"ท่านอาจารย์วาเลเรียส... ท่านอธิบายเรื่องรูนแห่งพันธสัญญาเล่มนี้อีกครั้งได้ไหมครับ ในเมื่อเงื่อนไขการเปิดผนึกต้องใช้เลือดของตระกูลผู้พิทักษ์ แล้วทำไมบันทึกเล่มนี้ถึงระบุว่า 'ศพไร้ญาติในคุกนรก' คือกุญแจสำคัญ?"
เสียงของเซเรสเรียบเฉย ทว่าแฝงด้วยกระแสกดดันที่คมกริบดุจใบมีดโกน เขาวางนิ้วลงบนหน้ากระดาษหนังเก่าคร่ำที่สั่นไหวเล็กน้อยจากการสั่นสะท้านในใจ บรรยากาศภายในห้องสมุดลับใต้หอคอยเวทมนตร์อัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายของฝุ่นผงและหนังสือเก่าที่คล้ายกับความลับที่ถูกหมักหมมมานับศตวรรษ
อาจารย์วาเลเรียส อาจารย์สอนวิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์ผู้มีใบหน้าไร้อารมณ์เหมือนรูปปั้นหิน ชะงักมือที่กำลังจัดเรียงตำรา ดวงตาคู่คมหลังกรอบแว่นสีเงินตวัดมามองเด็กหนุ่มทุนอัจฉริยะนิ่งๆ เขาไม่ตอบในทันที แต่ค่อยๆ ถอดถุงมือหนังสีดำออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นประหลาดรูปดวงตาที่ข้อมือข้างขวา ซึ่งขยับเขยื้อนราวกับมีชีวิต
"เซเรส เธอเริ่มถามคำถามที่เกินขอบเขตของนักเรียนปีสองแล้วนะ" วาเลเรียสกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าความเย็นเยียบในน้ำเสียงนั้นทำให้เซเรสรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น "ความรู้บางอย่างมีไว้เพื่อจำ ไม่ใช่มีไว้เพื่อวิเคราะห์ โดยเฉพาะเรื่องของคุกทาร์ทารัสใต้ดินที่เธอไม่มีวันได้ย่างกรายเข้าไป"
"หรือเป็นเพราะท่านกลัวว่า... หากผมวิเคราะห์ได้ถูกต้อง ท่านจะไม่มีที่ซ่อนตัวอยู่หลังตำราเล่มนี้อีกต่อไป?"
เซเรสจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอาจารย์ เขาเห็นแวบหนึ่ง... แวบเดียวเท่านั้นที่ม่านตาของวาเลเรียสขยายกว้างและเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำผิดธรรมชาติ ก่อนที่มันจะกลับคืนสู่ปกติในเสี้ยววินาที
เอเลน่าที่ยืนหลบมุมอยู่หลังชั้นหนังสือแทบกลั้นหายใจ เธอสัมผัสได้ถึงไอเวทที่แปรปรวนรอบตัววาเลเรียส มันไม่ใช่เวทมนตร์แห่งแสงสว่างหรือธาตุทั่วไปที่โรงเรียนสอน แต่มันเป็นความรู้สึกหนาวเหน็บที่พุ่งตรงเข้าสู่กระดูกสันหลัง เหมือนกับว่าความมืดที่เซเรสกำลังพูดถึง ไม่ได้อยู่แค่ในหนังสือ แต่มันกำลังสิงสถิตอยู่ในห้องนี้—ในตัวของชายที่พวกเขานับถือ
"กลับไปที่หอพักซะ เซเรส" วาเลเรียสหมุนตัวกลับหลังหัน แผ่นหลังของเขากว้างใหญ่และดูน่าเกรงขาม แต่มันกลับแฝงไปด้วยความน่าสะพรึงกลัวที่เซเรสไม่เคยรู้สึกมาก่อน "อย่าให้ความอยากรู้อยากเห็นเป็นเหตุให้ชีวิตที่แสนสดใสของเธอต้องดับวูบลงกลางคัน... โลกนี้ไม่ได้ใจดีกับคนที่มีความสามารถเกินตัวเสมอไป"
เมื่อทั้งสองก้าวออกมาจากห้องสมุด เอเลน่าคว้าแขนเซเรสไว้แน่นจนเล็บแทบจะจมลงไปในเนื้อผ้า
"เซเรส... นายเห็นใช่ไหม?" เธอถามเสียงสั่น "รอยแผลนั่น... มันขยับได้ นายคิดว่าวาเลเรียสเกี่ยวข้องกับลัทธิมืดที่ดาร์กัสพยายามจะกวาดล้างจริงๆ เหรอ หรือว่าดาร์กัสเองก็เป็นส่วนหนึ่งของเกมนี้?"
