กลิ่นอายความเย็นยะเยือกของละอองน้ำแข็งผสมผสานกับกลิ่นอายโลหิตจางๆ ลอยคละคลุ้งไปทั่วห้องสมุดใต้ดินโบราณแห่งสถาบันเวทมนตร์อาร์คานา ความมืดมิดในยามรัตติกาลถูกขับเน้นให้ดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้นด้วยแสงสีม่วงอมแดงที่เปล่งประกายออกมาจากอักขระรูนต้องห้ามบนพื้นหินแกรนิต
เซเรส ไวท์ นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าวงเวทมืด ร่างกายของเด็กหนุ่มทุนอัจฉริยะสั่นเทิ้ม ดวงตาสสีนิลที่เคยฉายแววสุขุมและเต็มไปด้วยความเฉลียวฉลาด บัดนี้กลับมีเส้นเลือดสีดำปูดโปนลุกลามขึ้นมาถึงขมับ พลังงานมืดมิดที่ดาร์กัส มอร์กาน่าทิ้งไว้เป็นมรดกตกทอดกำลังกัดกินจิตวิญญาณของเขาอย่างช้าๆ เสียงกระซิบจากความว่างเปล่าดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเขา เป็นเสียงที่เย้ายวนให้ยอมจำนนต่อพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่เพื่อแลกกับการล้างแค้นและทำลายล้างทุกสิ่ง
"ปล่อยฉันไป... เอเลน่า"
เสียงของเซเรสแหบพร่าและสั่นเครือ ร่างกายของเขาปฏิเสธสัมผัสใดๆ ความเจ็บปวดจากการต่อสู้กับจิตสำนึกของตนเองทำให้เหงื่อกาฬไหลโทรมกาย รูนโบราณที่แขนเสื้อเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท สะท้อนให้เห็นว่าความมืดกำลังจะกลืนกินตัวตนที่แท้จริงของเขาไปตลอดกาล
เอเลน่า วอน ฟาร์เรล ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าเขา คุณหนูตระกูลเวทมนตร์ชั้นสูงผู้สง่างาม ดวงตาคู่สวยสีฟ้าใสราวกับธารน้ำแข็งสะท้อนภาพของเด็กหนุ่มที่เธอกำลังเผชิญหน้า ความหวาดกลัววาบผ่านห้วงอารมณ์เพียงเสี้ยววินาที แต่ถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นอันเด็ดเดี่ยว มือเรียวบางทั้งสองข้างสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความหนาวเหน็บจากเวทธาตุน้ำแข็งที่เธอรวบรวมไว้ แต่เป็นเพราะความกังวลว่าเธออาจจะช่วยเขาไม่ทัน
"ฉันไม่เคยปล่อยให้ใครต้องเผชิญหน้ากับความมืดลำพังหรอกนะ... เซเรส" เอเลน่ากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น เธอทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าลงบนพื้นหินที่เย็นเฉียบ ไม่สนใจว่าความเย็นยะเยือกจะกัดกินเรียวขาของตนเอง
เซเรสเงยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความดุดันและห่างเหิน "เธอไม่เข้าใจหรอก ดาร์กัสพูดถูก... พลังนี้เท่านั้นที่จะทำให้ฉันรู้ว่าชาติกำเนิดที่แท้จริงของฉันคืออะไร ความลับที่ถูกปิดตายในบันทึกโบราณ... มันต้องแลกมาด้วยความมืดนี้แหละ"
"ชาติกำเนิดที่แท้จริงของคุณ ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยพลังชั่วร้ายพวกนี้หรอกนะคะ..." เอเลน่าส่ายหัวช้าๆ ดวงตาคู่สวยมองลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังแปดเปื้อนของเขา "สิ่งที่คุณกำลังตามหา ตัวตนที่แท้จริงของคุณ... มันอยู่ในความทรงจำที่เราเคยร่วมกันไขปริศนารูนโบราณ ในความมุ่งมั่นที่คุณใช้ปกป้องผู้คน ไม่ใช่ในความแค้นที่กำลังแผดเผาคุณอยู่แบบนี้"
เอเลน่าค่อยๆ ยื่นมือเปล่าออกไปสัมผัสที่ข้างแก้มของเซเรส ความเย็นจากเวทธาตุน้ำแข็งขั้นสูงของเธอปะทะเข้ากับความร้อนรุ่มของพลังมืดที่แผ่ออกมาจากตัวเขา เสียงฉ่าราวดันทาบเหล็กแดงร้อนด้วยน้ำดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับควันจางๆ ที่ลอยขึ้นมา ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วฝ่ามือของหญิงสาวจนเธอต้องนิหน้า แต่เธอไม่มีทีท่าว่าจะถอย
