"ถ้านายยังคงยืนกรานที่จะทำเป็นมองไม่เห็นความผิดปกติในโถงทางเดินชั้นใต้ดินนั่นล่ะก็ เตรียมตัวรอรับจดหมายแจ้งการสูญหายฉบับถัดไปได้เลย เซเรส"
เอเลน่า วอน ฟาร์เรล กระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเก่าแก่จนฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย ดวงตาสีฟ้าดุจธารน้ำแข็งของเธอวาวโรจน์ด้วยความกังวลที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเย่อหยิ่งตามแบบฉบับตระกูลสูงศักดิ์ เธอไม่ได้มองหน้าเซเรสโดยตรง แต่กลับจ้องมองไปยังรอยแยกบนกำแพงหินที่ดูเหมือนจะมีรอยขูดขีดประหลาดคล้ายกับสัญลักษณ์โบราณที่บิดเบี้ยว
เซเรส ไวท์ นิ่งเงียบ เขาวางปากกาขนนกในมือลงอย่างช้าๆ ก่อนจะเลื่อนสายตาจากกองตำราภาษาอักขระรูนมายังเพื่อนสาวเบื้องหน้า ในใจของเขาไม่ได้มีแค่ความสงสัย แต่เป็นความรู้สึกที่เย็นเยือกดุจหยาดน้ำค้างแข็งที่กำลังเกาะตัวบนหัวใจ เมื่อวานนี้ 'คาร์ล' เพื่อนร่วมหอพักชั้นปีสองเพิ่งจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายฉุนกึกของซากศพที่ยังไม่ทันได้เน่าเปื่อยซึ่งคละคลุ้งอยู่ในห้องเก็บอุปกรณ์เวทมนตร์
"ฉันไม่ได้มองข้ามมันไป เอเลน่า" เซเรสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสคลื่นที่ปั่นป่วนภายใน "แต่นายรู้นี่ว่าการขุดคุ้ยเรื่องที่สภานักเรียนพยายามปิดปากไว้ มันไม่ใช่แค่เรื่องของกฎระเบียบ แต่มันคือการประกาศสงครามกับดาร์กัส มอร์กาน่า โดยตรง"
"แล้วเราจะมีทางเลือกอื่นงั้นหรือ?" เอเลน่าโน้มตัวลงมา กลิ่นหอมจางๆ ของดอกลิลลี่จากตัวเธอไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องสมุดหอพักดูผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย "เมื่อเช้านี้ ฉันพบหยดเลือดสีดำสนิทบนบันไดหอคอยทิศเหนือ... มันไม่ใช่เลือดของมนุษย์ปกติ แต่มันมีร่องรอยของเวทมนตร์ดัดแปลงพันธุกรรมที่ถูกสั่งห้ามไว้ตั้งแต่ยุคบรรพกาล"
เซเรสลุกขึ้นยืน ก้าวเท้าไปที่หน้าต่างบานสูงที่เปิดแง้มไว้รับลมยามค่ำคืน เขาหลับตาลง พยายามสัมผัสถึงกระแสเวทมนตร์ที่ไหลเวียนอยู่ในสถาบันแห่งนี้ ปกติแล้วที่นี่ควรจะอบอวลไปด้วยพลังงานแห่งชีวิตและตำราเวทมนตร์ แต่ค่ำคืนนี้ สิ่งที่เขาสัมผัสได้กลับมีเพียงความว่างเปล่าที่หิวกระหาย เหมือนกับมีหลุมดำบางอย่างกำลังสูบกลืนวิญญาณของนักเรียนในสถาบันไปทีละคน
"ดาร์กัสต้องการรูนแห่งการคืนชีพ" เซเรสพึมพำ ดวงตาของเขาเปิดกว้างขึ้นเมื่อนึกถึงบันทึกที่เขาเพิ่งถอดความได้ในห้องใต้ดินลับ "เขาไม่ได้แค่ต้องการอำนาจในการปกครอง แต่เขากำลังพยายามจะสร้างกองทัพที่ไม่มีวันตาย โดยใช้เลือดเนื้อของเพื่อนนักเรียนเราเป็นวัตถุดิบในการสังเวย"
เอเลน่าถึงกับหน้าซีดเผือด มือที่กำชายกระโปรงสั่นเทา "นายกำลังจะบอกว่า... ที่พวกเขาสาบสูญไป ไม่ใช่เพราะการหนีเรียน หรือการได้รับอนุญาตพิเศษ แต่เพราะพวกเขาถูก... ถูกแปรสภาพงั้นหรือ?"