เซเรสมองไปรอบโถงทางเดินที่เงียบสงัด แสงจากคบเพลิงเวทมนตร์วูบไหวราวกับจะดับลงได้ทุกเมื่อ เขาหยิบเศษกระดาษที่แอบคัดลอกรูนจากหน้าหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาดู มันไม่ได้เขียนด้วยหมึกธรรมดา แต่มันคือการเขียนด้วยเลือดที่ถูกสาปแช่งให้คงสภาพ
"เอเลน่า... วาเลเรียสไม่ได้แค่เกี่ยวข้อง เขาคือผู้คุมประตู" เซเรสกระซิบเสียงเครียด "เมื่อครู่ที่เขาปล่อยไอเวทออกมา ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นของคุกทาร์ทารัสที่บันทึกกล่าวไว้... มันคือกลิ่นของความตายที่ถูกกักขังไว้เพื่อแลกกับการมีชีวิตอมตะ"
ทั้งสองเดินมาถึงหน้าประตูกระจกบานใหญ่ที่เชื่อมต่อระหว่างหอพักนักเรียนกับหอสมุดกลาง แต่ทว่า ร่างสูงโปร่งของดาร์กัส มอร์กาน่า ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้นราวกับรอคอยการมาถึงของพวกเขา ประธานสภานักเรียนกอดอก ใบหน้าเรียบเฉยทว่าแฝงรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
"ข้าเตือนพวกเธอแล้วนะ ว่าอย่าให้ความอยากรู้อยากเห็นเป็นสาเหตุของการล่มสลาย" ดาร์กัสก้าวเข้ามาใกล้ แสงจากเวทมนตร์ข้างตัวเขาส่องประกายวาววับสะท้อนใบหน้าอันเย่อหยิ่ง "บันทึกเล่มนั้นไม่ได้ถูกเขียนขึ้นเพื่อนักเรียน... และคนอย่างวาเลเรียสก็ไม่ได้ทำทุกอย่างด้วยเหตุผลที่พวกเธอจะเข้าใจได้"
เซเรสไม่ถอยหนี เขาก้าวขึ้นไปเผชิญหน้ากับดาร์กัส ระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือน้อยจนสัมผัสได้ถึงแรงปะทะของพลังงานเวทที่ต่างฝ่ายต่างปล่อยออกมาเพื่อข่มขวัญกัน
"ถ้าอย่างนั้น ก็บอกข้ามาดาร์กัส" เซเรสจ้องลึกเข้าไปในตาคู่คมของอีกฝ่าย "ทำไมคุกที่ไม่มีใครรอดออกมาได้ถึงมีชื่อของคนในตระกูลข้าจารึกไว้ในฐานะผู้ควบคุม? และทำไม... ท่านอาจารย์ที่เคารพถึงต้องกลัวความจริงที่ข้ากำลังจะขุดคุ้ย?"
ดาร์กัสเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูของเซเรสจนเอเลน่าต้องเตรียมชักไม้กายสิทธิ์ออก
"เพราะคนที่เป็นผู้ควบคุมคุกทาร์ทารัสตัวจริง... ไม่ใช่วาเลเรียส" ดาร์กัสเว้นจังหวะให้ลมหายใจของเซเรสหยุดชะงัก "แต่เป็นคนในตระกูลไวท์ที่เธอตามหา... คนที่เธอพยายามจะช่วยให้รอดพ้นจากนรกขุมนั้นนั่นแหละ ที่แท้จริงแล้วคือผู้ที่ปลุกความมืดขึ้นมาอีกครั้ง"
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มผู้คุมกฎเวทมนตร์ดังขึ้นจากปลายทางเดิน ดาร์กัสถอยหลังกลับไปยืนในเงามืด พร้อมกับที่ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวเริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจของเซเรส เมื่อเขารู้สึกว่ามีใครบางคน—หรืออะไรบางอย่าง—กำลังจับจ้องเขาจากเงามืดหลังกำแพงหินที่ดูเหมือนจะกำลังเคลื่อนไหวได้เอง!
หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้ท่านผู้อ่านตื่นเต้นและประทับใจนะครับ ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเซเรส ไวท์ มาโดยตลอดครับ
ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 9
ศิษย์ผู้น่าสงสัย
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!