"เจ้าไม่ใช่ผู้สืบทอดสายเลือด... แต่เจ้าคือผู้ถูกเลือกให้มาเป็น 'โซ่ตรวน' ที่คอยกักขังอดีตไม่ให้หวนคืน"
เสียงนั้นก้องกังวาน ไม่ใช่ผ่านโสตประสาท แต่ดังขึ้นในจิตวิญญาณที่สั่นสะท้าน เซเรส ไวท์ ลืมตาโพลงขึ้นในความมืดมิดของหอพักชาย ท่ามกลางบรรยากาศที่หนักอึ้งราวกับอากาศถูกดูดออกไปจนหมดสิ้น เหงื่อกาฬซึมทั่วแผ่นหลังจนเสื้อเชิ้ตสีขาวแนบเนื้อ หัวใจของเขาเต้นรัวเหมือนกลองศึกที่กำลังเร่งจังหวะก่อนการปะทะ
ในความเงียบงันที่ลึกสุดหยั่ง เซเรสสัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบที่ขอบเตียง ราวกับมีใครบางคนเพิ่งลุกออกไปเมื่อครู่นี้ เขาไม่ได้อยู่ในหอพักปกติอีกแล้ว ห้วงนิทราเมื่อครู่ดึงเขากลับไปสู่ 'หอคอยบรรพกาล' สถานที่ซึ่งถูกลบหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์สถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ และเบื้องหน้าของเขา ในฝันนั้น คือชายชราในชุดคลุมสีเงินยวบยาบ ใบหน้าซีกหนึ่งถูกปิดทับด้วยหน้ากากศิลาที่สลักอักขระมนตราสีแดงฉาน
"ตื่นแล้วหรือครับ เซเรส"
เสียงที่เอ่ยทักทำให้เซเรสสะดุ้งสุดตัว เขาหันไปมองข้างเตียง พบเพียงเอเลน่าที่ยืนถือตะเกียงเวทมนตร์แสงนวลตาอยู่ เธอมีสีหน้าตื่นตระหนก สายตาจับจ้องที่ดวงตาของเซเรสอย่างไม่วางตา
"เธอ... เธอเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่?" เซเรสถาม เสียงของเขาสั่นเครือกว่าที่ตั้งใจไว้
"ฉันมาถึงก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที พบว่าเธอละเมอเรียกชื่อใครบางคนซ้ำๆ" เอเลน่าทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียง แสงจากตะเกียงขับให้ใบหน้าของเธอที่ดูเคร่งเครียดอยู่เป็นทุนเดิมดูซีดเซียวลงไปอีก "เธอเรียกชื่อ 'อาร์คัส' และพูดถึงรูนที่สาม... รูนแห่งการพังทลาย เซเรส เกิดอะไรขึ้นในหัวของเธอกันแน่?"
เซเรสนิ่งเงียบ เขาหลับตาลง ภาพของชายชราคนนั้นยังคงแจ่มชัด อักขระบนหน้ากากศิลาค่อยๆ หมุนวนเปลี่ยนรูปร่าง นี่ไม่ใช่แค่ความฝัน แต่มันคือคำเตือนจากกระแสธารแห่งเวลาที่พยายามสื่อสารกับเขา
"ดาร์กัสเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว" เซเรสพูดขึ้นโดยไม่ลืมตา "เขาไม่ได้แค่ต้องการพลังอำนาจในสภานักเรียน แต่เขาต้องการเปิดประตูห้องใต้ดินต้องห้ามใต้หอสมุดหลวง เขาต้องการ 'จารึกชิ้นที่เจ็ด' เพื่อปลดปล่อยสิ่งที่บรรพบุรุษสั่งห้ามไว้"
เอเลน่าหน้าเปลี่ยนสี เธอวางตะเกียงลงบนโต๊ะก่อนจะโน้มตัวมาใกล้ "นั่นมันทฤษฎีสมคบคิด! ไม่มีใครกล้าแตะต้องจารึกชิ้นนั้นตั้งแต่อดีตผู้อำนวยการล้มสลาย ดาร์กัสอาจจะบ้า แต่เขาไม่โง่พอที่จะฆ่าตัวตายด้วยการปลุกสิ่งที่อยู่ในนั้น"
"เขากำลังทำอยู่ เอเลน่า" เซเรสลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีเทาของเขาเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยความตื่นรู้ "ข้าเห็นใบหน้าของคนในฝัน... เขาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นภาพสะท้อนของชายที่สลักชื่อไว้บนฐานอนุสาวรีย์หน้าหอประชุม... ผู้ก่อตั้งสถาบันผู้นี้ แท้จริงแล้วเขาไม่ได้สร้างโรงเรียนเพื่อสอนเวทมนตร์ เขาสร้างมันเพื่อ 'คุมขัง' บางอย่างไว้ใต้ดินของเรา"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักอีกครั้ง ราวกับว่ากำแพงของสถาบันกำลังฟังบทสนทนาของพวกเขาอยู่ เอเลน่าลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง บานหน้าต่างไม้โอ๊กถูกเปิดออก ลมราตรีพัดเอาละอองหิมะสีครามเข้ามา กลิ่นอายเวทมนตร์ที่เข้มข้นจนผิดปกติทำให้บรรยากาศภายนอกดูวิปริตไปจากทุกคืน
"ถ้าสิ่งที่เธอเห็นคือความจริง สถาบันนี้ก็คือคุกขนาดมหึมาที่พวกเราอาศัยอยู่โดยไม่รู้ตัว" เอเลน่ากระซิบ "แล้วดาร์กัสล่ะ? เขาต้องการอะไรจากการปลดปล่อยสิ่งที่ควรถูกขัง?"
