปล่อยให้บัลลังก์ที่ตนสร้างมาด้วยเลือดเนื้อของคนอื่นต้องพังทลายลงง่ายๆ หรอกค่ะ เขากำลังจะกินรวบต่างหาก” น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่มั่นคงดั่งหินผา ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสคลั่งแค้นที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง ดวงตาคู่คมกวาดมองเอกสารในแฟ้มอย่างพินิจพิเคราะห์ จุดอ่อนทางการเงินที่เขาเฝ้ารอคอยมานานแรมปี บัดนี้เริ่มปริแตกออกเป็นรอยร้าวเล็กๆ ที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น แต่มันคือรอยร้าวเดียวกันกับที่เคยทำลายชีวิตครอบครัวของเขาในอดีตชาติ “ฉันตรวจสอบพบว่า มีการโอนเงินจำนวนมหาศาลไปยังบัญชีนอกระบบในต่างประเทศผ่านบริษัทนอมินี” นลินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโน้มตัวเข้ามาใกล้เพื่อกระซิบด้วยน้ำเสียงระแวดระวัง “และชื่อของผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทนอมินีนั้น... ไม่ใช่อัครเดช แต่เป็นชื่อของคนสนิทที่เพิ่งเสียชีวิตไปอย่างกะทันหันเมื่อเดือนก่อน” รตินธรหรี่ตาลงเล็กน้อย กลไกสมองของอดีตทนายความหมุนวนอย่างรวดเร็วราวกับฟันเฟืองจักรกลชั้นดี “ความโลภมักมาพร้อมกับความสะשלนเสมอค่ะ... การตายอย่างกะทันหันของคนสนิท ย่อมแปลว่ามีความลับที่เน่าเฟะเกินกว่าจะปล่อยให้มีชีวิตรอดเพื่อบอกกล่าวความจริง อัครเดชกำลังตัดตอนบริวารของตนเองเพื่อปิดปาก” บรรยากาศในห้องทำงานตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ทว่าความกดดันรอบตัวกลับทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ รตินธรหยิบปากกาหมึกซึมด้ามหรูขึ้นมาหมุนเล่นในมือ สายตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ เบื้องล่างคือตึกระฟ้าของอาณาจักรธุรกิจอัครเดชที่ตั้งตระหง่านเสียดฟ้า มองดูยิ่งใหญ่และมั่นคงราวกับป้อมปราการเหล็กกล้า แต่ทว่า... กำแพงเหล็กที่แข็งแกร่งปานใด หากมีรอยร้าวจากภายใน ย่อมแตกสลายได้ด้วยแรงกระแทกเพียงครั้งเดียว “เราจะทำอย่างไรต่อไปคะ” นลินเอ่ยถาม น้ำเสียงเจือความท้าทาย “ถ้าเราเปิดโปงเรื่องนี้ตอนนี้ ทาง ปปง. และกรมสรรพากรคงต้องเข้าตรวจสอบแน่ แต่คุณก็รู้ว่าอิทธิพลของเขาแผ่ขยายไปทั่วทุกหย่อมหญ้าในวงการยุติธรรม การล้มยักษ์ใหญ่ตัวนี้ ต้องใช้มากกว่าหลักฐานทางการเงิน... เราต้องมีไม้เด็ดที่จะเด็ดหัวเขาในคราเดียว” รตินธรวางปากกาลงบนโต๊ะเสียงดัง ‘กริ๊ก’ สะท้อนความเด็ดเดี่ยวในจิตใจ “เราจะไม่ใช้กฎหมายจัดการเขาในทันทีหรอกค่ะคุณนลิน... เพราะมันใจร้ายน้อยเกินไปสำหรับความผิดที่เขาเคยทำไว้” รตินธรเหยียดยิ้มเย็นเยียบ “เราจะปล่อยให้เขายกหมากตานี้เดินต่อไป ปล่อยให้เขาคิดว่าเขากำลังเป็นผู้ชนะบนกระดานนี้... จนกระทั่งวินาทีสุดท้าย ที่เงินทุนก้อนสุดท้ายของเขาถูกตัดขาด และเขาต้องยืนอยู่ท่ามกลางความล่มจมโดยไม่มีใครเหลียวแล” ในขณะที่ทั้งสองกำลังวางแผนขั้นตอนสุดท้ายเพื่อปิดล้อมเหยื่ออย่างแนบเนียน เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ อย่างเป็นจังหวะ ก๊อก ก๊อก ก๊อก นลินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ หญิงสาวส่งสายตาเป็นคำถามไปยังชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของห้อง เพราะนี่คือเวลาดึกสงัด และไม่มีนัดหมายใดๆ ทั้งสิ้น รตินธรพยักหน้ารับช้าๆ ส่งสัญญาณให้อัยการสาวเงียบเสียงลง ประตูกลอนทองเหลืองค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างเชื่องช้า เงาร่างสูงโปร่งของชายคนหนึ่งก้าวเข้ามาในความสลัวของห้อง แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดกระทบใบหน้าครึ่งซีกของแขกยามวิกาลผู้นั้น รตินธรถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาสั่นระริกด้วยความตกตะลึงเป็นครั้งแรกตั้งแต่ย้อนเวลากลับมา บุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้า... คือมือขวาคนสนิทที่สุดของอัครเดช ผู้ซึ่งควรจะนอนสงบนิ่งอยู่ในสุสานใต้ดินตามข่าวการตายอุบัติเหตุเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ทว่าในเวลานี้ เขากำลังยืนอยู่ตรงนี้ พร้อมกับรอยยิ้มเยдяหยันที่มุมปาก และในมือหนานั้น กำลังถือแฟ้มเอกสารสีดำสนิทที่มีตราประทับลับสุดยอดของตระกูลอัครเดช “สวัสดีครับ... ท่านทนายรตินธร ดูเหมือนว่าคุณกำลังตามหาผมอยู่ใช่ไหมครับ?” ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลามากับความแค้นครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%