"ถ้านายยังขยับเท้าเข้าไปอีกก้าวเดียว ฉันจะสาปให้รองเท้าคู่นั้นกลายเป็นน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลายจนกว่าจะถึงงานเลี้ยงเต้นรำปีหน้าเลย เซเรส"
เสียงกระซิบราบเรียบแต่แฝงไปด้วยกระแสกดดันเย็นเยียบดังมาจากความมืดด้านหลัง เซเรส ไวท์ ชะงักเท้าที่กำลังจะแตะลงบนรอยแยกของแผ่นหินโบราณ เขาค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกก่อนจะหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับดวงตาคู่คมที่วาวโรจน์อยู่ท่ามกลางเงามืดของบันไดวน
"เอเลน่า... ผมนึกว่าคุณจะกลับไปพักผ่อนที่หอพักเสียอีก" เซเรสกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทตามแบบฉบับของเขา ขณะที่มือข้างหนึ่งยังคงกระชับคบเพลิงเวทมนตร์ที่ส่องแสงสลัวเป็นสีฟ้าคราม
"พักผ่อนน่ะรึ? ในขณะที่นายกำลังแอบย่องลงมาในเขตต้องห้ามของหอสมุดหลวงน่ะหรือครับ?" เอเลน่าก้าวออกมาจากมุมมืด รัศมีไอเย็นแผ่ออกมาจากรอบกายจนหยาดน้ำค้างบนผนังหินกลายเป็นผลึกน้ำแข็ง เธอไม่ได้ดูโกรธ แต่แววตาของเธอกลับฉายความกังวลอย่างปิดไม่มิด "ที่นี่คือ 'ชั้นล่างที่สาบสูญ' ดาร์กัสสั่งปิดตายที่นี่มาตั้งแต่เมื่อสามปีก่อน ใครที่ย่างกรายเข้ามามีสิทธิ์ถูกเนรเทศออกจากการเป็นนักเรียนถาวร นายก็รู้กฎข้อนี้ดี"
"ถ้ากฎถูกสร้างขึ้นเพื่อปิดบังความจริงที่ควรถูกเปิดเผย กฎนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับกรงขังหรอกครับเอเลน่า" เซเรสตอบพลางปรายตามองไปยังประตูหินบานยักษ์ที่ถูกจารึกด้วยอักขระรูนสีทองหม่นซึ่งกำลังสั่นไหวราวกับมีลมหายใจ "คุณไม่สงสัยบ้างหรือ ทำไมตำราวิชาอักขระโบราณถึงมีการตัดทอนเนื้อหาในบทที่ 13 ออกไป... ทำไมสถาบันถึงพยายามลบตัวตนของ 'ชนเผ่าผู้สร้างรอยแยก' ออกจากประวัติศาสตร์"
เอเลน่านิ่งเงียบ เธอเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นไออายเวทมนตร์ที่หลงเหลือจากอดีตอันไกลโพ้น เธอวางมือลงบนกำแพงหินที่เต็มไปด้วยคราบเขม่าดำ ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ "อักขระเหล่านี้... มันไม่ใช่รูนทั่วไปที่พวกเราเรียนกัน มันสั่นไหวตามจังหวะชีพจรของนาย?"
