ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 13

เมื่อความลับแตก

ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
"เจ้าคิดว่าความลับในหอจดหมายเหตุชั้นใต้ดินมีไว้เพื่อให้เด็กทุนต้อยต่ำอย่างเจ้าเข้าไปเหยียบย่ำเล่นงั้นหรือ เซเรส?" น้ำเสียงเย็นเยียบของดาร์กัส มอร์กาน่า ดังสะท้อนอยู่ภายในห้องโถงลับที่เต็มไปด้วยฝุ่นผงของกาลเวลา แสงจากคบเพลิงเวทมนตร์สีครามสั่นไหวไปตามจังหวะการย่างกรายของเขา รองเท้าหนังชั้นดีกระทบพื้นหินดังกังวานเป็นจังหวะที่กดดันดั่งเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย เซเรส ไวท์ ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าแท่นศิลาจารึก มือของเขายังคงสั่นเล็กน้อย ร่องรอยของอักขระรูนสีทองที่เพิ่งเลือนหายไปจากปลายนิ้วยังทิ้งความร้อนผ่าวเอาไว้ เขาไม่หันกลับไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายในทันที แต่เลือกที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นจังหวะหัวใจที่เต้นรัวดั่งกลองศึก "ความลับไม่ได้มีไว้เพื่อใครคนใดคนหนึ่งครับท่านประธาน... แต่มีไว้เพื่อให้ผู้ที่เข้าใจความหมายของมันได้นำมาใช้ ในยามที่โลกกำลังจะแตกสลาย" เซเรสตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แม้ในใจจะรู้ดีว่าคำพูดนี้อาจเป็นชนวนเหตุให้เกิดการนองเลือดในห้องนี้ ดาร์กัสหยุดยืนห่างจากเขาเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นอายเวทมนตร์ธาตุมืดที่แผ่ออกมาจากตัวประธานสภานักเรียนนั้นหนักอึ้งจนอากาศรอบข้างดูจะหนาแน่นขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก เขาเอื้อมมือไปจับไหล่ของเซเรส แรงบีบนั้นแฝงไปด้วยพลังมหาศาลที่บ่งบอกถึงการเตือนครั้งสุดท้าย "เจ้ามันก็แค่เด็กที่โชคดีกับการอ่านภาษาโบราณที่ตายไปแล้ว" ดาร์กัสกระซิบข้างหู น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นโทนต่ำที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน "แต่เจ้าคงไม่รู้หรอกว่า เลือดที่ไหลเวียนอยู่ในกายเจ้าน่ะ มันไม่ใช่แค่เลือดของคนธรรมดา... มันคือ 'กุญแจ' ที่ตระกูลข้าตามหามาตลอดหลายศตวรรษ" เซเรสสะบัดไหล่หลุดจากการเกาะกุม เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับดวงตาคมปลาบที่ฉายแววอำมหิตนั้นตรงๆ เอเลน่า วอน ฟาร์เรล ที่แอบซุ่มอยู่ในมุมมืดของชั้นวางหนังสือขยับตัวเล็กน้อย เธอเตรียมที่จะร่ายเวทธาตุน้ำแข็งเพื่อเข้าแทรกแซง แต่สายตาของเซเรสที่ส่งมานั้นห้ามเธอไว้ ราวกับจะบอกว่า 'ยังไม่ใช่ตอนนี้' "ที่ท่านพยายามจะยึดอำนาจสภา ก็เพื่อรวบรวมชิ้นส่วนของกุญแจดอกนี้ใช่ไหมครับ?" เซเรสถาม สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของดาร์กัส "ท่านไม่ได้ต้องการระเบียบแบบแผน ท่านต้องการเพียงแค่พลังที่จะบงการเวลา... บงการความตาย" ดาร์กัสหัวเราะลั่น เสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วห้องโถง มันไม่มีความขบขันอยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความสมเพชและเย่อหยิ่ง เขาโบกมือเพียงครั้งเดียว วงแหวนเวทมนตร์สีม่วงเข้มก็ปรากฏขึ้นที่เบื้องล่างของเซเรส