"เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการเยียวยาของเจ้า จะพามันรอดพ้นจากเงื้อมเงาของข้าได้?"
เสียงทุ้มต่ำลอดผ่านหน้ากากโลหะสีเงินยวง สะท้อนก้องกังวานในหอคอยลับใต้ดินที่อวลไปด้วยกลิ่นอายของโลหิตและผงมานาเก่าเก็บ เซเรส ไวท์ รู้สึกได้ถึงกระแสความเย็นเยียบที่แล่นริ้วขึ้นมาจากกระดูกสันหลัง ปลายไม้เท้าสีดำสนิทที่จ่ออยู่ตรงหน้า ห่างจากหน้าผากของเขาเพียงคืบเดียว แผ่ไอสังหารรุนแรงจนอักขระป้องกันรอบตัวสั่นกระพิกราวกับเปลวเทียนต้องลมพายุ
เซเรสเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาคมกริบสีนิลฉายแววครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง แม้ลมหายใจจะติดขัดด้วยแรงกดดันมหาศาล แต่สมองของเขายังคงหมุนวนด้วยความเร็วสูง คำพูดของบุคคลใต้หน้ากากคนนี้... น้ำเสียงที่คุ้นเคยอย่างประหลาด และประโยคที่ทิ้งปมไว้ว่า "ลูกสาวของพ่อ" กำลังตีรวนอยู่ในความทรงจำที่เขาพยายามปะติดปะต่อมาตลอดหลายปี
"ท่านไม่ใช่..." เซเรสเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามทรงตัวท่ามกลางสนามพลังที่กดทับ "ท่านไม่ใช่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับตระกูลไวท์... ท่านเป็นใครกันแน่?"
เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นอย่างแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน บุคคลใต้หน้ากากไม่ตอบคำถามนั้น เขากลับลดไม้เท้าลงช้าๆ ก่อนจะหันหลังให้ พร้อมกับโบกมือเบาๆ สร้างม่านพลังสีม่วงเข้มกั้นกลางระหว่างพวกเขาทั้งสอง
"เวลาของเจ้าเหลือน้อยเต็มทีแล้ว เซเรส ไวท์" เสียงนั้นลอยตามลมมา ก่อนที่ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทจะเลือนหายไปกับความมืดมิดของเงาไม้ในห้องโถงทิศเหนือ ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัด และร่องรอยของพลังรูนโบราณที่ยังคงสั่นไหวอยู่บนพื้นหิน
เซเรสทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่ง มือเรียววางทาบลงบนพื้นเพื่อพยุงร่าง ร่างกายของเขาร้อนผ่าวจากการใช้มานาเกินขีดจำกัด เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก ตามมาด้วยแสงสว่างสีฟ้าครามที่สาดส่องเข้ามา
"เซเรส! เจ้าเป็นอะไรไหม?"
เสียงใสแต่เด็ดเดี่ยวของ เอเลน่า วอน ฟาร์เรล ดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงในชุดเครื่องแบบนักเรียนเวทมนตร์ชั้นสูงที่วิ่งเข้ามาประคองเขาด้วยความตื่นตระหนก ดวงตาสีฟ้าครามของเธอกวาดมองรอบห้องด้วยความหวาดระแวง ไอน้ำแข็งบางเบารวมตัวกันที่ปลายนิ้วของเธอเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคาม
เซเรสเงยหน้าขึ้น สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติกลับมา "ผมไม่เป็นไรครับเอเลน่า... แค่เกือบไปนิดเดียว"
เอเลน่าขมวดคิ้วมุ่นขณะส่งขวดโพชั่นฟื้นฟูมาให้เขา "พลังงานรอบตัวตรงนี้ผิดปกติมาก... ใครเป็นคนมาที่นี่? ดาร์กัสอย่างนั้นหรือ?"
"ไม่ใช่ดาร์กัส" เซเรสรับขวดแก้วใสขึ้นมาดื่ม ของเหลวเย็นจัดไหลผ่านลำคอ ช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าลงได้บ้าง "แต่เป็นคนอื่น... คนที่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับอดีตของผม และบางที... อาจเกี่ยวข้องกับแผนการทั้งหมดที่กำลังจะเกิดขึ้นในงานประลองเวทมนตร์รอบตัดสิน"
บรรยากาศภายในห้องลับเงียบลงชั่วขณะ เอเลน่ามองหน้าเด็กหนุ่มผู้เป็นทั้งสหายและคู่คิด เธอรู้ดีว่าเซเรสแบกรับภาระทางใจที่หนักหน่วงเพียงใด การตามหาความจริงเบื้องหลังการหายตัวไปของครอบครัวไม่ใช่เรื่องง่าย และการเผชิญหน้ากับศัตรูในเงาเช่นนี้ยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นไปอีกขั้น
"ถ้าเช่นนั้น... เราจะแผนเดิมไม่ได้แล้วสินะครับ" เสียงทุ้มต่ำแต่คุ้นเคยดังขึ้นจากประตูทางเข้า ดาร์กัส มอร์กาน่า ประธานสภานักเรียนก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตาหลังกรอบแว่นโลหะกลับมีความกังวลซ่อนอยู่ไม่มิด แม้ทั้งสองฝ่ายจะเป็นคู่แข่งกันในสนามประลอง แต่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องร่วมมือกัน
เซเรสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าออกอย่างใจเย็น ดวงตาสีพินิจมองตรงไปยังดาร์กัส "แผนเดิมของเราคือการใช้ 'อักขระแห่งรุ่งอรุณ' เพื่อผนึกพลังของตระกูลโบราณ แต่เมื่อศัตรูรู้ตัวและเตรียมรับมือแล้ว เราจำเป็นต้องยกระดับมันขึ้นไปอีกขั้น"
"ยกระดับ?" เอเลน่าทวนคำ "เจ้าหมายถึง..."