"หยุดเถอะนะ... กลับมาหาฉัน" น้ำเสียงของเอเลน่าสั่นเครือ หยาดน้ำใสคลอหน่วยที่หางตา แต่มันไม่ได้ร่วงหล่นลงมา เธอกำลังใช้พลังเวททั้งหมดที่มีในการถ่ายทอดความเย็นบริสุทธิ์เพื่อชะลอการลุกลามของอักขระมืด
เซเรสชะงัก ร่างกายที่เคยเกร็งขึงค่อยๆ ผ่อนคลายลง ความอบอุ่นจากสัมผัสที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและจริงใจของเอเลน่าทะลุทะลวงผ่านเกราะป้องกันอันแข็งกระด้างที่เขาconstrucขึ้นมาในใจ ภาพวันเวลาที่พวกเขาเคยร่วมมือกันถอดรหัสตำราโบราณ ภาพรอยยิ้มจางๆ ยามที่พวกเขาค้นพบความลับของสถาบันเวทมนตร์ ค่อยๆ ไหลย้อนกลับเข้ามาในห้วงความคิด
"เอเลน่า..." เสียงของเซเรสแผ่วเบาลง ดวงตาสีนิลที่เคยดำสนิทเริ่มมีประกายแสงสีขาวนวลสะท้อนกลับมาทีละน้อย
"ใช่ค่ะ... ฉันอยู่นี่แล้ว" เอเลน่าแย้มยิ้มทั้งน้ำตา มือที่สัมผัสแก้มของเขาเริ่มเปล่งแสงสีฟ้าครามจางๆ อักขระรูนสีดำที่แขนของเซเรสเริ่มแตกสลายและจางหายไปทีละตัว ราวกับหิมะที่ละลายเมื่อสัมผัสกับแสงอาทิตย์ยามเช้า
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลง และความมืดมิดกำลังจะถูกขับไล่ออกไปจนหมดสิ้นนั้นเอง อากาศภายในห้องสมุดใต้ดินก็พลันบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง เงาดำทมิฬขนาดมหึมาปรากฏขึ้นที่มุมห้อง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ไม่ได้มาจากปากของเซเรสและไม่ใช่เสียงของดาร์กัส มอร์กาน่า
"ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง... ความรักของเด็กสาวตระกูลสูงศักดิ์ที่จะเปลี่ยนเส้นทางของโชคชะตา" เสียงปริศนาดังก้องกังวาน ราวกับมาจากห้วงมิติอื่น
เอเลน่าผุดลุกขึ้นยืนโดยสัญชาตญาณ เธอตวัดมือสร้างกำแพงน้ำแข็งหนาทึบขึ้นปกป้องเซเรสที่ยังคงอ่อนแรงอยู่ด้านหลัง ทว่ากำแพงน้ำแข็งนั้นกลับแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ในพริบตาเดียวโดยที่ยังไม่มีการปะทะ
ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากความมืด ใบหน้าของบุคคลนั้นถูกปกปิดด้วยหน้ากากโลหะลายรูนโบราณที่คุ้นตาอย่างประหลาด และสิ่งที่ทำให้หัวใจของเอเลน่าหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม คือสัญลักษณ์ประจำตระกูลที่สลักไว้บนแหวนนิ้วมือของคนผู้นั้น... มันคือแหวนตราประจำตระกูล 'วอน ฟาร์เรล' ของเธอนั่นเอง
"ท่านพ่อ...?" เอเลน่าพึมพำออกมาด้วยความตกตะลึง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น
"ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบที่แท้จริง ลูกสาวของพ่อ" บุคคลใต้หน้ากากเอ่ยขึ้น พร้อมกับชี้ปลายไม้เท้ามาที่เซเรสที่เพิ่งเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาตื่นตะลึง "เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการเยียวยาของเจ้า จะพามันรอดพ้นจากเงื้อมเงาของข้าได้?"
อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและติดตามความลึกลับของอักขระมนตรามา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 49
การเยียวยาของเอเลน่า
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!