ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 16

การฝึกฝนในพื้นที่รกร้าง

ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
"หากเจ้าคิดจะควบคุมรูนโบราณด้วยสมาธิที่ฟุ้งซ่านเช่นนี้ ต่อให้เป็นศิษย์เอกของสถาบันมหาเวท ก็ไม่ต่างอะไรกับการจุดคบเพลิงท่ามกลางพายุหรอกนะเซเรส" เสียงแหบพร่าของชายชราในห้วงความคิดไม่ได้ทำให้มือของเซเรสสั่นไหว แม้หยาดเหงื่อจะไหลซึมผ่านไรผมลงมาตามสันกรามคมสัน เด็กหนุ่มในชุดนักเรียนทุนสีซีดจางนั่งขัดสมาธิอยู่กลางลานหินโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่ลึกสุดของเขตป่าต้องห้าม รอบกายเขาคือเศษซากปรักหักพังของวิหารศิลาที่ถูกธรรมชาติกลืนกินไปนานนับศตวรรษ นิ้วเรียวยาวของเซเรสกรีดกรายกลางอากาศ วาดเส้นสายของอักขระรูน ‘อิซา’ (Isa) แสงสีฟ้าหม่นเปล่งประกายขึ้นชั่วขณะก่อนจะแตกสลายกลายเป็นละอองเวทมนตร์ที่ไร้ความหมาย "พลาดอีกแล้ว..." เซเรสพึมพำ ดวงตาสีรัตติกาลหรี่ลงด้วยความมุ่งมั่น เขาไม่ได้ท้อถอย ความผิดพลาดคือรอยเท้าที่นำไปสู่ความจริง เขาหยิบม้วนคัมภีร์เก่าแก่ที่ได้มาจากห้องสมุดต้องห้ามขึ้นมาเปิดอีกครั้ง กระดาษหนังสีเหลืองกรอบส่งกลิ่นอับชื้น แต่นั่นคือกลิ่นที่หอมหวานที่สุดสำหรับเขา *ชาติกำเนิดของเขา... สัญลักษณ์ที่ฝังอยู่บนไหล่ซ้ายนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ* "เจ้าอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย" เสียงฝีเท้าที่เบาราวกับแมวป่าทำให้เซเรสชะงัก เอเลน่า วอน ฟาร์เรล ก้าวออกมาจากเงามืดของแมกไม้ ชุดยูนิฟอร์มสีน้ำเงินเข้มของสถาบันดูสะอาดตาขัดกับสภาพพื้นที่รกร้างแห่งนี้ เธอถือขวดบรรจุน้ำทิพย์เวทมนตร์มาด้วย สีหน้าของเธอเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด "เธอไม่ควรตามมา เอเลน่า" เซเรสกล่าวโดยไม่หันไปมอง "ดาร์กัสเริ่มจับตาดูผู้ที่ใกล้ชิดฉันเป็นพิเศษแล้ว หากเขารู้ว่าเธอแอบออกจากหอพักมากลางดึกแบบนี้ เธออาจถูกถอนสิทธิ์การเข้าถึงหอสมุดหลวงได้" เอเลน่าถอนหายใจ เธอวางขวดน้ำลงบนแท่นหินใกล้ๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างเขา "ดาร์กัสไม่ได้สนแค่เธอหรอกเซเรส เขาต้องการพลังงานมหาศาลจากรูน 'ไอน์' ที่หลับใหลอยู่ใต้สถาบัน และเธอก็เป็นกุญแจดอกเดียวที่เขายังไขไม่ออก" เซเรสหยุดชะงักมือที่กำลังเขียนรูน ความเงียบปกคลุมไปทั่วป่าลึก ได้ยินเพียงเสียงใบไม้เสียดสีและเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่น "ฉันไม่ได้มองว่ามันเป็นกุญแจ" เซเรสเอ่ยเบาๆ หันไปสบตากับหญิงสาว "แต่มันคือคำตอบของสายเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในตัวฉัน หากฉันไม่เข้าใจมันก่อนที่ดาร์กัสจะลงมือทำอะไรบ้าๆ... ทุกอย่างที่พวกเราปกป้องไว้จะพังทลาย" "งั้นก็เริ่มใหม่เสียสิ" เอเลน่าขยับตัวเข้าใกล้ "ใช้ความรู้สึก ไม่ใช่แค่ตรรกะ รูนโบราณไม่ได้ตอบสนองต่อวิชาการ แต่มันตอบสนองต่อ 