ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 51

ทูตมรณะ

ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
“เจ้าคิดว่าจะสร้างมันสำเร็จจริงๆ หรือ... ลูกชายของข้า?” สุ้มเสียงแหบพร่าดุจใบไม้แห้งกรีดผ่านความเงียบงันในโถงห้องสมุดลับใต้ดิน คำถามนั้นไม่ได้ทิ้งช่วงให้เซเรส ไวท์ ได้ทันตั้งตัว แรงสั่นสะเทือนมหาศาลจากพื้นเบื้องล่างสั่นคลอนชั้นหนังสือรูนโบราณจนฝุ่นฟุ้งกระจาย เศษอิฐร่วงหล่นลงมาดั่งห่าฝน เซเรสกัดฟันแน่น มือที่สั่นเทาของเขาตวัดปากกาขนนกขึ้นกลางอากาศ วาดรูน ‘พันธนาการนิรันดร์’ ขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อปกป้องบันทึกที่อยู่ตรงหน้า เอเลน่า วอน ฟาร์เรล กระชับดาบน้ำแข็งในมือแน่นจนนิ้วซีดขาว ดวงตาสีฟ้าครามของเธอเบิกกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความตายที่โชยมากับไอเย็นผิดธรรมชาติจากภายนอกสถาบัน “เซเรส... โล่เวทมนตร์ของวิทยาลัยกำลังถูกกัดกร่อน!” เอเลน่าตะโกนฝ่าเสียงระเบิดที่ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากทิศทางของประตูเมืองเวทมนตร์ เซเรสรีบเก็บม้วนคัมภีร์ลงในกระเป๋าสะพาย สายตาของเขาเหลือบมองไปยังรูปภาพลึกลับที่แขวนอยู่บนผนัง ซึ่งเป็นภาพวาดชายในชุดคลุมสีดำสนิทที่แววตาดูคล้ายกับเขาอย่างประหลาด เขาไม่มีเวลามาวิเคราะห์เรื่องสายเลือดในตอนนี้ พลังงานสีม่วงเข้มที่พุ่งทะลุผ่านม่านบาเรียของสถาบันเข้ามาคือเครื่องยืนยันว่า ‘ทูตมรณะ’ ของลัทธิมืดไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่มาเพื่อกวาดล้าง “ไปที่หอคอยดาราศาสตร์ เดี๋ยวนี้!” เซเรสสั่งเสียงเฉียบ ทั้งสองวิ่งฝ่าความโกลาหลภายในทางเดินหินอ่อน ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือความหายนะ นักเรียนปีหนึ่งต่างวิ่งหนีตายด้วยความหวาดกลัว ในขณะที่ดาร์กัส มอร์กาน่า ยืนตระหง่านอยู่บนระเบียงชั้นสอง ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความกระหายไม่ใช่ความตื่นกลัว “ดูนั่นสิ เซเรส...” ดาร์กัสหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นทั้งสองวิ่งผ่าน “เจ้าโง่เขลาพวกนั้นคิดว่าจะปกป้องสถานศึกษาแห่งนี้ได้ด้วยกฎระเบียบที่ไร้ค่า... แต่พลังที่แท้จริงต้องแลกมาด้วยเลือดและเถ้าถ่านเท่านั้น” “แกปล่อยให้พวกมันเข้ามาใช่ไหม ดาร์กัส!” เซเรสหยุดฝีเท้า สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่ประธานสภานักเรียน ดาร์กัสหันกลับมา ยิ้มเยาะที่มุมปาก “ข้าไม่ได้ปล่อยให้พวกมันเข้ามา... ข้าแค่เปิดประตูให้พันธมิตรที่เหมาะสมต่างหากล่ะ ลูกศิษย์ก้นกุฏิของจอมราชันย์ผู้นี้กำลังจะได้เห็นจุดจบของโลกเก่า และการกำเนิดของยุคสมัยแห่งรูนที่ถูกควบคุมโดยข้าเพียงผู้เดียว” ยังไม่ทันสิ้นคำพูด กองทัพเงาในชุดคลุมสีดำสนิทที่ลอยอยู่กลางอากาศก็เริ่มระดมยิงเวทมนตร์สีเลือดเข้าใส่หอคอย