หมึกสีดำข้นคล้ายหยดเลือดหยดลงบนหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าที่วางแผ่หลาอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊คตัวหนา มันไม่ใช่รอยหมึกที่บังเอิญหก แต่มันคือสัญลักษณ์แห่งความเสื่อมทรามที่กำลังถูกแฉออกมาสู่สาธารณะ
“กลิ่นความฉิบหายมักหอมหวานเสมอว่าไหมคะ คุณอัครเดช”
รตินธรเปรยขึ้น เสียงของเธอราบเรียบดุจผิวน้ำนิ่ง แต่ทว่าในแววตากลับวาวโรจน์ด้วยเพลิงแห่งการแก้แค้นที่สั่งสมมานานปี เธอไม่ได้มองคู่สนทนาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แต่มองไปยังหัวข้อข่าวตัวหนาบนหน้าหนึ่ง... *‘อัครเดช: เบื้องหลังจักรวรรดิสีเทาและการฟอกเงินคราบน้ำตาผู้บริสุทธิ์’*
อัครเดชไม่แม้แต่จะปรายตาลงมองข่าวพาดหัวนั้น เขายังคงประคองถ้วยชาอุ่นระอุขึ้นจิบ ท่าทางสุขุมเยือกเย็นราวกับพายุทอร์นาโดที่เพิ่งสงบลงชั่วคราว “สื่อมวลชนเป็นเพียงสุนัขรับใช้ที่รอคอยเศษเนื้อจากมือผู้ให้ รตินธร... เธอคิดจริงๆ หรือว่าข่าวโคมลอยพวกนี้จะล้มยักษ์ที่ยืนหยัดมานานนับทศวรรษอย่างฉันได้?”
“สุนัขที่อดอยากที่สุด มักจะมีฟันที่คมกริบที่สุดนะคะ” นลินที่นั่งพิงพนักเก้าอี้เงียบๆ มานาน เอ่ยแทรกขึ้น เธอขยับแว่นสายตากรอบทอง สายตาคมกริบดุจมีดผ่าตัดของอัยการสาวจ้องเขม็งไปที่ชายตรงหน้า “และตอนนี้ พวกมันกำลังหิวโซ... เพราะฉันเพิ่งโยน 'วัตถุดิบ' ชิ้นงามให้พวกมันเมื่อคืนนี้เอง”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอันโอ่อ่า บรรยากาศกดดันจนแม้แต่เสียงลมหายใจยังฟังดูหน่วงหนัก อัครเดชชะงักมือนิ่ง แต่ไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้าน เขายังคงรักษารอยยิ้มมุมปากที่แฝงไว้ด้วยความเหยียดหยาม “นลิน... เธอเป็นถึงอัยการ แต่กลับใช้เล่ห์เพทุบายสกปรกเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ รอยแปดเปื้อนบนจรรยาบรรณของเธอ คงจะฝังลึกจนล้างไม่ออกแล้วกระมัง”
“จรรยาบรรณหรือคะ?” รตินธรหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ “คนอย่างคุณรู้จักคำนี้ด้วยหรือคะ ในวันที่คุณเซ็นคำสั่งให้ตระกูลของฉันต้องพินาศจนไม่เหลือแม้แต่ที่ซุกหัวนอน ในตอนนั้นคุณเคยถามตัวเองบ้างไหมว่าจรรยาบรรณที่ควรจะมี คุณทำหล่นหายไปในกองเลือดที่ไหน?”
