"เจ้าไม่ได้อ่านมันด้วยสายตา... เจ้ากำลัง 'ฟัง' เสียงของมันอยู่ใช่ไหม เซเรส?"
เสียงกระซิบที่เยือกเย็นดุจน้ำค้างแข็งท่ามกลางพายุหิมะที่โหมกระหน่ำนอกหน้าต่างหอสมุดต้องห้าม เอเลน่า วอน ฟาร์เรล ไม่ได้ขยับตัวไปไหน ดวงตาสีฟ้าครามดั่งธารน้ำแข็งจดจ้องไปยังนิ้วเรียวยาวของเด็กหนุ่มที่กำลังลากผ่านอักขระรูนโบราณสีเงินยวงบนหน้ากระดาษหนังเก่าคร่ำครึ แสงเรืองรองจางๆ สะท้อนเข้ากับใบหน้าของเซเรส ไวท์ ที่ดูไร้อารมณ์ ทว่าดวงตากลับคมกริบราวกับพญาเหยี่ยว
เซเรสไม่ตอบทันที เขาหยุดชะงัก ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับรอยหยักของอักขระที่สั่นไหวราวกับมีชีวิต เขาปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบงำชั่วขณะ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ยืนกอดอกอยู่ข้างกาย
"เวทมนตร์ไม่ใช่แค่การร่ายคาถาตามตำรา แต่มันคือภาษาที่จักรวาลใช้คุยกับเราครับ เอเลน่า" เซเรสกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงไว้ด้วยกระแสพลังที่ยากจะหยั่งถึง "หากคุณพยายามบังคับมันด้วยพลังอำนาจ รูนเหล่านี้จะปิดกั้นตัวเอง แต่ถ้าคุณอ่านจังหวะของมันออก... มันจะยอมจำนน"
เอเลน่าเม้มริมฝีปากแน่น เธอเห็นกับตาเมื่อครู่ รูน 'อาซูร่า' ที่ขึ้นชื่อว่าไม่มีใครในสถาบันนี้ถอดรหัสได้ตลอดศตวรรษ กลับเปล่งแสงสีฟ้าครามและหมุนวนรับคำสั่งของเซเรสเพียงแค่เขาสัมผัสเบาๆ ราวกับเขากำลังปลอบประโลมสัตว์ร้ายที่กำลังตื่นตระหนก
"ฉันเห็นมาเยอะ พวกอัจฉริยะที่โอ้อวดพลังอำนาจ" เธอเดินอ้อมโต๊ะไม้โอ๊กเก่าคร่ำเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นไอจางๆ ของน้ำค้างแข็งและกระดาษโบราณจากตัวเขา "แต่เจ้าไม่เหมือนใคร... เจ้าเหมือนคนที่กำลังตามหาบางอย่างที่หายสาบสูญไปนานกว่าที่พวกสภาคาดคิด"
เซเรสปิดหนังสือเล่มหนาลง เกิดเสียงปังดังสนั่นสะท้อนไปทั่วห้องสมุดที่เงียบเชียบ "แล้วถ้าผมบอกว่าสิ่งที่หายไปนั้น คือชิ้นส่วนของความจริงที่ทำให้ตระกูลของคุณต้องก้มหัวให้พวกสภานักเรียนล่ะครับ?"
เอเลน่าชะงัก สายตาที่เคยเย็นชาเปลี่ยนเป็นคมปลาบ เธอขยับเข้าไปประชิดตัวเขา พลางลดเสียงลงจนเหลือเพียงเสียงกระซิบ "ระวังคำพูดของเจ้าให้ดี ดาร์กัส มอร์กาน่า กำลังจับตาดูเจ้าอยู่ทุกฝีก้าว เขาไม่ได้ต้องการแค่นักเรียนทุนอัจฉริยะ เขาต้องการ 'กุญแจ' ที่อยู่ในสายเลือดของเจ้าต่างหาก"
บรรยากาศรอบตัวเริ่มหนักอึ้ง พายุหิมะด้านนอกดูเหมือนจะรุนแรงขึ้นเมื่ออารมณ์ของเอเลน่าปั่นป่วน เธอสะบัดข้อมือเพียงเบาๆ เกล็ดน้ำแข็งเล็กๆ ก่อตัวขึ้นรอบห้องเป็นปราการป้องกันเสียงรั่วไหล "บอกฉันมา... เจ้าเห็นอะไรในรอยจารึกนั้นกันแน่?"
เซเรสจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ เขาไม่ได้ถอยหนี เขากลับก้าวเข้าไปหาจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว "ผมเห็นรัตติกาลที่กำลังจะมาเยือนสถาบันแห่งนี้ เห็นว่าใครคือคนทรยศตัวจริง และที่สำคัญที่สุด... ผมเห็นว่าพวกเราทั้งสองคนไม่ได้มีทางเลือกมากนักในสงครามครั้งนี้"
เขายื่นมือไปหยิบเศษผลึกรูนที่วางอยู่บนโต๊ะ ส่งให้เธออย่างสุภาพ เอเลน่ารับมันไว้ สัมผัสจากปลายนิ้วของเขาทำให้เธอรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่างที่ไม่ใช่เวทมนตร์ แต่มันคือคำสัญญาที่เงียบงัน
"เอเลน่าครับ... ถ้าคุณอยากรู้ความจริง ผมมีข้อเสนอ"
เขายังพูดไม่ทันจบ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าหนังที่ดังกระทบพื้นหินจากทางเดินด้านนอกก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน เอเลน่าหน้าถอดสี เธอรีบคลายมนตร์ป้องกันน้ำแข็งออกทันที สายตาของเธอเหลือบมองไปที่ประตูไม้บานใหญ่ที่กำลังถูกผลักเข้ามาอย่างรุนแรง
"มิตรภาพมักก่อตัวในที่ที่อันตรายที่สุด... แต่ดูเหมือนคืนนี้ เราจะเลือกที่ผิดไปนิดหน่อยนะครับ" เซเรสกระซิบพลางเก็บหนังสือเข้ากระเป๋าด้วยความรวดเร็ว
ประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปร่งของ ดาร์กัส มอร์กาน่า พร้อมด้วยลูกสมุนสภานักเรียนอีกสองคน ใบหน้าของประธานสภานักเรียนเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มที่ดูไม่เป็นมิตรแม้แต่น้อย เขากวาดสายตามองทั้งสองคนด้วยความสงสัยก่อนจะหยุดลงที่มือของเอเลน่าที่ยังคงกำผลึกรูนไว้แน่น
"ยามวิกาลแบบนี้... คุณหนูวอน ฟาร์เรล สนใจมาขลุกอยู่กับนักเรียนทุนจนลืมกฎระเบียบของสถาบันไปเลยเชียวหรือครับ?" ดาร์กัสเอ่ยพลางก้าวเข้ามาหาเซเรส "และเจ้า... เซเรส ไวท์ ข้าเตือนเจ้าแล้วใช่ไหมว่าความอยากรู้อยากเห็นในสิ่งที่ยังไม่ถึงเวลา จะพาเจ้าไปพบกับหายนะที่เจ้าไม่อาจหลีกเลี่ยง"
เอเลน่าเตรียมจะร่ายมนตร์ตอบโต้ แต่เซเรสกลับแตะไหล่เธอเบาๆ แล้วก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนมุมปากของเขา แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มของคนขลาดกลัว
"หายนะหรือครับท่านประธาน?" เซเรสเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจบางอย่างที่แม้แต่ดาร์กัสยังต้องชะงัก "บางทีสิ่งที่ผมพบอาจจะไม่ใช่หายนะ... แต่มันคือจุดจบของยุคสมัยที่คุณกำลังหลงระเริงอยู่ต่างหาก"
ทันใดนั้น ผลึกรูนในมือของเอเลน่าก็สั่นสะท้อนแสงสีทองสว่างวาบไปทั่วทั้งห้องสมุดจนทุกคนต้องยกมือขึ้นป้องตา และในเสี้ยววินาทีก่อนที่แสงนั้นจะระเบิดออก ร่างของบุคคลที่สามก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าที่มุมมืดของห้อง เงาดำนั้นเข้าประชิดหลังเซเรสพร้อมกับมีดสั้นที่สะท้อนแสงเย็นเยียบจ่อเข้าที่คอหอยของเขา เอเลน่ากรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ ขณะที่ดาร์กัสหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
"ข้าบอกแล้วไงเซเรส... เจ้าหนีไม่พ้นหรอก"
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับความลับที่เพิ่งเริ่มต้นเปิดเผยในบทนี้นะครับ
อาร์เธอร์มนตราสวรรค์ ครับ
ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 5
มิตรภาพที่ก่อตัวท่ามกลางหิมะ
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!