ลำแสงเวทมนตร์สีแดงฉานทำลายเสาค้ำยันจนหักสะบั้น เสียงกรีดร้องของเหล่านักเรียนดังระงมไปทั่วบริเวณ เอเลน่าร่ายเวทน้ำแข็งสร้างโล่ขนาดใหญ่ขึ้นมาต้านทานเศษหินที่ร่วงหล่นลงมา “เซเรส! ข้าต้านไว้ได้ไม่นาน!” เอเลน่าตะโกน ท่าทางของเธอเริ่มอ่อนแรงจากการใช้มานาจำนวนมหาศาล เซเรสไม่รอช้า เขาหยิบผลึกรูนสีครามออกมาจากกระเป๋า มันคือสิ่งที่เขาเพิ่งประดิษฐ์ขึ้นในห้องลับเมื่อครู่ เขาจำเป็นต้องใช้มัน แม้จะยังไม่มั่นใจในผลลัพธ์ แต่ถ้าเขายังยืนดูเฉยๆ สถาบันแห่งนี้ต้องพินาศลงแน่ๆ ชายหนุ่มรวบรวมสมาธิ อ่านจารึกอักขระที่มือของตนเองก่อนจะกดผลึกลงบนพื้นหิน “ด้วยพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์... ข้าขอใช้เลือดและวิญญาณแห่งรัตติกาล สั่งการให้อักขระที่หลับใหล จงตื่นขึ้น!” ทันใดนั้น แสงสีทองสว่างวาบจากพื้นดิน ลามเลียไปตามผนังของสถาบันราวกับเส้นเลือด อักขระโบราณนับหมื่นตัวที่ถูกซ่อนไว้ใต้สถาบันนับร้อยปีเริ่มเปล่งแสงและหมุนวนจนเกิดเป็นพายุเวทมนตร์ขนาดใหญ่ พลังงานมหาศาลผลักดันกองทัพเงามืดถอยร่นไปราวกับโดนคลื่นยักษ์ซัด ทว่า... ในช่วงเวลาที่แสงเวทมนตร์กำลังแผ่ขยายถึงจุดสูงสุด ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางฝุ่นควัน มันคือชายคนเดิมในภาพวาดห้องสมุด เขาไม่ได้ดูแก่ชราเหมือนที่เซเรสจินตนาการ แต่กลับดูสง่างามและน่าสะพรึงกลัวในเวลาเดียวกัน ชายปริศนาเดินผ่านพายุเวทมนตร์ของเซเรสเข้ามาอย่างไม่สะทกสะท้าน เขายื่นมือออกไปคว้าคอของดาร์กัสที่กำลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่งให้เงียบสนิทลงในพริบตาเดียว ก่อนจะหันมามองเซเรสด้วยดวงตาสีทองอำพันที่ไร้ซึ่งความรู้สึก “ทำได้ดีมาก เซเรส... รูนที่เจ้าสร้างขึ้น มันคือสิ่งเดียวที่จะปลดผนึกพลังที่ข้าทิ้งไว้ให้” เซเรสถอยกรูดหลังชนกับกำแพง หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบระเบิด “เจ้า... เจ้าคือใครกันแน่?” ชายผู้นั้นปล่อยร่างดาร์กัสให้ร่วงลงพื้นดั่งเศษขยะ ก่อนจะย่างสามขุมเข้ามาใกล้เซเรส แล้วกระซิบเบาๆ ข้างหูที่ทำให้โลกทั้งใบของเซเรสหยุดหมุน “ข้าคือชายผู้ที่เจ้าพยายามตามหามาทั้งชีวิต... และเป็นคนเดียวที่จะบอกเจ้าได้ว่า มารดาของเจ้าตายลงอย่างไร ในคืนที่ข้าต้องทำลายวิญญาณของนางเพื่อรักษาสถาบันแห่งนี้ไว้” เซเรสแทบหยุดหายใจ ข้อมูลที่ได้รับประดังเข้ามาจนสมองขาวโพลน ในขณะที่ชายปริศนายื่นมีดสั้นที่สลักรูนแปลกประหลาดส่งให้เขา พร้อมกับกองทัพเงาเบื้องหลังที่คุกเข่าลงพื้นรอคำสั่งใหม่ “จงเลือกว่าจะฆ่าข้าเพื่อแก้แค้นให้มารดา หรือจะรับมีดเล่มนี้ไป เพื่อสังหารทุกคนที่ขวางทางเจ้า... เหมือนที่ข้าเคยทำ” ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและติดตามอ่านเรื่องราวในบทนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%