“หากเจ้ายังฝืนขยับนิ้วในมุมอับนั่นอีกเพียงมิลลิเมตรเดียว ข้าเกรงว่าศัสตราเวทมนตร์เล่มนี้คงต้องขอชิมเลือดจากข้อมือของเจ้าเสียหน่อย”
เสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นดังมาจากเงามืดภายในห้องสมุดอาคมชั้นใต้ดิน เซเรส ไวท์ หยุดชะงัก ร่างกายของเขานิ่งค้างราวกับถูกสาปด้วยมนตร์ตรึงร่างที่รุนแรงที่สุด เขารู้ดีว่าใครเป็นเจ้าของน้ำเสียงนี้ และเขารู้ดียิ่งกว่าว่าเจ้าของเสียงนั้นมิได้พูดเพื่อขู่ให้กลัว แต่พูดเพื่อบอกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นจริง
เซเรสค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ พบว่าเอเลน่า วอน ฟาร์เรล กำลังยืนกอดอกอยู่ท่ามกลางมวลไอเย็นที่ก่อตัวขึ้นเป็นเกล็ดหิมะบางเบาล้อมรอบตัวเธอ ดวงตาสีฟ้าครามเย็นเยียบของเธอกำลังจ้องมองมือของเขาที่กำลังสั่นเล็กน้อย ขณะถือม้วนคัมภีร์ที่เพิ่งแอบหยิบออกมาจากตู้เก็บเอกสารลับของสภานักเรียน
“เจ้าทำอะไรลงไป เซเรส” เอเลน่าถามด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลง แต่แฝงด้วยความผิดหวัง “เจ้าไม่ได้แค่ละเมิดกฎสถาบัน แต่เจ้ากำลังเอาหัวของพวกเราไปวางไว้บนเขียงของดาร์กัส”
“หากข้าไม่ทำตอนนี้ ความลับที่เน่าเฟะในสภาก็จะถูกฝังกลบไปพร้อมกับความตายของคนบริสุทธิ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น” เซเรสตอบพลางสูดลมหายใจลึก เขาคลี่ม้วนคัมภีร์ออก เผยให้เห็นรอยจารึกอักขระรูนโบราณที่ส่องแสงสีเลือดจางๆ “เจ้าดูนี่เสียก่อน เอเลน่า... นี่ไม่ใช่แผนการเสริมสร้างระเบียบของดาร์กัสอย่างที่เขาอ้าง แต่มันคือสัญญาเลือดที่ทำร่วมกับพวกนอกรีตเพื่อแลกกับอำนาจการควบคุมรูนในศิลาผนึก”
เอเลน่าขมวดคิ้ว เธอเดินเข้ามาใกล้แล้วก้มลงมองรอยอักขระเหล่านั้น แสงสีฟ้าจากไอเย็นของเธอกระทบกับแสงสีเลือดจากคัมภีร์ ทำให้บรรยากาศรอบตัวสั่นไหวด้วยพลังเวทที่ขัดแย้งกัน มือของเธอสั่นสะท้านเมื่อไล่นิ้วไปตามเส้นสายอักษรที่ดูไม่เหมือนภาษาเวทมนตร์สายหลักที่พวกเขาร่ำเรียนกันมา
“นี่มัน... รูนแห่งความเสื่อมสลาย” เธอพึมพำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตระหนก “เขาต้องการดึงพลังจากศิลาผนึกโดยไม่ผ่านการกลั่นกรอง แต่นี่มันหมายถึงการทำลายรากฐานพลังงานทั้งหมดของสถาบัน ดาร์กัสบ้าไปแล้วหรืออย่างไร?”
