"เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงเสนอหน้ามาใช้โรงฝึกเวทระดับสูง ทั้งที่เป็นเพียงเด็กทุนไร้หัวนอนปลายเท้า?"
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยกระแสเย้ยหยันดังขึ้นก้องหอโถงทรงโดม ดาร์กัส มอร์กาน่า ก้าวผ่านประตูเหล็กกล้าเข้ามาพร้อมกับลูกสมุนสองคนในชุดคลุมสีดำสนิทปักตราสัญลักษณ์สภานักเรียน ดวงตาสีเพลิงของเขาจ้องมองเซเรส ไวท์ ราวกับกำลังพิพากษาเศษขยะที่บังอาจก้าวก่ายพื้นที่ของชนชั้นสูง
เซเรสหยุดมือที่กำลังวาดอักขระรูนลงบนอากาศ เขาค่อยๆ ลดฝ่ามือลงช้าๆ นัยน์ตาสีเทาเข้มไร้ความหวั่นไหว แม้บรรยากาศรอบกายจะหนักอึ้งด้วยไอเวทที่กดดันจนอากาศรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยว
"กฎของสถาบันระบุไว้ชัดเจนว่า โรงฝึกนี้เปิดให้ผู้ที่มีแต้มผลการเรียนสูงสุดใช้ได้โดยไม่เกี่ยงชนชั้น" เซเรสตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าคมกริบ "หรือว่าท่านประธานสภานักเรียนกำลังจะบอกว่า... กฎที่ท่านเป็นคนร่างขึ้นมากับมือ เป็นเพียงแค่เศษกระดาษไร้ค่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความพอใจส่วนตัวของท่าน?"
เอเลน่าที่ยืนอยู่ด้านหลังเซเรสขยับกายเล็กน้อย ไอเย็นยะเยือกแผ่ออกจากปลายเท้าของเธอจนพื้นหินเริ่มกลายเป็นน้ำแข็งบางๆ เธอปรายตามองดาร์กัสด้วยความรังเกียจ "การคุกคามเพื่อนร่วมชั้นในโรงฝึก เป็นพฤติกรรมที่น่าสมเพชสำหรับผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นผู้นำนะครับ ดาร์กัส"
ดาร์กัสหัวเราะหึในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเย่อหยิ่ง เขาดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว ประตูหอโถงก็ปิดล็อกลงด้วยพลังเวทผนึกแน่น "กฎมีไว้สำหรับคนธรรมดา แต่สำหรับข้า... ข้าคือผู้ที่จะขีดเขียนกฎใหม่ให้สถาบันแห่งนี้"
ไม่รอให้เสียเวลา ดาร์กัสวาดมือเป็นวงกลม เปลวเพลิงสีน้ำเงินเข้มโชนขึ้นรอบกายก่อนจะพุ่งเข้าหาเซเรสด้วยความเร็วสูง!
เซเรสไม่ถอยหนี เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างกายตอบสนองด้วยสัญชาตญาณ เขาไม่ใช้ไม้กายสิทธิ์ แต่ใช้นิ้วชี้กรีดอากาศเป็นเส้นสายสีทองสว่างวาบ อักขระรูนโบราณที่เขาเพิ่งฝึกฝนลอยเด่นขึ้นมาเป็นเกราะป้องกันหน้าอกเพียงเสี้ยววินาที แรงปะทะระหว่างเพลิงพิโรธกับอักขระโบราณทำให้เกิดคลื่นกระแทกจนฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง
"หึ! พลังเพียงแค่นี้หรือ?" ดาร์กัสคำราม สองมือร่ายเวทต่อเนื่อง ลูกไฟขนาดใหญ่หลายสิบลูกพุ่งเข้าใส่เซเรสราวกับห่าฝน
เซเรสพลิกตัวหลบอย่างรวดเร็ว เขารู้ดีว่าพลังเวทดิบของตนยังไม่สามารถปะทะกับขุนนางระดับสูงได้ตรงๆ แต่ในขณะที่เขาสไลด์ตัวไปกับพื้นห้อง รูม่านตาของเขาขยายออก เขามองเห็น 'จุดบอด' ของการร่ายเวทมนตร์ในอาณาเขตนี้ เส้นใยพลังงานที่โยงใยอยู่ในอากาศดูเหมือนจะชัดเจนขึ้นในสายตาของเขา
*จุดเชื่อมต่อรูนของเขามันไม่เสถียร* เซเรสคิดในใจ
