“อย่าขยับ! ถ้าไม่อยากถูกกำแพงหินนี่บดขยี้จนแบนเป็นกระดาษ”
เสียงทุ้มต่ำของเซเรส ไวท์ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ เอเลน่าหยุดฝีเท้าลงทันที ปลายนิ้วเรียวงามที่กำลังจะแตะลงบนลวดลายรูนบนผนังศิลาชะงักค้าง กลิ่นอายเวทมนตร์ดิบเถื่อนที่อบอวลอยู่ใน ‘เขาวงกตกระจกเงา’ แห่งนี้ทำเอาลมหายใจของเธอติดขัด
“รอยแตกนั่น... มันไม่ใช่แค่ความเก่าแก่ใช่ไหม?” เอเลน่าถามเบาๆ ดวงตาสีฟ้าครามของเธอหรี่ลง จ้องมองร่องรอยสลักที่ดูบิดเบี้ยวผิดธรรมชาติบนผนังหินทราย
“มันคือ ‘รูนกับดักนรก’ ระดับชั้นปีที่ห้า” เซเรสตอบพลางขยับแว่นสายตา ดวงตาของเขาฉายแวววาวโรจน์ขณะที่เขากำลังกวาดสายตาผ่านเลนส์เวทมนตร์วิเคราะห์โครงสร้างพลังงาน “ดาร์กัสคงไม่ได้แค่อยากทดสอบไหวพริบเราแน่ นี่มันตั้งใจจะกำจัดผู้เข้าแข่งขันให้เหลือแต่พวกที่ยอมก้มหัวให้เขาทั้งนั้น”
“ไร้สาระ!” เอเลน่าแค่นเสียง ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด เธอพยายามดึงสติกลับมา “เราต้องหาทางออกก่อนที่มานาในผลึกแกนกลางจะหมดลง ถ้าเราติดอยู่ในนี้เกินกว่าที่อาจารย์กำหนด เราจะถูกคัดออกและเสียสิทธิ์เข้าหอสมุดต้องห้าม”
เซเรสไม่ตอบ เขาโน้มตัวลงต่ำ มือที่สวมถุงมือหนังเนื้อละเอียดค่อยๆ สัมผัสอากาศเหนือตัวรูน นิ้วชี้ลากผ่านเส้นสายที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เขาไม่ได้ใช้พลังเวทพุ่งชน แต่เป็นการ 'ถอดรหัส' เหมือนช่างซ่อมนาฬิกาที่กำลังแกะกลไกอันซับซ้อนของจักรวาล
ในอีกฝั่งหนึ่งของเขาวงกต ดาร์กัส มอร์กาน่า ยืนอยู่หน้าจอคริสตัลขนาดยักษ์ในห้องควบคุมเงียบๆ ใบหน้าคมสันเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยความเย่อหยิ่ง เขาเฝ้ามองภาพของเซเรสผ่านมุมกล้องเวทมนตร์
“อัจฉริยะทุนงั้นรึ...” ดาร์กัสพึมพำ น้ำเสียงเรียบเรื่อยแฝงด้วยกระแสกดขี่ “ความรู้อาจจะทำให้เจ้าโดดเด่น แต่ในโลกที่อำนาจคือความจริง ความรู้ที่ปราศจากพลังก็เป็นเพียงขยะที่รอวันย่อยสลาย”
เขาสั่งการผ่านไอคอนรูนบนแผงควบคุม ผนังหินในเขาวงกตเริ่มเคลื่อนที่เปลี่ยนทิศทางอย่างรุนแรง เสียงครืนครั่นของหินกระทบหินดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ เส้นทางที่เซเรสและเอเลน่ากำลังจะเดินผ่านถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง กลายเป็นทางตันที่มีอักขระสีแดงฉานเรืองรองขึ้นมา
“เฮ้! มันขยับอีกแล้วนะเซเรส!” เอเลน่าอุทาน พลางวาดมือร่ายเกราะน้ำแข็งล้อมรอบตัวเมื่อเศษหินกระเด็นเข้าใส่
เซเรสหยุดนิ่ง จิตใต้สำนึกของเขากำลังอ่าน ‘กระแสเวท’ ที่ไหลวนอยู่ในผนัง เขาพบว่ารูนพวกนี้ไม่ใช่แค่กับดัก แต่มันเป็นภาษาที่เชื่อมโยงกับ ‘ตำนานรัตติกาล’ ที่เขาเคยแอบอ่านในบันทึกเก่าเก็บของห้องสมุดโรงเรียน
“ไม่ต้องกลัว เอเลน่า” เซเรสเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ามั่นคง “รูนพวกนี้มีจังหวะของมัน เหมือนจังหวะการเต้นของหัวใจ ถ้าเราบังคับให้มันหยุดชะงักไม่ได้ เราก็แค่ต้อง ‘ล้อ’ ไปกับจังหวะของมัน”
