ก้านนิ้วเรียวยาวที่เปื้อนคราบหมึกสีนิลของรตินธรชะงักค้างอยู่เหนือกระดาษไขแผ่นบาง
ประโยคสุดท้ายที่ทิ้งไว้ในความมืดมิดของคืนก่อน — *"เก่งมาก... ที่รอดจากคืนนี้มาได้ รตินธร... แต่แกแน่ใจหรือว่า สิ่งที่แกกำลังตามหา... ยังคงอยู่ที่เดิม?"* — ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ราวกับเสียงกระซิบจากยมทูตที่ยืนอยู่เบื้องหลังบานหน้าต่าง
ทว่า ในห้องทำงานกว้างขวางที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของกระดาษเก่าและชาจีนชั้นดี รตินธรไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะมองลอดออกไปเบื้องล่าง ผ่านกระจกใสบานใหญ่ที่สะท้อนภาพตึกระฟ้าใจกลางเมืองยามราตรี ท่ามกลางแสงไฟนีออนที่กะพริบไหวราวกับดวงดาวในห้วงมหาสนุกแห่งอำนาจ เขากำลังเล่นเกมที่เดิมพันด้วยลมหายใจ และเขารู้ดีว่า อัครเดช ศัตรูตัวฉกาจผู้กุมบังเหียนอาณาจักรธุรกิจสีเทา กำลังเดินหมากตาต่อไปด้วยความมั่นใจ
"คุณคิดผิดแล้วล่ะ... อัครเดช"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเบาๆ กับความว่างเปล่า ก่อนที่สายตาจะเบนกลับมายังร่างระหงที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตู นลิน อัยการสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดเดี่ยวและไร้ความปราณี ดวงตาคู่สวยของเธอกำลังจ้องมองเขาด้วยประกายความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา
ไม่มีรอยยิ้มเยาะหยัน ไม่มีคำพูดเชือดเฉือนเช่นเคย มีเพียงความเงียบงันที่หนักหน่วงราวกับม่านหมอกยามรุ่งอรุณที่ปกคลุมยอดเขา
"เอกสารชุดนั้น... ถูกย้ายไปแล้วใช่ไหมคะ" นลินเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้น น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลกว่าทุกครั้ง แต่มันกลับเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่ซ่อนเร้น เธอสาวเท้าก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละน้อย ส้นรองเท้ากระทบกับพื้นไม้เนื้อดีเกิดเสียงก้องกังวานเป็นจังหวะ
รตินธรเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ไม่มีความจำเป็นต้องปกปิดอีกต่อไป ในเมื่อเกมเดินทางมาถึงจุดที่หน้ากากทุกอันเริ่มหลุดร่วง
"คุณรู้อยู่แล้ว นลิน" รตินธรตอบเรียบๆ "อัครเดชไม่ได้โง่พอที่จะเก็บหลักฐานชิ้นสำคัญไว้ในที่ที่เขาเคยซ่อนมันเมื่อห้าปีก่อน หนี้เลือดของตระกูลฉัน... มันมีค่าเกินกว่าจะปล่อยให้ใครหยิบฉวยไปได้ง่ายๆ"
นลินหยุดยืนที่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานของเขา มือเรียวบางเอื้อมไปแตะแผ่นกระดาษแปลนอาคารเก่าแก่ที่กางอยู่บนโต๊ะ ปลายนิ้วของเธอไล่ไปตามเส้นทางหนีไฟและห้องใต้ดินของคฤหาสน์ตระกูลอัครเดช
"ฉันเคยคิดว่าคุณเป็นแค่พวกบ้าคลั่งที่ต้องการแก้แค้นด้วยวิธีสกปรกไม่ต่างจากพวกเขา" นลินเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาสั่นระริกด้วยความรู้สึกที่ขัดแย้ง "แต่ฉันประเมินคุณต่ำไป... รตินธร ทุกย่างก้าวที่คุณเดิน ทุกหลักฐานที่คุณขุดคุ้ย มันไม่ใช่แค่การชำระแค้น แต่มันคือการทวงคืนความยุติธรรมที่ระบบกฎหมายเน่าเฟะพวกนั้นไม่เคยให้ได้"
รตินธรนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ เขาไม่ได้คาดคิดว่าสตรีผู้ยึดมั่นในตัวบทกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมอย่างนลิน จะเอާމคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปาก
แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะทอดเงาลงบนใบหน้าของทั้งคู่ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเงียบงันอันล้ำลึก
"คุณไม่จำเป็นต้องเสี่ยงเดินเกมนี้คนเดียวอีกต่อไปแล้วนะคะ"
คำพูดนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากอิบอิ่มของนลิน น้ำเสียงของเธอหนักแน่นและมั่นคงดั่งหินผา ไม่มีร่องรอยของการลังเลใจหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย เธอยื่นแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มแผ่นหนึ่งวางลงบนโต๊ะตรงหน้าเขา
รตินธรขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาหยิบแฟ้มนั้นขึ้นมาเปิดดูอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใน — มันคือหมายค้นและคำสั่งอายัดทรัพย์สินฉบับจริง ที่ลงนามโดยผู้พิพากษาระดับสูง ซึ่งมีอำนาจเหนือกว่าที่อัครเดชจะใช้อิทธิพลมืดเข้าแทรกแซงได้!
