หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน•ตอนที่ 25

การเจรจาบนเส้นด้าย

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
"เอกสารฉบับนี้... คงจะทำให้ท่านอัครเดชระลึกถึงกลิ่นคาวเลือดเมื่อเจ็ดปีก่อนได้ดีไม่น้อยนะคะ" เสียงหวานใสทว่าเย็นเยียบดุจน้ำค้างกลางฤดูเหมันต์ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับรองส่วนตัวชั้นบนสุดของโรงแรมหรู ภายใต้แสงไฟสลัวสีอำพันที่ขับเน้นให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดัน รตินธรนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้ม ใบหน้าเรียบเฉยไร้รอยยิ้ม ดวงตาคู่คมทอดมองชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังนั่งหน้าซีดเผือดอยู่เบื้องฝั่งตรงข้าม อัครเดชกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือหนาที่เคยสั่นเทาด้วยความโกรธยามนี้กลับชุ่มไปด้วยเหงื่อกาฬ เขากวาดสายตามองเอกสารปึกหนาบนโต๊ะกระจกใส—มันคือบัญชีลับ รายชื่อพยานปากเอก และหลักฐานทางการเงินที่มัดตัวเขาไว้แน่นหนาทุกทิศทาง ไม่มีทางหลบหนี ไม่มีช่องว่างให้แก้ตัว ราวกับกรงเหล็กที่ถูกปิดตายโดยฝีมือของมัจจุราชในคราบมนุษย์ "คุณ... คุณต้องการอะไรกันแน่ รตินธร" เสียงของอัครเดชแหบพร่า อำนาจและบารมีที่เคยสะสมมานับทศวรรษพังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงความหวาดกลัวที่เกาะกุมขั้วหัวใจ รตินธรไม่ตอบในทันที เธอค่อย ๆ ยกถ้วยชาเซรามิกเคลือบมุกขึ้นจิบช้า ๆ อย่างใจเย็น กลิ่นหอมกรุ่นของชาอู่หลงชั้นดีลอยกรุ่นตัดกับความตึงเครียดในอากาศ นลิน ซึ่งนั่งเงียบอยู่เคียงข้างในฐานะที่ปรึกษาทางกฎหมาย ส่งยิ้มบางเบาอย่างรู้ทัน เป็นรอยยิ้มของผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่าในทุกมิติ "ดิฉันไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่า 'ความยุติธรรม' ค่ะ" รตินธรวางถ้วยแบล็กทีลงกระทบจานรองเบา ๆ เสียงนั้นดังก้องกังวานในความเงียบ "ความยุติธรรมที่ท่านเคยพรากไปจากครอบครัวของดิฉัน เมื่อครั้งที่พวกท่านใช้เกมการเงินสกปรกบีบคั้นจนบิดามารดาต้องตรอมใจตาย และส่งทนายความมือดีมาทำลายอนาคตของดิฉันจนย่อยยับ... จำได้ไหมคะ?" แววตาของอัครเดชไหววับ เขาพยายามรวบรวมเศษ "เด็กน้อย... อย่าลำพองใจไปนักเลย" อัครเดชกัดฟันกรอด พยายามเค้นเสียงขู่ขวัญ "คิดว่ากำหลักฐานแค่นี้จะโค่นฉันได้หรือไง คนเบื้องหลังฉันเขามีอำนาจมากกว่าที่เธอจะจินตนาการได้!" "อำนาจหรือคะ?" รตินธรยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่งดงามแต่กลับเยือกเย็นเสียจนอัครเดชต้องผะหนีบ "ท่านหมายถึงกลุ่มทุนข้ามชาติ หรือบรรดานักการเมืองที่ท่านคอยป้อนกล้วยให้ทานกันแน่ล่ะคะ? น่าเสียดาย... ที่ตอนนี้ 'ท่านอ๋อง' หรือจะเรียกให้ถูกคือผู้มีอิทธิพลตัวจริงของพวกท่าน กำลังเผชิญหน้ากับเอกสารชุดเดียวกันนี้ที่สำนักงานอัยการสูงสุดเรียบร้อยแล้วค่ะ" เพล้ง! แก้วไวน์ในมือของอัครเดชร่วงหล่นลงแตกกระจายบนพื้นพรม เศษแก้วและน้ำสีแดงฉานกระเซ็นเปรอะเปื้อนรองเท้าหนังราคาแพง สีหน้าของเขาไร้สีเลือดโดยสิ้นเชิง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระบาล รตินธรลุกขึ้นยืนช้า ๆ จัดเสื้อสูทเข้ารูปสีดำสนิทให้เรียบร้อย ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของอัครเดชด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกราวกับตกนรกทั้งเป็น "เกมกระดานนี้... หมากตัวสุดท้ายไม่ได้อยู่ที่ท่านหรอกนะคะอัครเดช แต่มันอยู่ในกำมือของดิฉันต่างหาก เตรียมตัวไปชดใช้กรรมในกรงขังให้ดีเถอะค่ะ" ขณะที่รตินธรและนลินกำลังจะหันหลังก้าวเดินออกจากห้องเพื่อปิดฉากเกมแค้นครั้งนี้อย่างสมบูรณ์ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งเป็นจังหวะ ก่อนที่บานประตูไม้สักทองจะถูกผลักเปิดออกช้า ๆ เผยให้เห็นร่างสูงโปรดของชายปริศนาในชุดสูทสั่งตัดพิเศษ ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกความมืดจากทางเดินกลืนกิน แต่ดวงตาสีสนิมคู่นั้นกลับจ้องมองตรงมาที่รตินธรด้วยประกายระยับที่อ่านไม่ออก "ช้าก่อนครับ... คุณรตินธร" เสียงทุ้มต่ำกังวานเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มปริศนาที่จุดประกายขึ้นที่มุมปากของชายแปลกหน้าคนนั้น "เกมนี่... สนุกขนาดนี้ จะรีบจบลงง่าย ๆ ได้อย่างไรกันล่ะครับ ในเมื่อ 'ผู้เล่นตัวจริง' เพิ่งจะก้าวเข้ามาสู่กระดานนี้เอง" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%