เซเรสหยิบปากกาขนนกสีดำสนิทออกมา เขาไม่ใช้คทา แต่ใช้การเขียนจารึกลงบนอากาศโดยตรง อักขระรูนสีทองสว่างวาบขึ้นกลางเขาวงกต มันคือ ‘รูนปลดปล่อยพันธนาการ’ ที่สาบสูญไปนับร้อยปี
“ทำอะไรของนายน่ะ! นั่นมันอักขระต้องห้ามไม่ใช่หรือไง!” เอเลน่าร้องเตือนด้วยความตื่นตระหนก
“ความจริงมักจะดูอันตรายเสมอสำหรับคนที่ถูกสอนให้กลัวความมืด” เซเรสสวนกลับ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏที่มุมปากขณะที่เขากดอักขระสีทองลงบนผนังที่กำลังสั่นสะเทือน
ทันใดนั้น โลกทั้งใบก็เงียบลง ความวุ่นวายของเขาวงกตที่ดาร์กัสควบคุมหยุดกะทันหัน อักขระสีแดงของดาร์กัสถูกกลืนกินด้วยแสงสีทองของเซเรส พื้นที่ตรงหน้าแยกตัวออกราวกับประตูมิติที่เปิดต้อนรับผู้เป็นเจ้าของตัวจริง ผนังหินหนาทึบเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นทางเดินลับที่นำไปสู่ใจกลางหอคอยศัสตรา
“นาย... ทำได้ยังไงกัน” เอเลน่ามองเพื่อนร่วมทีมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่แค่ความทึ่ง แต่มันคือความฉงนต่อชาติกำเนิดของเด็กหนุ่มตรงหน้า
เซเรสไม่ได้ตอบ เขาเพียงแค่เดินผ่านซุ้มประตูนั้นไป ทว่าทันใดนั้นเอง สัมผัสที่หกของเขาก็ร้องเตือนภัยอย่างรุนแรง
ที่ปลายทางเดินนั้น มิใช่ทางออกที่ควรจะเป็น แต่กลับเป็นห้องโถงกว้างที่มีร่างหนึ่งยืนรออยู่ ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทที่แผ่ไอเย็นเยือกไปทั่วบริเวณ ดาร์กัส มอร์กาน่า ไม่ได้อยู่หลังจอคริสตัลอีกต่อไป แต่เขายืนขวางทางอยู่พร้อมกับดาบรูนในมือที่สั่นไหวด้วยพลังงานมืดมิด
“เก่งมากที่มาถึงนี่ได้ เซเรส ไวท์” ดาร์กัสก้าวออกมาจากเงามืด แววตาของเขาไม่ได้มีความชื่นชม มีเพียงความกระหายที่น่าสะพรึงกลัว “แต่เจ้าควรจะรู้ไว้ ว่าในสถาบันแห่งนี้... ความลับบางอย่าง ไม่ได้มีไว้ให้เด็กทุนอย่างเจ้าล่วงรู้”
ดาร์กัสตวัดดาบในมือลงกับพื้น พลังงานสีดำพุ่งทะลักออกมาเปลี่ยนพื้นหินให้กลายเป็นหนามแหลมคม เซเรสกระโดดถอยหลังทันท่วงที ทว่าเขาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นสัญลักษณ์บางอย่างที่ข้อมือของดาร์กัส... มันเป็นสัญลักษณ์เดียวกับ ‘จารึก’ ที่เขาพบในฝันร้ายของตัวเองมาตลอดชีวิต
“นั่นมัน...” เซเรสพึมพำ เสียงของเขาสั่นเครือเป็นครั้งแรก “รอยสักของกลุ่มพิทักษ์ตำนานมืด... เจ้าไปเอามันมาจากไหน!”
ดาร์กัสแสยะยิ้มที่ทำให้หัวใจของเซเรสหล่นวูบ “จากที่ที่เจ้าถูกทิ้งไว้เพื่อรอวันตายไงล่ะ... น้องชาย”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทิ้งให้ความจริงที่โหดร้ายและดุดันสั่นคลอนทุกความเชื่อที่เซเรสเคยมีมา
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับความลับที่เพิ่งเริ่มต้นเปิดเผยในบทนี้นะครับ
อาร์เธอร์มนตราสวรรค์ ครับ
ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 6
บททดสอบเขาวงกตเวทมนตร์
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!