กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งผสมกับไอเย็นจัดจากเวทน้ำแข็งของเอเลน่าไม่ได้ทำให้เซเรสเสียสมาธิแม้แต่น้อย เขายืนนิ่งอยู่กลางป่าต้องห้ามที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกสีม่วงเข้ม เบื้องหน้าของเขามีร่างมหึมาของ ‘วารีอัคนี’ สัตว์เวทในตำนานที่เกล็ดปกคลุมด้วยเปลวเพลิงสีน้ำเงินสลับกับหยาดน้ำค้างแข็ง มันกำลังคำรามด้วยเสียงที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ
“ถ้าเจ้ายังไม่ถอยออกไป เอเลน่า... ข้าเกรงว่าเราคงต้องเลิกเป็นเพื่อนกันชั่วคราว” เซเรสกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น ขณะที่ปลายนิ้วของเขากำลังวาดรูนกลางอากาศอย่างรวดเร็ว
เอเลน่ากัดริมฝีปากจนห่อเลือด “เจ้าบ้าไปแล้วหรือไงเซเรส! รูนสะกดรอยนั่นมันต้องใช้พลังเวทมหาศาล ถ้าเจ้าพลาดแม้แต่นิดเดียว เลือดของเจ้าจะถูกมันสูบไปจนแห้งเป็นมัมมี่นะ!”
เซเรสไม่ได้หันไปมอง แววตาของเขาจดจ่ออยู่กับการหมุนวนของอักขระแสงสีทองที่เริ่มแผ่ซ่านออกมาจากปลายนิ้ว “ความเสี่ยงคือราคาที่ต้องจ่าย หากต้องการไขปริศนาที่ขังข้าไว้ในกรงขังของโชคชะตา”
เจ้าสัตว์เวทพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นจากความผิดพลาดของยุคบรรพกาล ความร้อนแรงของเปลวเพลิงปะทะกับม่านน้ำแข็งที่เอเลน่าเนรมิตขึ้นจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ดาร์กัส มอร์กาน่า ที่เฝ้ามองอยู่บนยอดไม้ไกลออกไปเหยียดยิ้มที่มุมปาก มือข้างหนึ่งของเขากระชับไม้คทาประจำตัวแน่น
“ใช้รูนโบราณงั้นรึ เซเรส ไวท์... ความโง่เขลาของเจ้าจะเป็นเครื่องบูชายัญชั้นดีให้กับสภา” ดาร์กัสพึมพำกับตัวเอง
เซเรสหลับตาลงชั่วขณะ ในเสี้ยววินาทีนั้น โลกของเขากลายเป็นเส้นสายของพลังงาน เขาเห็นกระแสเวทมนตร์ที่ไหลเวียนอยู่ในกายของสัตว์เวทตัวนั้น มันไม่ใช่แค่สัตว์ร้าย แต่มันคือ ‘จดหมายเหตุที่มีชีวิต’ ที่เก็บซ่อนอักขระโบราณซึ่งสาบสูญไปนับพันปี เขาตวัดนิ้วเป็นวงกลม รูนสะกดรอยสีทองคำเปลวสว่างวาบขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะพุ่งเข้าหาหน้าผากของสัตว์ร้ายที่กำลังจะกระโจนเข้ามาสังหารเขา
ทุกอย่างดูเหมือนหยุดนิ่งลงชั่วขณะ... เสียงคำรามเงียบหายไป เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวของเซเรส
อักขระสีทองพุ่งเข้าปะทะกับดวงตาที่ลุกโชนของมัน กรงเล็บที่แหลมคมหยุดชะงักห่างจากลำคอของเด็กหนุ่มเพียงไม่กี่นิ้ว ร่างมหึมาเริ่มสั่นสะเทือน ก่อนที่เกล็ดเพลิงจะเริ่มแตกสลายกลายเป็นละอองแสง เซเรสทรุดลงกับพื้น ลมหายใจหอบถี่ พลังเวทในร่างของเขาเหมือนถูกสูบไปจนเกือบหมดสิ้น
“สำเร็จแล้ว...” เอเลน่ารีบถลาเข้ามาประคอง แต่นัยน์ตาของเธอยังคงจับจ้องไปที่ร่างที่กำลังสลายไปของสัตว์เวท
ทว่า ความเงียบสงัดไม่ได้นำมาซึ่งความปลอดภัย สิ่งที่หลงเหลืออยู่จากร่างของสัตว์เวทไม่ใช่ศพ แต่มันคือจารึกแผ่นศิลาขนาดเล็กที่สลักรูนแปลกตาไว้ มันส่องแสงสีดำสนิทราวกับกลืนกินความสว่างรอบข้าง เซเรสเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาด้วยความสั่นเทา ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส ความเย็นยะเยือกก็แล่นเข้าสู่กระดูกสันหลัง
ภาพนิมิตบางอย่างฉายชัดในหัวของเขา... ภาพของสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ที่กำลังลุกเป็นไฟด้วยน้ำมือของชายผู้หนึ่ง ซึ่งมีใบหน้าเหมือนเขาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
“เซเรส? เจ้าเป็นอะไรไป?” เอเลน่าเขย่าแขนเขา
เซเรสเงยหน้าขึ้น แววตาของเขาเปลี่ยนไป มันเต็มไปด้วยความตระหนกและปริศนาที่หนักอึ้ง “เอเลน่า... เจ้าศิลานี้ไม่ได้ถูกทิ้งไว้โดยบังเอิญ แต่มันคือคำเตือน”
เขายังพูดไม่ทันจบ เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากเงามืดหลังพุ่มไม้ ดาร์กัส มอร์กาน่า ก้าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเยือกเย็นกว่าสัตว์เวทที่เพิ่งถูกปราบไป
“ขอบใจที่ช่วยไขรหัสลับให้นะ เซเรส ไวท์” ดาร์กัสกล่าวพร้อมกับแบมือออก แสงเวทสีม่วงก่อตัวขึ้นรอบฝ่ามือของเขา “ศิลาชิ้นนั้นน่ะ... มันเป็นของสภานักเรียนมานานเกินพอแล้ว และถึงเวลาที่เจ้าต้องชดใช้ความอยากรู้อยากเห็นของเจ้าด้วยการถูกลบความทรงจำทิ้งเสีย”
อาร์เธอร์มนตราสวรรค์หวังว่าท่านจะรู้สึกถึงแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาในบทนี้ แล้วพบกันในตอนถัดไปนะครับ
ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 17
สัตว์เวทในตำนาน
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!