"เศษซากอักขระพวกนี้... ไม่ใช่เวทมนตร์ของสถาบันเรา"
เสียงของเซเรส ไวท์ แหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวภายในห้องใต้ดินโบราณของหอสมุดกลาง กลิ่นอายของเลือดสดๆ คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นไหม้เกรียมของมานาที่รั่วไหลจนอากาศบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น
เด็กหนุ่มทุนอัจฉริยะคุกเข่าลงบนพื้นหินเย็นเฉียบ นิ้วเรียวยาวสั่นเทาขณะเอื้อมไปแตะรอยแผลฉกรรจ์บนร่างของเพื่อนร่วมทีม ร่างนั้นนอนแน่นิ่งไร้เรี่ยวแรง ลมหายใจแผ่วเบาราวกับเปลวเทียนที่ถูกสายลมพายุโหมกระหน่ำจนใกล้จะดับมอดลงทุกที
เอเลน่า วอน ฟาร์เรล ยืนกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ดวงตาสีฟ้าครามคู่สวยไหวระริกด้วยหยาดน้ำตาที่พยายามสะกดกลั้นไว้สุดกำลัง มือเรียวของเธอประสานกันแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เวทธาตุน้ำแข็งระดับสูงถูกร่ายล้อมรอบร่างของผู้บาดเจ็บเพื่อตรึงอุณหภูมิร่างกายไม่ให้มานาในตัวแตกสลายไปมากกว่านี้ แต่ทว่า... ไอน้ำแข็งสีขาวโพลนกลับละลายกลายเป็นไอทันทีที่สัมผัสกับไอความมืดสีม่วงเข้มที่ยังคงกัดกินบาดแผลอยู่
"เซเรส... มันลึกเกินไป รูนต้องห้ามบทนั้นมันกัดกินเส้นประสาทเวทมนตร์ของเขาจนหมดสิ้นแล้ว" เสียงของเอเลน่าสั่นระริก เธอพยายามใช้วิชาแพทย์สนามที่ดีที่สุดเท่าที่ตระกูลวอน ฟาร์เรลจะถ่ายทอดมาให้ แต่ความจริงอันโหดร้ายตรงหน้ากลับตบหน้าพวกเขาอย่างจังว่า เวทมนตร์รักษาทั่วไปไร้ความหมายต่อหน้าคำสาปโบราณนี้
เซเรสเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่คมฉายแววเจ็บปวดและเคียดแค้นอย่างที่เอเลน่าน้อยครั้งนักจะได้เห็น เด็กหนุ่มนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ ตอนที่พวกเขากำลังแกะรอยเบาะแสเกี่ยวกับชาติกำเนิดของเขาตามบันทึกรูนโบราณ แต่กลับต้องเผชิญหน้ากับกับดักมรณะที่ถูกวางไว้โดยฝีมือใครบางคนที่มีอำนาจเทียบเท่า หรืออาจจะเหนือกว่าประธานสภานักเรียนอย่าง ดาร์กัส มอร์กาน่า เสียด้วยซ้ำ
"ฉันจะไม่ยอมให้เขาตายเด็ดขาด..." เซเรสพึมพำลอดไรฟัน เขาหลับตาลงตั้งสติ รวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มีเพื่อดึงเอาพลังแห่งอักขระรูนโบราณที่หลับใหลอยู่ก้นบึ้งจิตวิญญาณออกมาใช้ แม้จะรู้ดีว่ามันอาจจะย้อนกลับมาทำลายล้างตัวเขาเองก็ตาม
ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นที่ทางเข้าห้องใต้ดิน เงาร่างสูงโปร่งของดาร์กัส มอร์กาน่า ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ดวงตาคมกริบกวาดมองสภาพความพินาศภายในห้องด้วยความพึงพอใจ
"ดูท่าทางพวกเธอจะเล่นสนุกเกินขอบเขตไปหน่อยนะ ไวท์" ดาร์กัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความเห็นอกเห็นใจ ราวกับกำลังมองดูแมลงตัวหนึ่งที่กำลังดิ้นรนก่อนจะตาย "ฉันเตือนแล้วว่าความรู้นอกหลักสูตรมันอันตราย... และนี่คือราคาที่พวกเธอต้องจ่ายสำหรับการฝ่าฝืนกฎของสถาบัน"
เซเรสค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายของเขาสั่นสะท้อนด้วยแรงโทสะที่ระอุอยู่ภายใน มานาสีทองอร่ามเริ่มแผ่ซ่านออกมาจากปลายนิ้ว บิดเบี้ยวอากาศรอบตัวจนเกิดเสียงคำรามต่ำๆ คล้ายเสียงคำรามของสัตว์ป่า บรรยากาศในห้องกดดันจนเอเลน่าต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว
"ดาร์กัส... แกเป็นคนสั่งการเรื่องนี้ใช่ไหม?" เซเรสถาม เสียงของเขาเย็นเยียบราศีกำลังยืนอยู่ปากเหวแห่งความบ้าคลั่ง ดวงตาคู่นั้นจ้องมองศัตรูตัวฉกาจเขม็ง ราวกับจะฉีกร่างอีกฝ่ายเป็นชิ้นๆ
ดาร์กัสยิ้มมุมปาก ไม่ยอมรับและไม่ปฏิเสธ เขาเพียงแต่ยกไม้เท้าประจำตำแหน่งขึ้นเคาะกับพื้นเบาๆ เกิดเป็นคลื่นพลังเวทมนตร์สีดำสนิทแผ่ขยายออกไปปิดกั้นทางออกทุกเส้นทาง ทันใดนั้น เงาร่างนับสิบก็ปรากฏขึ้นจากความมืดล้อมรอบพวกเขาไว้หมดสิ้น
"ระวังตัวนะ เซเรส!" เอเลน่าร้องเตือนพร้อมกับตวัดมือสร้างกำแพงน้ำแข็งหนาทึบขึ้นปกป้องร่างไร้สติของเพื่อนร่วมทีมที่กำลังนอนหายใจรวยรินอยู่เบื้องหลัง
เซเรสสูดหายใจเข้าลึก ภายในใจเต็มไปด้วยความคับแค้นและการสูญเสียที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่วินาทีที่เขากำลังจะปลดปล่อยพลังรูนขั้นสูงสุดเพื่อเปิดทางหนีและรักษาชีวิตสหายรักนั้นเอง แสงสว่างสีแดงฉานก็พุ่งทะลุเพดานหินลงมาตรงหน้าพวกเขา พร้อมกับเสียงหัวoาะอันคุ้นเคยที่ดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วห้องใต้ดิน...
บุคคลที่ทุกคนคิดว่าหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อปีก่อน กลับก้าวออกมาจากเปลวเพลิงสีเลือดนั้น พร้อมกับโยนศิลาอาคมโบราณชิ้นสุดท้ายลงแทบเท้าของเซเรส
"เกมเพิ่งจะเริ่มต้นต่างหากล่ะ... สหายรุ่นน้อง"
อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 47
การสูญเสียครั้งใหญ่
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!