เธอลุกขึ้นเดินช้าๆ ไปรอบห้อง นิ้วเรียวยาวไล้ไปตามชั้นวางของราคาแพง ก่อนจะหยุดลงที่กรอบรูปครอบครัวของอัครเดชที่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นบนตู้เซฟข้างโต๊ะทำงาน “คนเรามักจะปกป้องสิ่งที่ตัวเองรักด้วยวิธีที่น่ารังเกียจที่สุด... แต่สิ่งที่น่าสมเพชที่สุดคือการที่สิ่งที่ปกป้องนั่นแหละ ที่จะกลับมาทำลายคุณเสียเอง”
อัครเดชเริ่มขมวดคิ้ว ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มสั่นคลอน “เธอทำอะไรลงไป”
“ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ” รตินธรยิ้มหวาน “ฉันแค่ปล่อยให้ความจริงทำหน้าที่ของมัน สื่อมวลชนกำลังขุดคุ้ยบัญชีลับที่นลินส่งให้ และในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า หุ้นในเครือของคุณจะดิ่งลงเหวราวกับนกปีกหักที่ตกลงจากหน้าผา... อ้อ แล้วก็ไม่ต้องกังวลเรื่องทนายนะคะ เพราะฉันจะรับหน้าที่นั้นให้คุณเอง... ในวันที่คุณต้องขึ้นศาลในฐานะจำเลย”
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของอัครเดชก็สั่นรัวราวกับเสียงกลองศึกที่รุกไล่ เขาหยิบมันขึ้นมาดู ใบหน้าสี่เหลี่ยมคมสันนั้นซีดเผือดลงทันทีที่เห็นข้อความแจ้งเตือนจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ฯ เขาวางโทรศัพท์ลงอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น
“เธอกำลังเล่นกับไฟ รตินธร...” อัครเดชเค้นเสียงลอดไรฟัน
“ดิฉันยอมถูกไฟเผาค่ะ ขอเพียงให้คนอย่างคุณต้องมอดไหม้ไปพร้อมกับเศษซากของอาณาจักรที่สร้างมาจากคราบเลือดของผู้อื่น” รตินธรโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูเขา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเธอปะทะกับกลิ่นคาวความตายที่เธอรู้สึกได้จากชายผู้นี้ “กลอนบทสุดท้ายของชีวิตคุณ... ฉันจะเป็นคนเขียนมันเองค่ะ”
อัครเดชแค่นหัวเราะ ก่อนจะคว้าแก้ววิสกี้ที่วางอยู่ข้างมือขึ้นมาดื่มจนหมดแก้ว ทว่าในจังหวะนั้นเอง เขากลับไอออกมาอย่างรุนแรง เลือดสีแดงสดพุ่งออกมาจากปากเปรอะเปื้อนคอเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา
เขาเบิกตากว้าง มองมาที่ถ้วยชาและแก้ววิสกี้ที่รตินธรเพิ่งจะ 'ขยับ' มันก่อนหน้าที่เขาจะเข้ามาในห้อง ดวงตาที่เต็มไปด้วยอำนาจค่อยๆ พร่าเลือน ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งทรุดลงกับพื้นพรมราคาแพง
“เธอ... เธอวางยา...” เขาพยายามจะคว้าแขนรตินธร แต่กลับไร้เรี่ยวแรง
รตินธรก้าวถอยหลังออกมาอย่างสง่างาม เธอหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดขึ้นมาซับมือที่ไม่ได้เปื้อนอะไรเลยแม้แต่น้อย สายตาเย็นชาของเธอมองลงไปยังคนที่กำลังดิ้นรนทุรนทุราย “ดิฉันบอกแล้วไงคะว่าการแก้แค้นคือศิลปะ... แต่น่าเสียดายที่เรื่องราวยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ เพราะคนที่อยู่เบื้องหลังการทุจริตทั้งหมดจริงๆ... ไม่ใช่คุณ”
ประตูห้องทำงานเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษผู้หนึ่งในชุดสูทสีดำสนิท ซึ่งเป็นคนที่รตินธรคาดหวังว่าจะได้เห็นมาตลอด แต่การมาถึงของเขากลับทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ—เพราะชายผู้นี้คือคนเดียวกับที่เธอเคย ‘สังหาร’ ด้วยมือตัวเองในชาติภพที่แล้ว!
เขาก้าวเข้ามาในห้อง กวาดสายตามองศพที่ยังไม่สิ้นใจของอัครเดชด้วยความรู้สึกเฉยเมย ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่รตินธรพร้อมรอยยิ้มที่เหมือนจะจำเธอได้ดี “หมากกระดานนี้สนุกดีนี่... คุณหนูรตินธร”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ
หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน•ตอนที่ 23
กลอนบทสุดท้าย
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!