'เจตจำนง' ของผู้สลัก" เซเรสหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกจนสัมผัสได้ถึงกระแสมานาที่ไหลเวียนในอากาศ ป่าที่ดูเงียบสงบพลันมีชีวิตขึ้นมา ในสัมผัสแห่งรูนที่เขาสร้างขึ้น โลกไม่ได้มีเพียงสีดำและขาว แต่มันคือเส้นใยของพลังงานที่ถักทอเข้าด้วยกัน เขาเริ่มวาดอักขระใหม่ ไม่ใช่ด้วยปลายนิ้ว แต่ด้วยกระแสจิต อากาศโดยรอบเริ่มสั่นสะเทือน เสียงหวีดหวิวของลมที่กรรโชกขึ้นมาอย่างกะทันหันทำให้หญ้ารอบข้างลู่ลงราวกับกำลังเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อักขระสีทองอร่ามสว่างวาบขึ้นกลางอากาศ ครั้งนี้มันไม่ได้แตกสลาย แต่มันสั่นไหวด้วยความถี่ที่รุนแรงจนหินรอบข้างเริ่มร้าว "เซเรส! พอก่อน พลังของเธอ... มันไม่เสถียร!" เอเลน่าร้องเตือน พยายามจะยื่นมือไปแตะไหล่เขา แต่แรงผลักของเวทมนตร์ทำให้เธอกระเด็นออกไป ทว่า ในขณะที่เซเรสกำลังจะควบคุมพลังนั้นให้คงที่ เสียงฝีเท้าที่สามที่ไม่มีใครคาดคิดก็ดังขึ้น... *แกร๊ก...* เสียงกิ่งไม้หักดังมาจากพุ่มไม้เบื้องหลัง ทั้งสองคนหันไปมองพร้อมกัน ความเงียบที่น่าขนลุกเข้าปกคลุมแทนที่เสียงเวทมนตร์ที่เพิ่งหยุดชะงักลง ร่างหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืดของพงไพร แสงจันทร์ส่องกระทบใบหน้าคมเข้มและดวงตาสีอำพันที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและรอยยิ้มที่ดูไม่น่าไว้วางใจ "ดูเหมือนการฝึกฝนของพวกเธอจะไปได้สวยเลยนะ" ดาร์กัส มอร์กาน่า เอ่ยพลางปัดเศษใบไม้บนบ่าอย่างใจเย็น "น่าเสียดายที่ความพยายามทั้งหมดของพวกเธอ... จะต้องจบลงที่นี่ ในที่ที่ไม่มีใครหาศพพบ" ดาร์กัสดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว เงาสีดำสนิทพลันก่อตัวขึ้นรอบทิศทาง มันไม่ใช่เวทมนตร์ธาตุธรรมดา แต่เป็น 'รูนต้องห้าม' ที่บิดเบือนความจริงให้กลายเป็นคุกที่มองไม่เห็น เซเรสสัมผัสได้ทันทีว่ามานาในพื้นที่นี้ถูกสูบหายไปจนหมดสิ้น "นายต้องการอะไร ดาร์กัส?" เซเรสถาม เสียงของเขาต่ำและเต็มไปด้วยความกดดัน ดาร์กัสหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้จนเกือบจะประชิดตัว "ไม่ได้ต้องการอะไรมาก... แค่ต้องการให้เธอ 'คัดลอก' รูนที่สลักไว้บนวิญญาณของเธอออกมาให้ข้า แล้วข้าจะปล่อยให้เพื่อนตัวน้อยของเธอรอดชีวิตไปได้... ข้อเสนอที่ยุติธรรมดีไม่ใช่หรือ?" เซเรสมองไปที่เอเลน่าที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เงา ก่อนจะหันกลับมามองใบหน้าที่เปื้อนยิ้มของศัตรู เขาตัดสินใจทำในสิ่งที่อันตรายที่สุด เขาละทิ้งการป้องกันทั้งหมดและรวบรวมมานาที่เหลืออยู่ไว้ที่ปลายมือข้างเดียว เขารู้ดีว่าหากพลาด นั่นหมายถึงชีวิต... แต่หากสำเร็จ นี่อาจเป็นโอกาสเดียวที่จะเปลี่ยนเกมนี้ อาร์เธอร์มนตราสวรรค์หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับรอยร้าวที่กำลังขยายตัวขึ้นในบทนี้ แล้วพบกันในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%