เซเรสไม่ตอบ เขาเพียงแค่เอื้อมมือไปแตะที่อักขระตัวกลาง ร่างกายของเขาสั่นสะท้านขึ้นชั่วครู่ เสียงกระซิบดั่งภาษาที่ไม่มีมนุษย์คนใดในยุคปัจจุบันจะเข้าใจดังก้องไปทั่วห้องโถงลับ แสงสีฟ้าจากคบเพลิงในมือเขากลับกลายเป็นสีทองสว่างจ้าดุจเปลวเพลิงจากสรวงสวรรค์ ประตูหินบานยักษ์ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากกันด้วยเสียงครูดที่บาดลึกถึงจิตวิญญาณ
ภายในห้องลับนั้นไม่ใช่เพียงห้องเก็บหนังสือ แต่มันคือสุสานแห่งความรู้ที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ กลไกเวทมนตร์โบราณหมุนวนเป็นวงแหวนดาราศาสตร์นับร้อยวง ตรงกลางห้องนั้นมีแท่นศิลาที่สลักร่างของมังกรสองหัวซึ่งกำลังโอบอุ้มลูกแก้วทรงกลมที่หมุนวนด้วยกระแสรูนที่ซับซ้อนเกินกว่าจะจินตนาการถึง
"พระเจ้าช่วย..." เอเลน่าอุทานเบาๆ ความเย็นเยียบที่เคยแผ่ออกมาจากตัวเธอจางหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความตกตะลึง "นี่มันไม่ใช่ห้องสมุด แต่มันคือ 'ศูนย์กลางการควบคุมรูน' ของสถาบันแห่งนี้จริงๆ"
เซเรสเดินเข้าไปใกล้แท่นศิลา มือของเขาสั่นเทาเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังงานมหาศาลที่ไหลวนอยู่ภายใน เขาพบจารึกแผ่นหนึ่งที่สลักชื่อตระกูล 'ไวท์' เอาไว้ที่มุมล่างของฐานมังกร ราวกับว่าบรรพบุรุษของเขาคือผู้เฝ้าประตูแห่งนี้มาแต่ต้นกำเนิด
"เอเลน่า ดูนี่สิ..." เซเรสชี้ไปยังเศษชิ้นส่วนอักขระที่แตกหัก "นี่ไม่ใช่ร่องรอยการเสื่อมสลายตามกาลเวลา แต่เป็นรอยร้าวที่เกิดจากการถูกกระชากออก... ใครบางคนพยายามจะขโมย 'หัวใจ' ของห้องนี้ไป"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังสะท้อนมาจากทางเดินด้านหลัง แสงคบเพลิงจากทางเข้าถูกดับวูบลงด้วยเวทมนตร์แห่งความมืดมิดที่ทรงพลังจนเอเลน่าต้องยกมือขึ้นสร้างเกราะน้ำแข็งป้องกันโดยสัญชาตญาณ
"ช่างเป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญเสียจริง... เซเรส เอเลน่า"
เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจที่คุ้นเคยทำเอาเซเรสต้องสูดหายใจเข้าลึก ดาร์กัส มอร์กาน่า ก้าวออกมาจากเงามืด ในมือของเขาถือไม้กายสิทธิ์ที่ทำจากกระดูกมังกรดำ ปลายไม้มีประกายไฟสีม่วงที่สั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาของดาร์กัสไม่ได้มองมาที่พวกเขาทั้งสอง แต่กลับจ้องมองไปที่ลูกแก้วรูนตรงกลางด้วยความกระหายที่ปิดไม่มิด
"นายคิดจริงๆ หรือว่าการเข้ามาที่นี่จะทำให้นายพบความจริง?" ดาร์กัสแสยะยิ้มพลางโบกไม้กายสิทธิ์เบาๆ ทำให้เกราะน้ำแข็งของเอเลน่าแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ "นายกำลังเหยียบย่ำลงบนสุสานของตัวเองต่างหาก เซเรส... เพราะในวินาทีที่นายแตะต้องมัน พลังที่สืบทอดในสายเลือดของนายก็ได้ประกาศตัวตนต่อหน้าข้าแล้ว"
เซเรสยังคงยืนนิ่ง ไม่หลบหนี แต่เขากลับถอยหลังไปชิดแท่นศิลา มือที่สั่นเทาของเขากำแน่น ก่อนจะตัดสินใจทำสิ่งที่เสี่ยงที่สุดในชีวิต คือการปลดปล่อยรูนที่ฝังแน่นอยู่ในฝ่ามือของเขาเข้าสู่แท่นศิลาโดยตรง
ทันใดนั้น ห้องสมุดลับก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พื้นเบื้องล่างของพวกเขากำลังแยกออก เผยให้เห็นห้วงอวกาศอันมืดมิดที่ไร้จุดจบเบื้องล่าง และจากเงามืดใต้ฐานมังกรนั่นเอง... แสงสีแดงฉานคู่หนึ่งก็ลืมตาขึ้น พร้อมกับเสียงคำรามที่สั่นประสาทจนทำให้ทั้งสามคนต้องหยุดหายใจ
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับความลับที่เพิ่งเริ่มต้นเปิดเผยในบทนี้นะครับ
อาร์เธอร์มนตราสวรรค์ ครับ
ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 4
ห้องสมุดลับใต้ดิน
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!