ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 3

การประลองในโรงฝึก

ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
"เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงเสนอหน้ามาใช้โรงฝึกเวทระดับสูง ทั้งที่เป็นเพียงเด็กทุนไร้หัวนอนปลายเท้า?" เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยกระแสเย้ยหยันดังขึ้นก้องหอโถงทรงโดม ดาร์กัส มอร์กาน่า ก้าวผ่านประตูเหล็กกล้าเข้ามาพร้อมกับลูกสมุนสองคนในชุดคลุมสีดำสนิทปักตราสัญลักษณ์สภานักเรียน ดวงตาสีเพลิงของเขาจ้องมองเซเรส ไวท์ ราวกับกำลังพิพากษาเศษขยะที่บังอาจก้าวก่ายพื้นที่ของชนชั้นสูง เซเรสหยุดมือที่กำลังวาดอักขระรูนลงบนอากาศ เขาค่อยๆ ลดฝ่ามือลงช้าๆ นัยน์ตาสีเทาเข้มไร้ความหวั่นไหว แม้บรรยากาศรอบกายจะหนักอึ้งด้วยไอเวทที่กดดันจนอากาศรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยว "กฎของสถาบันระบุไว้ชัดเจนว่า โรงฝึกนี้เปิดให้ผู้ที่มีแต้มผลการเรียนสูงสุดใช้ได้โดยไม่เกี่ยงชนชั้น" เซเรสตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าคมกริบ "หรือว่าท่านประธานสภานักเรียนกำลังจะบอกว่า... กฎที่ท่านเป็นคนร่างขึ้นมากับมือ เป็นเพียงแค่เศษกระดาษไร้ค่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความพอใจส่วนตัวของท่าน?" เอเลน่าที่ยืนอยู่ด้านหลังเซเรสขยับกายเล็กน้อย ไอเย็นยะเยือกแผ่ออกจากปลายเท้าของเธอจนพื้นหินเริ่มกลายเป็นน้ำแข็งบางๆ เธอปรายตามองดาร์กัสด้วยความรังเกียจ "การคุกคามเพื่อนร่วมชั้นในโรงฝึก เป็นพฤติกรรมที่น่าสมเพชสำหรับผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นผู้นำนะครับ ดาร์กัส" ดาร์กัสหัวเราะหึในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเย่อหยิ่ง เขาดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว ประตูหอโถงก็ปิดล็อกลงด้วยพลังเวทผนึกแน่น "กฎมีไว้สำหรับคนธรรมดา แต่สำหรับข้า... ข้าคือผู้ที่จะขีดเขียนกฎใหม่ให้สถาบันแห่งนี้" ไม่รอให้เสียเวลา ดาร์กัสวาดมือเป็นวงกลม เปลวเพลิงสีน้ำเงินเข้มโชนขึ้นรอบกายก่อนจะพุ่งเข้าหาเซเรสด้วยความเร็วสูง! เซเรสไม่ถอยหนี เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างกายตอบสนองด้วยสัญชาตญาณ เขาไม่ใช้ไม้กายสิทธิ์ แต่ใช้นิ้วชี้กรีดอากาศเป็นเส้นสายสีทองสว่างวาบ อักขระรูนโบราณที่เขาเพิ่งฝึกฝนลอยเด่นขึ้นมาเป็นเกราะป้องกันหน้าอกเพียงเสี้ยววินาที แรงปะทะระหว่างเพลิงพิโรธกับอักขระโบราณทำให้เกิดคลื่นกระแทกจนฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง "หึ! พลังเพียงแค่นี้หรือ?" ดาร์กัสคำราม สองมือร่ายเวทต่อเนื่อง ลูกไฟขนาดใหญ่หลายสิบลูกพุ่งเข้าใส่เซเรสราวกับห่าฝน เซเรสพลิกตัวหลบอย่างรวดเร็ว เขารู้ดีว่าพลังเวทดิบของตนยังไม่สามารถปะทะกับขุนนางระดับสูงได้ตรงๆ แต่ในขณะที่เขาสไลด์ตัวไปกับพื้นห้อง รูม่านตาของเขาขยายออก เขามองเห็น 'จุดบอด' ของการร่ายเวทมนตร์ในอาณาเขตนี้ เส้นใยพลังงานที่โยงใยอยู่ในอากาศดูเหมือนจะชัดเจนขึ้นในสายตาของเขา *จุดเชื่อมต่อรูนของเขามันไม่เสถียร* เซเรสคิดในใจ เขากระโดดขึ้นกลางอากาศ วาดอักขระสามตัวซ้อนทับกันอย่างซับซ้อน แรงกดอากาศมหาศาลพลันกดทับลงมาบนร่างของดาร์กัสโดยตรง ดาร์กัสชะงักไปครู่หนึ่ง สีหน้าประหลาดใจฉายชัด ความเย่อหยิ่งถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงเมื่อเวทไฟของเขาดับวูบลงราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง "เจ้าอ่านรูน... อ่านโครงสร้างเวทของข้าออกอย่างนั้นหรือ?" ดาร์กัสกัดฟันกรอด ความโกรธแค้นปะทุขึ้นในดวงตา "ไม่ใช่แค่อ่านออก" เซเรสยืนหอบหายใจเล็กน้อย รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากทำให้ดาร์กัสรู้สึกเหมือนถูกดูหมิ่น "แต่ข้ากำลังแก้โจทย์ที่ท่านทิ้งไว้ให้ต่างหาก" ในจังหวะนั้นเอง เอเลน่าฉวยโอกาสแช่แข็งพื้นหินที่ดาร์กัสยืนอยู่จนเขาเสียหลักชั่วขณะ เซเรสพุ่งตัวเข้าหามือที่กำแน่นของประธานสภานักเรียน เขาไม่ได้คิดจะทำร้ายร่างกาย แต่ต้องการจะ 'ปลด' พลังที่สะสมไว้ออก ทว่า ในวินาทีที่มือของเซเรสสัมผัสเข้ากับไอเวทมหาศาลของดาร์กัส อักขระรูนโบราณที่ข้อมือของเซเรสก็เรืองแสงสีม่วงประหลาดออกมาโดยไม่ได้รับคำสั่ง พลังงานจากคนทั้งสองพุ่งชนกันจนเกิดแสงสว่างจ้าจนทุกคนต้องหลับตาแน่น! เมื่อแสงจางลง ดาร์กัสกระเด็นไปกระแทกกำแพงโรงฝึกจนร้าว เซเรสยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม ทว่ารอยสักอักขระที่ข้อมือของเขากลับเปลี่ยนรูปร่างไป ราวกับมันกำลังดูดซับพลังของคู่ต่อสู้มาเป็นของตัวเอง ทว่าความเงียบที่เข้าปกคลุมก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงปรบมือช้าๆ ที่ดังมาจากมุมมืดของห้องฝึก ทุกสายตาหันไปมองร่างของชายชราในชุดคลุมสีเงินยวบยาบที่ก้าวออกมาจากเงามืด ดวงตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ฮู้ดจับจ้องมาที่ข้อมือของเซเรสด้วยความกระหายที่ปิดไม่มิด "ไม่เลว... พลังในการควบคุมรูนที่หายสาบสูญไปนานกว่าร้อยปี" ชายชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "ในที่สุด ข้าก็พบกุญแจดอกสุดท้ายที่จะเปิดผนึกจารึกแห่งรัตติกาลเสียที" ชายชราผู้นั้นยื่นมือออกมา แสงสีดำทะมึนก่อตัวเป็นโซ่ตรวนลอยคว้างกลางอากาศ พุ่งตรงเข้าหาเซเรสด้วยความเร็วที่เหนือชั้นกว่าดาร์กัสหลายเท่าตัว เซเรสพยายามจะขยับตัวแต่ร่างกายกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยเวทมนตร์โบราณที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน "เจ้าเป็นใคร!" เซเรสตวาดลั่นในขณะที่โซ่สีดำพันธนาการรอบร่างของเขาแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนแทบหายใจไม่ออก ชายชราหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา ห่างออกไปเพียงหนึ่งคืบ ก่อนจะกระซิบคำพูดที่ทำให้โลกของเซเรสสั่นสะเทือนถึงรากฐาน "ข้าคือคนที่รู้ว่า... รอยสักบนข้อมือเจ้า ไม่ใช่แค่รูนเวทมนตร์ แต่มันคือตราประทับของ 'ผู้ถูกเนรเทศ' จากตระกูลที่เจ้าควรจะเกลียดชังที่สุด... เซเรส ไวท์" หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับความลับที่เพิ่งเริ่มต้นเปิดเผยในบทนี้นะครับ อาร์เธอร์มนตราสวรรค์ ครับ
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%