"การสร้างอาวุธรูนครั้งสุดท้าย" เซเรสกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เด็ดขาด และเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจที่แม้แต่ดาร์กัสยังต้องชะงักไปชั่วขณะ "อาวุธที่ไม่ได้มีไว้เพื่อทำลายล้าง แต่มีไว้เพื่อจารึกกฎเกณฑ์ใหม่ของเวทมนตร์"
การเดินทางกลับมายังห้องปฏิบัติการส่วนตัวของเซเรสเต็มไปด้วยความเร่งรีบและเงียบงัน บนโต๊ะไม้สักขนาดใหญ่เต็มไปด้วยม้วนคัมภีร์โบราณ แผ่นศิลาจารึก และผลึกมาตาหลากหลายสีสันที่ส่งแสงเรืองรองแข่งกับแสงตะเกียงเวทมนตร์
เซเรสถอดเสื้อคลุมออก เผยให้เห็นแขนเสื้อที่พับขึ้นจนถึงข้อศอก บนท่อนแขนของเขามีรอยสักรูนโบราณที่กำลังเปล่งแสงจางๆ ทุกครั้งที่เขาหายใจ เด็กหนุ่มหยิบปากกาขนนกที่ทำจากขนนกฟีนิกซ์สีเพลิงจุ่มลงในหมึกพิเศษที่ผสมระหว่างเลือดของเขาเองและผงแร่ mithril
"ส่งผลึกดาราอัคคีมาให้ผมหน่อยครับ เอเลน่า" เซเรสเอ่ยโดยไม่เงยหน้าขึ้นจากแผ่นกระดาษคำนวณสูตรโครงสร้างเวท
เอเลน่าหยิบผลึกสีแดงเพลิงขนาดเท่ากำปั้นเด็กขึ้นมาส่งให้ด้วยความระมัดระวัง นิ้วมือของทั้งสองสัมผัสกันชั่วเสี้ยววินาที ความเย็นจากเวทน้ำแข็งของเธอปะทะเข้ากับความร้อนจากมานาของเขา สร้างประกายไฟขนาดเล็กแตกตัวออกเบาๆ
"เจ้านั่นแหละจะแย่เอาเสียเอง เซเรส" เอเลน่าเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย แฝงความห่วงใยที่ยากจะปิดบัง "การหลอมรวมอาวุธรูนครั้งสุดท้ายต้องใช้สมาธิและพลังชีวิตมหาศาล หากร่างกายของเจ้ายังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ผลลัพธ์อาจย้อนกลับมาทำร้ายเจ้าได้"
"ผมไม่มีเวลาให้พักผ่อนแล้วครับ" เซเรสเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาของเขานิ่งสงบแต่มั่น
> "ถ้าเราไม่สร้างมันขึ้นมาก่อนที่รุ่งสางของวันพรุ่งนี้จะมาถึง... ทุกสิ่งที่เราปกป้องไว้ จะพังทลายลงด้วยมือของคนใต้หน้ากากคนนั้น"
ดาร์กัสที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่มุมห้องขยับแว่นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ "ฉันเตรียมอาณาเขตป้องกันรอบหอคอยไว้หมดแล้ว ไม่มีใครสามารถแอบฟังหรือแทรกแซงกระบวนการนี้ได้... ลงมือเถอะ เซเรส ทำให้ฉันเห็นทีว่า เด็กทุนอัจฉริยะอย่างนาย จะสร้างปาฏิหาริย์อะไรได้อีก"
เซเรสพยักหน้ารับช้าๆ เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ จากนั้นจึงวางมือทั้งสองข้างลงบนแท่นบูชาหินอ่อนตรงกลางห้อง
ทันใดนั้น อักขระรูนโบราณนับร้อยตัวก็สว่างวาบขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งห้อง ลวดลายสีทองอร่ามพุ่งทะยานขึ้นจากพื้นดิน พัน eรอมรอบตัวเซเรสราวกับงูทองคำที่กำลังร่ายรำ อากาศรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยวตามแรงกดดันของมานาที่หนាแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
เซเรสหลับตาลง รวบรวมจิตใจให้เป็นหนึ่งเดียวกับอักขระ เขากำลังจะหลอมรวมแก่นแท้ของศัสตราเวทชิ้นสุดท้าย—อาวุธที่จะตัดสินชะตากรรมของสถาบันเวทมนตร์และตัวตนที่แท้จริงของเขา
ทว่า... ในวินาทีที่โครงสร้างรูนสุดท้ายกำลังจะประสานเข้าด้วยกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในอาณาเขตป้องกัน ก็ดังขึ้นอย่างกะทันหันที่หน้าประตูกระจก
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะสามครั้งดังสนั่นท่ามกลางเสียงคำรามของมานา
เซเรสลืมตาขึ้นทันที ดวงตาสีพินิจเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อเงาดำทมิฬร่างหนึ่งปรากฏขึ้นทะลุกระจกป้องกันเข้ามา โดยไม่มีร่องรอยของการทำลายล้างแม้แต่น้อย
มือเรียวยาวในถุงมือหนังสีดำยื่นเข้ามาคว้าจับที่ข้อมือขวาของเซเรสไว้แน่น ราวกับเหล็กกล้าที่ถูกหลอมมาเพื่อพันธนาการ
"เจ้าคิดว่าจะสร้างมันสำเร็จจริงๆ หรือ... ลูกชายของข้า?"
--------------------------------------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้เซเรสมาถึงจุดนี้ ห้ามพลาดตอนถัดไปเด็ดขาดนะครับ!
— อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 50
การเตรียมตัวสู่ศึกตัดสิน
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!