"อย่าขยับ ถ้าไม่อยากให้ละอองเวทมนตร์รอบตัวเจ้าแปรสภาพเป็นใบมีดกรีดเนื้อตัวเอง"
เสียงกระซิบที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งลอยมาจากความมืดมิดเบื้องหน้า เซเรสหยุดชะงัก รองเท้าบูทหนังของเขาจมลงบนพื้นหินอ่อนที่เย็นเฉียบราวกับหิมะ กลิ่นอายของเวทมนตร์โบราณที่ตกค้างอยู่ในห้องโถงต้องห้ามนั้นหนักอึ้งจนน่าอึดอัด หัวใจของเด็กหนุ่มเต้นรัวเป็นจังหวะหนักแน่น เขาไม่ได้ก้าวเข้ามาที่นี่เพื่อถอยหลัง แต่เขาก้าวเข้ามาเพื่อเผชิญหน้ากับความลับที่ถูกฝังกลบไว้ใต้รากฐานของสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้มานานนับศตวรรษ
"ข้าไม่ได้มาเพื่อประลองกับเจ้า เอเลน่า" เซเรสกล่าวเรียบๆ แม้สายตาจะมองไม่เห็นร่างของหญิงสาวท่ามกลางเงามืดของเสาหินขนาดมหึมาที่แกะสลักด้วยอักขระรูนโบราณที่ส่องแสงสีครามริบหรี่
"แล้วเจ้ามาทำอะไรที่นี่ในเวลาเที่ยงคืน ในเขตที่แม้แต่ผู้อำนวยการยังสั่งห้ามก้าวล่วง" ร่างโปร่งบางของเอเลน่าก้าวออกมาจากเงามืด ดวงตาสีฟ้าเย็นชาของเธอจ้องมองเขาด้วยความผิดหวังระคนสงสัย แสงจากรูนบนผนังสะท้อนกับใบหน้าคมคายของเธอ "เจ้ากำลังเล่นกับไฟที่เผาไหม้ได้แม้กระทั่งวิญญาณนะ เซเรส"
เซเรสคลี่ยิ้มจางๆ แต่ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ความจริงก็เหมือนไฟนั่นแหละครับ มันอาจจะเผาไหม้เรา หรืออาจจะเป็นแสงสว่างเดียวที่นำทางเราไปสู่ปลายทางที่ถูกต้อง ข้าจำชาติกำเนิดตัวเองไม่ได้ แต่ทุกครั้งที่ข้าสัมผัสรูนเหล่านี้ ข้าได้ยินเสียง... เสียงที่เรียกชื่อข้าจากสถานที่ที่อยู่ลึกลงไปภายใต้พื้นดินนี้"
เอเลน่าถอนหายใจยาว ก่อนจะลดไม้กายสิทธิ์ที่ถืออยู่ในมือลง "เจ้ามันดื้อรั้นเกินเยียวยา แต่รู้เอาไว้ด้วยว่าดาร์กัสเริ่มระแคะระคายเรื่องที่เจ้าพยายามสืบหา 'จารึกรัตติกาล' แล้ว เขาไม่ได้แค่ต้องการกฎระเบียบ แต่เขากำลังรวบรวมชิ้นส่วนของกุญแจโบราณ หากเจ้าเดินหน้าต่อ เจ้าจะไม่ใช่แค่เด็กทุนที่ถูกเพ่งเล็ง แต่เจ้าจะเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของสภานักเรียน"
เซเรสไม่ตอบ แต่เขาก้าวผ่านเอเลน่าไปอย่างมั่นคง ตรงไปยังประตูหินบานใหญ่ที่สลักลวดลายงูยักษ์พันรอบคทา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้ก่อตั้งสถาบัน เขาหยิบอัญมณีชิ้นเล็กที่มีรอยร้าวออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันคือสิ่งที่เขาพบในห้องสมุดต้องห้ามเมื่อสัปดาห์ก่อน
เขาสูดหายใจลึก วางมือลงบนร่องอักขระที่ว่างเปล่า
วินาทีที่นิ้วสัมผัส อักขระเหล่านั้นก็เปล่งแสงสีทองสว่างวาบจนทั่วห้องโถง พื้นดินเริ่มสั่นสะเทือน เสียงกลไกโบราณทำงานดังกึกก้องประหนึ่งเสียงคำรามของมังกรที่ตื่นจากการหลับใหล เอเลน่าถอยกรูดไปด้านหลังด้วยความตกใจ พลังมหาศาลกำลังไหลทะลักออกมาจากรอยแยกของประตู
"หยุดเถอะเซเรส! พลังงานนี้มันมากเกินกว่าที่มนุษย์จะควบคุมได้!" เอเลน่าตะโกนแข่งกับเสียงหินที่เสียดสีกัน
เซเรสไม่ฟัง เขารู้สึกถึงกระแสเลือดที่พลุ่งพล่านในกาย อักขระโบราณบนกำแพงเริ่มเรืองแสงล้อมรอบตัวเขา ราวกับกำลังยอมรับเจ้าของที่แท้จริง ประตูหินค่อยๆ แง้มออก เผยให้เห็นทางเดินทอดยาวลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง ที่ซึ่งอากาศอวลไปด้วยกลิ่นอายของอดีตกาลและมนตราที่สาบสูญ
ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะก้าวข้ามธรณีประตูนั้นเอง เงาร่างหนึ่งที่คุ้นตาภายใต้เสื้อคลุมสีดำสนิทก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าที่ปลายสุดของทางเดิน เงาร่างนั้นไม่ได้ถืออาวุธ แต่ก้าวเดินด้วยท่าทีสงบนิ่งราวกับกำลังรอต้อนรับแขกคนสำคัญ
"ยินดีต้อนรับสู่ก้นบึ้งของความลับที่เจ้าพยายามตามหา เซเรส ไวท์" เสียงที่คุ้นเคยและเต็มไปด้วยความเย็นชาดังก้องขึ้นมา ดาร์กัส มอร์กาน่า ยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าของเขาดูไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย
"เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้เจ้ามาถึงที่นี่เพียงลำพังงั้นหรือ? ในเมื่อกุญแจที่อยู่ในมือเจ้าน่ะ... แท้จริงแล้วมันคือชิ้นส่วนที่เหลืออยู่เพียงชิ้นเดียวที่ข้ายังขาดไปเพื่อปลุกอำนาจที่แท้จริงของสถาบันขึ้นมาใหม่" ดาร์กัสยกมือขึ้น รูนสีดำบนฝ่ามือของเขาก็เรืองแสงตอบรับกับพลังของเซเรสอย่างรุนแรง
ความหวังที่เซเรสจะหลบหนีหรือต่อสู้กลายเป็นศูนย์ทันที เมื่อเขาสัมผัสได้ว่าประตูหินที่เขาเปิดออกเมื่อครู่ กำลังปิดตายลงอย่างช้าๆ โดยที่เขายังไม่ทันได้ตั้งตัว และเสียงฝีเท้าจำนวนมากก็กำลังดังใกล้เข้ามาจากด้านหลังของเอเลน่า ซึ่งไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเหล่าสมุนมือขวาของสภานักเรียนที่ล้อมกรอบพวกเขาไว้ทุกทิศทาง
หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ - อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 35
ห้องโถงต้องห้าม
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!