พันธนาการขาของเด็กหนุ่มไว้อย่างแน่นหนา "เจ้าฉลาดเกินไป เซเรส แต่นั่นคือเหตุผลที่เจ้าจะต้องตายในวันนี้ หรือไม่ก็ต้องกลายเป็นเครื่องมือให้ข้าใช้เปิดประตูมิติแห่งรัตติกาล" ดาร์กัสก้าวเข้ามาใกล้จนปลายรองเท้าของเขาจรดกับวงเวท "เจ้าคิดว่าตัวตนของเจ้าคือใคร? เด็กกำพร้าที่ได้รับทุนจากสถาบันงั้นรึ? เปล่าเลย... เจ้าคือทายาทสายตรงเพียงคนเดียวของ 'จารึกตราศัสตรา' ผู้ที่บรรพบุรุษของข้าเคยสาบานว่าจะต้องกำจัดให้สิ้นซาก" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ข้อมูลมหาศาลตีรวนอยู่ในหัวของเซเรส ความทรงจำที่เลือนรางเกี่ยวกับมารดาที่มอบสร้อยขนนกเหล็กให้เขาในวันที่ถูกทิ้งไว้ที่หน้าประตูสถาบันเริ่มชัดเจนขึ้น มันไม่ใช่แค่สร้อยธรรมดา แต่มันคือกุญแจที่ดาร์กัสกำลังโหยหา เอเลน่าไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป เธอระเบิดพลังเวทน้ำแข็งออกมาจากมุมมืด หอกน้ำแข็งพุ่งตรงเข้าหาดาร์กัสด้วยความเร็วสูง แต่มันกลับแตกสลายกลายเป็นละอองหิมะก่อนจะถึงตัวเขาเพียงไม่กี่นิ้ว ดาร์กัสปัดมือเพียงครั้งเดียว เอเลน่าถูกแรงกระแทกจากพลังเวทมหาศาลกระเด็นไปกระแทกกับชั้นหนังสือจนร่างทรุดลงกับพื้น "เอเลน่า!" เซเรสตะโกนเสียงหลง พยายามดิ้นรนออกจากพันธนาการแต่กลับรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่พุ่งพล่านจากอักขระที่กำลังเริ่มทำปฏิกิริยากับสายเลือดของเขา ดาร์กัสเดินเข้าไปหาเซเรสแล้วเชยคางเด็กหนุ่มขึ้นด้วยปลายนิ้วที่เย็นเฉียบ "ดูสิเซเรส... เมื่อกุญแจตื่นขึ้น เลือดของเจ้าจะเริ่มเปลี่ยนสีไปตามอักขระที่เจ้าได้อ่านมา" ในวินาทีนั้นเอง อักขระโบราณบนกำแพงหินที่เซเรสเพิ่งแตะไปเมื่อครู่เริ่มส่องแสงสว่างวาบ สีของแสงนั้นไม่ใช่สีทองอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับเปลี่ยนเป็นสีเลือดที่น่าสะพรึงกลัว พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับมีบางสิ่งขนาดมหึมาที่ถูกกักขังไว้กำลังจะพังทลายออกมา ผนังห้องโถงพังครืนลงมา เผยให้เห็นบุคคลที่สวมชุดคลุมสีดำสนิทสามคนเดินเข้ามาจากความมืดมิดภายนอก หนึ่งในนั้นดึงฮู้ดคลุมหัวออก เผยให้เห็นใบหน้าที่เซเรสคุ้นเคยดีที่สุด... ใบหน้าที่เขาเฝ้าฝันถึงในฝันร้ายทุกค่ำคืน "ดาร์กัส... เจ้าทำได้ดีมากที่พา 'มัน' มาให้ข้า" เสียงของผู้มาใหม่นั้นเย็นชาและคุ้นหูอย่างประหลาด ก่อนที่คนผู้นั้นจะก้าวเข้ามาใกล้เซเรสแล้วกระซิบเบาๆ "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ลูกชายของข้า" เซเรสเบิกตากว้าง ความหนาวเหน็บแล่นเข้าสู่หัวใจเมื่อตระหนักได้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างตลอดสิบเจ็ดปีที่ผ่านมา ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นแผนการอันซับซ้อนที่วางไว้เพื่อรอเวลาให้ 'กุญแจ' นี้สมบูรณ์... และกุญแจดอกนั้นก็กำลังจะถูกไขออกโดยคนที่เขาเชื่อใจที่สุดในสถาบันแห่งนี้ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความลับอันดำมืดนี้ไปพร้อมกับผม อาร์เธอร์มนตราสวรรค์นะครับ
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%