"นี่มัน..."
"หมายจับและคำสั่งยึดทรัพย์ล็อตสุดท้าย" นลินแย้มยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งจากอัยการสาวผู้เย่อหยิ่ง "ฉันใช้เวลาสามเดือนที่ผ่านมาในการรวบรวมรอยรั่วทางกฎหมายที่อัครเดชใช้ฟอกเงิน... และตอนนี้ ฉันพร้อมที่จะเปิดศึกอย่างเป็นทางการร่วมกับคุณแล้วค่ะ รตินธร"
ความรู้สึกบางอย่างไหววูบขึ้นในอกของชายหนุ่ม อดีตทนายความผู้เคยโดดเดี่ยวในความมืดมิดและจมดิ่งอยู่กับกองเลือดแห่งความแค้น บัดนี้เขากลับไม่ได้เดินอยู่บนเส้นทางนี้เพียงลำพังอีกต่อไปแล้ว สตรีตรงหน้าไม่เพียงแต่เข้าใจในตัวตนใหม่ของเขา แต่เธอยังเลือกที่จะก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคมดาบที่จะใช้ฟาดฟันศัตรู
"คุณรู้ไหมว่าการร่วมมือกับฉัน... มันหมายถึงการเอาอนาคตทั้งชีวิตของคุณไปแขวนไว้บนเส้นด้าย" รตินธรเอ่ยเสียงพร่า มือหนากุมทับมือเรียวที่วางอยู่บนโต๊ะโดยไม่รู้ตัว ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเธอส่งผ่านความรู้สึกมั่นคงมาสู่หัวใจที่ด้านชามานาน
นลินไม่ได้ดึงมือกลับ เธอกลับพลิกฝ่ามือขึ้นประสานปลายนิ้วเข้ากับเขาแน่น ดวงตากลมโตสะท้อนภาพใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน
"อนาคตที่ไม่มีความยุติธรรมหลงเหลืออยู่... ก็ไม่ต่างอะไรกับความตายทั้งเป็นหรอกค่ะ รตินธร" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว "เรามาจบเกมนี้ด้วยกันเถอะค่ะ"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความเข้าใจและพันธะสัญญาอันลึกซึ้ง เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานก็แผדเสียงกรีดร้องทำลายความเงียบขึ้นอย่างกะทันหัน
รตินธรขมวดคิ้ว เขาละมือออกจากมือของนลินอย่างจำใจ ก่อนจะหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมา หน้าจอแสดงเบอร์โทรศัพท์แปลกปลอมที่ไม่มีชื่อบันทึก แต่กลับเป็นหมายเลขที่เขารอคอยมาตลอดห้าปีเต็ม
เขากดรับสายทันทีโดยไม่ลังเล
"ฉันรู้ว่านายกำลังฟังอยู่... รตินธร" เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกของอัครเดชดังลอดออกมาจากลำโพง ราวกับมันลอยมาจากขุมนรก "อยากรู้ไหมว่า... ตอนนี้ใครกำลังนั่งดื่มชาอยู่กับฉันที่ห้องรับรองชั้นบนสุด?"
สิ้นเสียงนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันก็ดังแทรกเข้ามาในสาย ก่อนที่เสียงอันคุ้นเคยของบุคคลที่สามจะเอ่ยทักทายขึ้นเบาๆ ผ่านปลายสาย ทำให้เลือดในกายของรตินธรเย็นเฉียบลงในชั่วพริบตา!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาแห่งการแก้แค้นนี้ไปกับ "มนตรากรรมสะท้อน" นะคะ
หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน•ตอนที่ 21
ความจริงที่ถูกเปิดเผย
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายใต้รอยเลือดที่ย้อนคืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!