“เขาไม่ได้บ้า แต่มันมีคนคอยป้อนความคิดนี้ให้เขา” เซเรสเก็บคัมภีร์เข้าสาบเสื้ออย่างรวดเร็ว “ข้าแอบได้ยินการสนทนาหลังม่านม่านเวทเมื่อคืนนี้ ในสภาไม่ได้มีแค่ดาร์กัสที่ต้องการอำนาจ มีบางคน... บางคนที่ดูเหมือนจะเป็นผู้สนับสนุนภักดีที่สุดของเขานั่นแหละ ที่กำลังชักใยอยู่เบื้องหลัง”
เซเรสขยับตัวเข้าใกล้เอเลน่า เสียงกระซิบของเขาแผ่วเบาราวกับสายลมแต่หนักแน่นดั่งขุนเขา “พวกเขากำลังรอเวลาที่ดาร์กัสจะก้าวพลาด เพื่อที่จะกลืนกินทั้งอำนาจของเขาและพลังของรูนในคราวเดียว ดาร์กัสไม่ใช่หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่อย่างที่เขาคิด เขาเป็นเพียงแค่หมากตัวหนึ่งที่ถูกหล่อลื่นด้วยความโลภของคนในสภาที่เป็นเหมือนสนิมเกาะกินเกราะเหล็กแกร่งให้ผุกร่อนจากข้างใน”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องสมุดชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำที่กระทบพื้นหินดังก้องสะท้อนอยู่ในความมืด เอเลน่าเม้มปากแน่น เธอรู้ดีว่าหากสิ่งที่เซเรสพูดเป็นจริง สถานการณ์ของพวกเขาก็เลวร้ายยิ่งกว่าตกอยู่ในอันตรายธรรมดา เพราะศัตรูที่อยู่ข้างในนั้นย่อมอันตรายกว่าศัตรูที่เปิดเผยตัวเสมอ
“เราต้องรีบไป...” เอเลน่าเริ่มตัดสินใจได้ “ก่อนที่ดาร์กัสจะรู้ตัวว่าเขากำลังถูกทรยศ”
“ไม่” เซเรสขัดขึ้น สายตาของเขาเปลี่ยนไปเป็นความมุ่งมั่นที่น่าเกรงขาม “ถ้าเราเตือนเขา เขาจะฆ่าเราเพื่อปิดปาก แต่ถ้าเราปล่อยให้สนิมกัดกินเหล็กจนขาดสะบั้น เมื่อนั้นแหละคือโอกาสที่ความจริงทั้งหมดจะถูกเปิดเผย”
ทั้งสองยังไม่ทันได้ขยับกาย เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและจังหวะการเดินที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินหลัก เสียงนั้นหยุดลงหน้าประตูห้องสมุด บานประตูไม้โอ๊กเก่าแก่ค่อยๆ แง้มออกช้าๆ ไอเวทมนตร์ที่รุนแรงและกดดันจนอากาศรอบข้างหนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออกพุ่งเข้ามาปะทะกับใบหน้าของคนทั้งสอง
ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบสภานักเรียนสีดำสนิทก้าวเข้ามา แสงตะเกียงเวทที่ดับวูบไปทันทีที่เขาปรากฏตัว เผยให้เห็นใบหน้าที่เรียบเฉยแต่แฝงด้วยความอำมหิตของดาร์กัส มอร์กาน่า แต่สิ่งที่ทำให้เซเรสและเอเลน่าต้องตัวแข็งทื่อไม่ใช่การปรากฏตัวของประธานสภาผู้ทรงอิทธิพล
“ช่างเป็นข้อมูลที่น่าสนใจเสียจริง... ข้าไม่คิดเลยว่าหนูที่ข้าเลี้ยงไว้อย่างดี จะกลายเป็นหนูที่แอบกัดกินรากฐานของบ้านตัวเองเสียได้”
ดาร์กัสไม่ได้มาคนเดียว ข้างกายเขาคือ 'อาจารย์ใหญ่คาร์ลอฟ' ผู้อาวุโสสูงสุดที่ได้รับความเคารพที่สุดในสถาบัน ซึ่งบัดนี้กำลังยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวและไร้ซึ่งความเมตตาเหมือนที่เคยแสดงออก และที่น่าตกใจที่สุด คือดาบเวทในมือของอาจารย์ใหญ่คาร์ลอฟที่กำลังจ่ออยู่ที่คอหอยของดาร์กัสเอง
ดาร์กัสหันมามองเซเรสด้วยดวงตาที่ฉายแววแตกสลายและสับสน “เจ้าต้องการความจริงใช่ไหมเซเรส? ความจริงคือข้าเป็นเพียงหุ่นเชิด... และอาจารย์ใหญ่ผู้นี้ ก็ไม่ใช่ผู้พิทักษ์อย่างที่เจ้าเชื่อถือมาตลอดชีวิต”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 23
สนิมในเกราะเหล็ก
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!