"ท่านคิดว่าหน้ากากที่สวมอยู่ จะสามารถปกปิดกลิ่นคาวเลือดจากคดีเมื่อสิบปีก่อนได้เนิ่นนานสักเพียงใดหรือคะ... คุณอัครเดช"
เสียงหวานใสที่กังวานราดรดลงกลางห้องโถงจัดเลี้ยงหรูหรา ภายใต้แสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับราวกับดวงดาวนับหมื่นดวง ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับเยียบเย็นดั่งต้องลมหนาวจากหุบผาน้ำแข็ง รตินธรยืนสงบนิ่งอยู่ในชุดสูทตัดเย็บพิเศษเข้ารูปสีดำสนิท ขับเน้นให้เรือนร่างระหงดูสง่างามและทรงอำนาจ ปลายนิ้วเรียวยาวถือแก้วไวน์เจียระไนบรรจุของเหลวสีชาดไว้หลวมๆ สายตาคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนไว้ในฝักแพรไหม จ้องมองตรงไปยังร่างสูงใหญ่ของอัครเดชที่ชะงักฝีเท้าลงทันที
รอบตัวพวกเขาทั้งคู่คือเหล่าบรรดาเซเลบ เศรษฐี และผู้มีอิทธิพลระดับประเทศที่มารวมตัวกันในงานการกุศลประจำปี ซึ่งถูกเนรมิตให้กลายเป็นเวทีประลองอำนาจอันเงียบเชียบ รตินธรไม่ได้มาที่นี่เพื่อร่วมบริจาคเงินสร้างภาพลักษณ์ แต่เธอมาเพื่อรื้อถอนรากฐานอาณาจักรที่สร้างขึ้นด้วยหยาดเลือดและน้ำตาของครอบครัวเธอทีละก้อนอิฐ
อัครเดชหันกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาคมปลาบหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อประเมินคู่ต่อสู้ ริมฝีปากหนายกยิ้มเยาะหยันตามวิสัยของคนที่กุมอำนาจเบ็ดเสร็จมาเนิ่นนาน เขาไม่เคยคิดว่าเด็กหนุ่มในอดีตที่เคยสูญเสียทุกอย่าง จะเติบโตมาเป็นหนามยอกอกที่คมกริบถึงเพียงนี้
"คุณรตินธร... ดูเหมือนช่วงนี้คุณจะว่างมากเสียจนเที่ยวเดินเก็บขยะข้างถนนมาใส่ความผู้บริสุทธิ์สินะครับ" อัครเดชเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ พยายามกดดันด้วยบารมีที่สั่งสมมานาน ทว่ารตินธรกลับไหวไหล่เบาๆ ราวกับคำพูดนั้นเป็นเพียงเสียงกระซิบของสายลม
"ขยะหรือคะ? น่าเสียดายนะคะที่ขยะชิ้นนั้น... ดันเป็นบัญชีลับที่บันทึกเส้นทางการเงินของมูลนิธิคุณ เมื่อสิบปีก่อนพอดี"
รอยยิ้มบนใบหน้าของอัครเดชแข็งค้างในเสี้ยววินาที แม้จะควบคุมสีหน้าได้อย่างรวดเร็ว แต่ไอร้อนที่แผ่ออกจากผิวกายและความตึงเครียดที่กล้ามเนื้อกรามก็ไม่สามารถรอดพ้นสายตาของนลินที่ยืนกอดอกอยู่มุมมืดของเสาหินอ่อนได้ อัยการสาวในชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มส่งยิ้มเย็นเยียบให้ศัตรู พร้อมกับส่งสัญญาณมือบางอย่าง
บนจอภาพขนาดมหักษ์กลางงานเลี้ยงที่ควรจะฉายภาพวิดีโอแนะนำโครงการการกุศล จู่ๆ หน้าจอก็เปลี่ยนเป็นภาพเอกสารทางราชการและเส้นทางการเงินที่ถูกเข้ารหัสไว้อย่างแน่นหนา เสียงฮือฮาจากแขกเหรื่อดังขึ้นระลอกใหญ่ แสงแฟลชจากโทรศัพท์มือถือและสื่อมวลชนที่แอบเล็ดลอดเข้ามาสาดส่องไปยังร่างของอัครเดชจนแทบไหม้เกรียม
"แก... ทำบ้าอะไร!" อัครเดชก้าวเท้าเข้าประชิดตัวรตินธรด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ปิดไม่มิด มือหนายื่นออกหมายจะคว้าข้อแขนเรียว แต่รตินธรกลับไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอก้าวถอยหลังครึ่งก้าวอย่างสง่างาม ราวกับการเคลื่อนไหวของนักลีลาศบนเวทีใหญ่
"ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ... ฉันแค่แสดง 'ความจริง' ให้คนที่อยู่ในความมืดได้เห็นแสงสว่างต่างหาก" รตินธรเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คุณคิดว่าเงินปิดปากพยานปากเอกคนนั้นจะซื้อความลับได้ตลอดไปหรือคะ? น่าเสียดาย... ที่พยานคนนั้นเลือกที่จะตายด้วยความสำนึกผิด มากกว่าจะยอมก้มหัวให้คนไร้หัวใจเช่นคุณ"
บรรยากาศในห้องโถงอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงกระซิบกระซาบดังระงมราวกับฝูงผึ้งแตกรัง อัครเดชตระหนักได้ทันทีว่าเกมนี้เขาตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำอย่างสมบูรณ์แบบ ข้อมูลชุดนี้ไม่ใช่แค่เรื่องฉ้อโกงธรรมดา แต่มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะโยงไปถึงคดีฆาตกรรมอำพรางเมื่อทศวรรษก่อน
ทว่า ในขณะที่รตินธรกำลังจะยกแก้วไวน์ขึ้นจิบทักAฉลองชัยชนะอันงดงาม เสียงปรบมือช้าๆ และกังวานก็ดังขึ้นจากทางประตูด้านหน้าของห้องโถง
*แปะ... แปะ... แปะ...*
ทุกคนในงานต่างหันไปมองเป็นตาเดียว ร่างของชายสูงวัยในชุดสูทราคาแพงผู้กุมอำนาจเหนือกว่าอัครเดชก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า บนใบหน้าประดับรอยยิ้มลึกลับที่อ่านไม่ออก ทว่าสิ่งที่ทำให้รตินธรต้องชะงักค้างและหัวใจกระตุกวูบ คือเอกสารในมือของชายคนนั้น... เอกสารสิทธิ์การถือครองที่ดินทั้งหมดของตระกูลเธอที่ควรจะอยู่ในการดูแลของเธอ กลับตกไปอยู่ในมือของคนผู้นี้แล้ว
"เล่นสนุกพอกหรือยังครับ... คุณรตินธร" เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่ชายปริศนาก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าเธอ ห่างกันเพียงแค่เอื้อมมือ "เกมกระดานนี้ ดูเหมือนคุณจะมองข้ามผู้เล่นที่แท้จริงไปเสียสนิทเลยนะครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับกลเกมแห่งความแค้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน•ตอนที่ 12
ค่ำคืนแห่งการตัดสิน
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!