"คุณชายอัครเดชคะ... ราคาแปดสิบล้านสำหรับโฉนดที่ดินผืนงามริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมสิ่งปลูกสร้างสไตล์โคโลเนียลชุดนั้น เกรงว่าจะสูงเกินกว่าที่ตลาดในยามนี้จะรับไหวค่ะ"
เสียงนุ่มทุบทำลายความเงียบงันภายในห้องรับรองส่วนตัวของโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาวลงอย่างไม่ไยดี ปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมแหวนมรกตเม็ดโตเคาะเบา ๆ บนโต๊ะกระจกเจียระไน สะท้อนความลังเลระคนเหนือกว่าของผู้ซื้อที่กำไพ่เหนือกว่าในมือ
อัครเดชขยับปกเสื้อสูทเนื้อดี ตัดเย็บด้วยผ้าแคชเมียร์นำเข้าจากอิตาลี รอยยิ้มการค้าที่เคยใช้ฟาดฟันคู่แข่งมานับไม่ถ้วนบัดนี้กลับตึงเครียดจนกลายเป็นการฝืนเกร็ง ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งทอดมองเอกสารสัญญาบนโต๊ะด้วยความรู้สึกดุจดังคนจมน้ำที่กำลังไขว่คว้าฟางเส้นสุดท้าย
"คุณหญิงวิไล... ที่ดินแปลงนั้นบรรพบุรุษของตระกูลเราถือครองมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ห้า ตัวอาคารก็เพิ่งบูรณะไปเมื่อปีก่อนด้วยงบร่วมสิบล้าน ราคาแปดสิบล้านนับว่าต่ำกว่ามูลค่าจริงเกือบครึ่งด้วยซ้ำ หากท่านไม่เห็นแก่ไมตรีเก่าก่อนระหว่างคุณพ่อของผมกับท่าน... เกรงว่าผมคงปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้หรอกค่ะ" อัครเดชเอ่ยตอบ น้ำเสียงพยายามรักษาความราบเรียบมั่น
ทว่าหยาดเหงื่อกาฬที่ซึมอยู่ตามไรผม และสันจมูกที่รั้นขึ้นเล็กน้อยยามที่เขาต้องเหลือบมองหน้าจอมือถือซึ่งสว่างวาบด้วยสายเรียกเข้าจากผู้จัดการธนาคารใหญ่ถึงสามสายติด ๆ กันนั้น หาได้รอดพ้นจากสายตาเฉียบคมของรตินธรที่นั่งไขว่ห้างอยู่มุมมืดของห้องไม่
รตินธรยกถ้วยชาจีนล้ำค่าขึ้นจิบช้า ๆ กลิ่นหอมละมุนของชาอู่หลงชั้นดีไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศความตึงเครียดผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย สายตาคมปลาบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนภาพความพินาศที่ค่อย ๆ กัดกินชายตรงหน้าทีละน้อย นี่คือผลลัพธ์จากการวางหมากอย่างแยบยลของเขา ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา หนี้สินก้อนโตที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมของอาณาจักรธุรกิจอัครเดชถูกเปิดโปงทีละมุม สภาพคล่องที่เคยไหลลื่นดั่งสายน้ำ กลับกลายเป็นบึงตมดูดกลืนทุกสิ่งจนเจ้าสัวใหญ่ผู้ยิ่งใหญ่ต้องเร่ง "เซ้ง" และ "ขายลดราคา" ทรัพย์สินชิ้นงามเพื่อต่อลมหายใจ
"ไมตรีเก่าก่อนหรือคะคุณอัครเดช..." รตินธรเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงด้วยความเย็นชาบาดลึกจนอัครเดชต้องสะดุ้งสุดตัว เขาหันขวับมามองชายหนุ่มผู้มีฐานะเป็นเพียงที่ปรึกษาอิสระของผู้ซื้อ แต่กลับทรงอิทธิพลเหนือการตัดสินใจทั้งหมดในห้องนี้ "น่าเสียดายนะคะที่กาลเวลาเปลี่ยน ผู้คนเปลี่ยน และสัจจะในหมู่โจร... เอ่อ ในหมู่พ่อค้า ย่อมแปรผันตามตัวเลขในบัญชีธนาคาร"
อัครเดชขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามปูดโปون "คุณรตินธร! ระวังปากของคุณด้วย ผมมาเจรจาธุรกิจ ไม่ได้มาให้เด็กเมื่อวานซืนเช่นคุณดูแคลน!"