เขากระโดดขึ้นกลางอากาศ วาดอักขระสามตัวซ้อนทับกันอย่างซับซ้อน แรงกดอากาศมหาศาลพลันกดทับลงมาบนร่างของดาร์กัสโดยตรง ดาร์กัสชะงักไปครู่หนึ่ง สีหน้าประหลาดใจฉายชัด ความเย่อหยิ่งถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงเมื่อเวทไฟของเขาดับวูบลงราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง
"เจ้าอ่านรูน... อ่านโครงสร้างเวทของข้าออกอย่างนั้นหรือ?" ดาร์กัสกัดฟันกรอด ความโกรธแค้นปะทุขึ้นในดวงตา
"ไม่ใช่แค่อ่านออก" เซเรสยืนหอบหายใจเล็กน้อย รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากทำให้ดาร์กัสรู้สึกเหมือนถูกดูหมิ่น "แต่ข้ากำลังแก้โจทย์ที่ท่านทิ้งไว้ให้ต่างหาก"
ในจังหวะนั้นเอง เอเลน่าฉวยโอกาสแช่แข็งพื้นหินที่ดาร์กัสยืนอยู่จนเขาเสียหลักชั่วขณะ เซเรสพุ่งตัวเข้าหามือที่กำแน่นของประธานสภานักเรียน เขาไม่ได้คิดจะทำร้ายร่างกาย แต่ต้องการจะ 'ปลด' พลังที่สะสมไว้ออก
ทว่า ในวินาทีที่มือของเซเรสสัมผัสเข้ากับไอเวทมหาศาลของดาร์กัส อักขระรูนโบราณที่ข้อมือของเซเรสก็เรืองแสงสีม่วงประหลาดออกมาโดยไม่ได้รับคำสั่ง พลังงานจากคนทั้งสองพุ่งชนกันจนเกิดแสงสว่างจ้าจนทุกคนต้องหลับตาแน่น!
เมื่อแสงจางลง ดาร์กัสกระเด็นไปกระแทกกำแพงโรงฝึกจนร้าว เซเรสยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม ทว่ารอยสักอักขระที่ข้อมือของเขากลับเปลี่ยนรูปร่างไป ราวกับมันกำลังดูดซับพลังของคู่ต่อสู้มาเป็นของตัวเอง
ทว่าความเงียบที่เข้าปกคลุมก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงปรบมือช้าๆ ที่ดังมาจากมุมมืดของห้องฝึก ทุกสายตาหันไปมองร่างของชายชราในชุดคลุมสีเงินยวบยาบที่ก้าวออกมาจากเงามืด ดวงตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ฮู้ดจับจ้องมาที่ข้อมือของเซเรสด้วยความกระหายที่ปิดไม่มิด
"ไม่เลว... พลังในการควบคุมรูนที่หายสาบสูญไปนานกว่าร้อยปี" ชายชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "ในที่สุด ข้าก็พบกุญแจดอกสุดท้ายที่จะเปิดผนึกจารึกแห่งรัตติกาลเสียที"
ชายชราผู้นั้นยื่นมือออกมา แสงสีดำทะมึนก่อตัวเป็นโซ่ตรวนลอยคว้างกลางอากาศ พุ่งตรงเข้าหาเซเรสด้วยความเร็วที่เหนือชั้นกว่าดาร์กัสหลายเท่าตัว เซเรสพยายามจะขยับตัวแต่ร่างกายกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยเวทมนตร์โบราณที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน
"เจ้าเป็นใคร!" เซเรสตวาดลั่นในขณะที่โซ่สีดำพันธนาการรอบร่างของเขาแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนแทบหายใจไม่ออก
ชายชราหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา ห่างออกไปเพียงหนึ่งคืบ ก่อนจะกระซิบคำพูดที่ทำให้โลกของเซเรสสั่นสะเทือนถึงรากฐาน "ข้าคือคนที่รู้ว่า... รอยสักบนข้อมือเจ้า ไม่ใช่แค่รูนเวทมนตร์ แต่มันคือตราประทับของ 'ผู้ถูกเนรเทศ' จากตระกูลที่เจ้าควรจะเกลียดชังที่สุด... เซเรส ไวท์"
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับความลับที่เพิ่งเริ่มต้นเปิดเผยในบทนี้นะครับ
อาร์เธอร์มนตราสวรรค์ ครับ
ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 3
การประลองในโรงฝึก
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!