"พลังที่จะเขียนกฎเกณฑ์ของโลกใหม่... หรือไม่เขาก็แค่หมากตัวหนึ่งที่ถูกหลอกใช้" เซเรสลุกขึ้นจากเตียง หยิบไม้คทาสั้นที่สลักอักขระรูนโบราณวางไว้บนหัวเตียงขึ้นมา "ข้าต้องไปหอสมุดคืนนี้ ถ้าช้าไปกว่านี้ รูนแห่งการพังทลายจะถูกกระตุ้น และเมื่อนั้น... สถาบันจะไม่มีทางเป็นที่เดิมอีกต่อไป"
"ฉันไปด้วย" เอเลน่าหยิบไม้กายสิทธิ์ของเธอขึ้นมา แววตาของเธอไม่มีความลังเล "เราเป็นพันธมิตรกัน ไม่ใช่เหรอ?"
ทั้งสองก้าวออกจากห้องพัก มุ่งหน้าสู่ทางเดินหินอ่อนที่ทอดยาวไปยังหอสมุดหลวง แสงจันทร์ส่องผ่านกระจกสีทำให้เงาของพวกเขาดูบิดเบี้ยวบนพื้นทางเดิน ทันใดนั้น เซเรสก็หยุดกะทันหัน เขาชูมือขึ้นเป็นเชิงให้เอเลน่าหยุด
"มีคนอยู่ตรงนั้น" เซเรสกระซิบ พลางใช้สายตาสังเกตความผิดปกติของไอเวทมนตร์ในอากาศ
ที่ปลายทางเดิน หน้าประตูทางเข้าหอสมุด ร่างสูงโปร่งของดาร์กัส มอร์กาน่า ยืนตระหง่านอยู่ เขากำลังจดจ่ออยู่กับการร่ายอักขระแสงสีม่วงดำลงบนบานประตูโบราณ ทุกครั้งที่นิ้วเรียวยาวของเขากรีดผ่านอากาศ กลิ่นกำมะถันจางๆ ก็อบอวลไปทั่วบริเวณ
"ดาร์กัส!" เซเรสตะโกนเรียกเสียงกร้าว
ดาร์กัสหยุดมือ เขาไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง แต่ไหล่ของเขาไหวเล็กน้อยคล้ายกับกำลังหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "มาช้าไปหน่อยนะ เซเรส... หรือว่าเจ้าต้องรอให้ฝันร้ายเตือนสติก่อนถึงจะกล้าก้าวออกมาจากกรงขังเล็กๆ ของเจ้า?"
"หยุดเดี๋ยวนี้! นายกำลังทำลายพันธสัญญาที่บรรพบุรุษร่วมกันสร้างมา!" เอเลน่าก้าวออกมาข้างหน้า ไม้กายสิทธิ์ในมือส่องแสงสีฟ้าเจิดจ้าเตรียมพร้อมสำหรับการปะทะ
ดาร์กัสค่อยๆ หันกลับมา แสงจันทร์เผยให้เห็นใบหน้าที่ดูผ่อนคลายเกินควร มุมปากของเขายกยิ้มอย่างเหนือกว่า ดวงตาของเขากลายเป็นสีทองเข้มที่ดูราวกับไม่ใช่ดวงตาของมนุษย์ทั่วไป
"พันธสัญญาเหรอ? ไม่หรอกเอเลน่า..." ดาร์กัสก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว เปิดช่องว่างที่บานประตู "มันคือการเตรียมการต้อนรับ... เจ้าของตัวจริงของสถานที่แห่งนี้กำลังจะกลับมา และข้าคือคนที่จะเป็นทูตต้อนรับผู้ยิ่งใหญ่ผู้นั้น"
ดาร์กัสดีดนิ้ว อักขระสีม่วงดำที่ประตูระเบิดแสงออกจนเซเรสต้องยกมือขึ้นบังตา ทว่าในวินาทีที่แสงจางลง สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหลังดาร์กัสไม่ใช่ห้องสมุดที่คุ้นเคย แต่มันคือห้วงมิติที่ว่างเปล่าและกว้างใหญ่ไพศาล ราวกับอวกาศที่เต็มไปด้วยดวงดาวที่กำลังดับสูญ
และที่ใจกลางความว่างเปล่านั้น... มีร่างของชายผู้หนึ่งยืนหันหลังให้พวกเขา ร่างนั้นสวมชุดคลุมเช่นเดียวกับชายในความฝันของเซเรสไม่มีผิดเพี้ยน
"เซเรส ไวท์..." เสียงนั้นดังขึ้นจากความว่างเปล่า แต่มันกลับก้องอยู่ในหัวของเซเรสจนเขาต้องทรุดลงเข่าข้างหนึ่ง "เจ้าอ่านจารึกของข้าออก แต่น่าเสียดาย... ที่เจ้าอ่าน 'ความหมายที่แท้จริง' ของมันผิดไปทั้งหมด"
เงาร่างนั้นค่อยๆ หันกลับมา แต่ทว่าสิ่งที่เห็นภายใต้ฮู้ดคลุมนั้น... กลับไม่ใช่ใบหน้าของชายชรา
เซเรสเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดหยุดกึกเมื่อเห็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้เงานั้นชัดเจน
มันคือใบหน้าของเขาเอง... เซเรส ไวท์ ในวัยที่แก่ชราและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากสงคราม!
หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ - อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 33
คำเตือนจากอดีต
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!