"เด็กเมื่อวานซืนคนนี้กำลังช่วยให้คุณไม่ต้องล้มละลายจนกลายเป็นบุคคลล้มละลายที่ไม่มีแผ่นดินจะซุกหัวนอนต่างหากล่ะคะ" รตินธรวางถ้วยชาลงบนจานรองกระทบกันดัง *กริ๊ก* เบา ๆ แต่ก้องกังวานในความรู้สึกของทุกคน "หกสิบล้านบาท... เงินสดพร้อมโอนภายในสามสิบนาทีนี้ หากตกลง โฉนดผืนนั้นจะเปลี่ยนชื่อเป็นของคุณหญิงวิไล แต่ถ้าปฏิเสธ... พรุ่งนี้เช้า ข่าวเรื่องเช็คเด้งมูลค่าร้อยล้านของบริษัทคุณจะขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจทุกฉบับ พร้อมกับหมายศาลคดีฉ้อโกงประชาชนที่คุณไปค้ำประกันโครงการอสังหาฯ ไว้ที่ริมแม่น้ำอีกสาย เลือกเอาเถอะค่ะว่าจะรักษาศักดิ์ศรีจอมปลอม หรือจะรักษาบริษัทที่พ่อของคุณสร้างมาด้วยหยาดเหงื่อไว้"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องรับรองอีกครั้ง หนักอึ้งเสียจนแทบหายใจไม่ออก อัครเดชตัวสั่นเทาด้วยความโกรธแค้นและคับแค้นใจ ดวงตาแดงก่ำจ้องมองรตินธรราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ หากสายตาสามารถฆ่าคนได้ รตินธรคงมอดไหมเป็นจุลไปนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว แต่นี่ไม่ใช่สนามรบด้วยกำลัง เป็นสนามรบแห่งมันสมอง และเขา... กำลังพ่ายแพ้อย่างหมดรูป
ในวินาทีที่อัครเดชกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำว่า "ตกลง" ด้วยความจำนน ประตูห้องรับรองก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่10ได้รับอนุญาต
นลินในชุดสูทเข้ารูปสีเพลิง ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเร่งร้อน ใบหน้าสวยเฉี่ยวนั้นซีดเผือดเล็กน้อย แต่นัยน์ตากลับลุกโชนด้วยประกายแห่งความตื่นเต้น เธอเดินตรงเข้ามาหารตินธรโน้มตัวลงกระซิบเบา ๆ ข้างใบหู แต่ทว่าดังพอให้อัครเดชได้ยินด้วย
"รตินธรคะ... แผนการขั้นที่สองสำเร็จแล้วค่ะ ทางการอายัดบัญชีลับของเครืออัครเดชที่สويسเซอร์แลนด์เรียบร้อยแล้วตามคำสั่งศาล แต่ทว่า..." นลินชะงักไปนิด ชำเลืองมองอัครเดชที่หน้าถอดสี "มีเอกสารอีกฉบับหนึ่งหลุดออกมาจากตู้เซฟนิรภัยของเขา เป็นพินัยกรรมฉบับลับที่ระบุชื่อผู้รับมوالแท้จริง... ไม่ใช่อัครเดชค่ะ"
ร่างของอัครเดชเซถอยหลังไปชนโซฟา ใบหน้าไร้สีเลือดโดยสิ้นเชิง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด รตินธรค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับคู่ปรับเก่า รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่งดงามราวกับงานศิลป์ แต่น่ากลัวดั่งมัจจุราชที่ก้าวมาเคาะประตูบ้านยามวิกาล
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ
หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน•ตอนที่ 24
ความจนตรอก
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!