"ถ้าสมมติฐานของฉันไม่ผิด พวกเขายังอยู่ในสถาบันนี้" เซเรสหมุนตัวกลับมา สายตามุ่งมั่นดุจนักล่าที่พบร่องรอยเหยื่อ "อยู่ในกำแพงเหล่านี้ อยู่ใต้ฝ่าเท้าเรา และรอเวลาที่รูนนั้นจะสมบูรณ์"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้องสมุด ก่อนที่ประตูไม้หนาจะถูกเปิดออกโดยไม่มีการเคาะ ดาร์กัส มอร์กาน่า ก้าวเข้ามาพร้อมกับใบหน้าที่เรียบเฉย ทว่าดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นกลับดูเหมือนจะมองทะลุเข้าไปถึงวิญญาณของคนทั้งสอง เขาสวมชุดคลุมสภานักเรียนสีดำสนิท ขอบแขนเสื้อปักด้วยดิ้นเงินลายอักขระที่เซเรสจำได้แม่นว่ามันคือสัญลักษณ์แห่งการผนึก
"คุยเรื่องอะไรกันอยู่หรือครับ สองอัจฉริยะแห่งชั้นปี?" เสียงของดาร์กัสทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่กดทับผู้ฟังให้รู้สึกอึดอัด "ดูเหมือนบรรยากาศจะตึงเครียดเกินไปสำหรับช่วงเวลาพักผ่อนนะครับ"
เซเรสไม่สะทกสะท้าน เขาขยับตัวไปขวางหน้าเอเลน่าไว้เล็กน้อยด้วยสัญชาตญาณของการปกป้อง "พวกเราแค่กำลังสงสัยเรื่องตารางเวรตรวจตราที่เปลี่ยนไปกะทันหันครับ ท่านประธานสภา การที่นักเรียนหายตัวไปโดยไม่มีการแจ้งเตือน ไม่คิดว่ามันจะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของสถาบันบ้างหรือครับ?"
ดาร์กัสยิ้ม ทว่าเป็นรอยยิ้มที่ไม่ไปถึงดวงตา เขาเดินสำรวจไปรอบๆ ห้องสมุด นิ้วเรียวยาวสัมผัสที่หน้าปกหนังสือเล่มหนึ่งก่อนจะหยุดลง "ชื่อเสียง? ในฐานะประธานสภา สิ่งที่ผมห่วงคือระเบียบวินัย และความปลอดภัยของคนส่วนใหญ่ครับ... ส่วนเรื่องที่หายไป หลายคนก็แค่ต้องการออกไปแสวงหาเส้นทางของตัวเอง ซึ่งพวกคุณไม่ควรจะไปก้าวก่าย"
"แสวงหาเส้นทางหรือครับ?" เอเลน่าอดไม่ได้ที่จะโต้ตอบ "ด้วยการทิ้งรองเท้าและไม้กายสิทธิ์ไว้ในโถงทางเดินน่ะหรือ?"
ดาร์กัสชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองเอเลน่าด้วยแววตาที่เย็นชาจนน่าขนลุก "ไม้กายสิทธิ์เป็นเพียงเครื่องมือครับ แต่มนุษย์เรานั้น... มีสิ่งที่มีค่ามากกว่านั้นซ่อนอยู่ข้างใน"
เขาก้าวเข้าไปใกล้เซเรสจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นอายความตายที่เซเรสสัมผัสได้ในห้องใต้ดินโชยออกมาจากตัวของดาร์กัสอย่างรุนแรง มันไม่ใช่แค่กลิ่นอาย แต่เป็นพลังงานมืดที่เข้มข้นจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว "อย่าขุดค้นในสิ่งที่นายยังไม่มีปัญญาจะรับมือเลย เซเรส ไวท์ พรสวรรค์ของนายมีไว้เพื่อการสร้างสรรค์ ไม่ใช่การทำลายตัวเอง"
ดาร์กัสหันหลังกลับและก้าวเดินออกไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แสนอึดอัด เซเรสรีบวิ่งไปที่ประตูและมองออกไปตามทางเดินที่ว่างเปล่า ความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างทำให้เขาหยิบเศษกระดาษที่ดาร์กัสทำตกไว้ที่พื้นขึ้นมา
มันไม่ใช่กระดาษธรรมดา แต่เป็นชิ้นส่วนของบันทึกโบราณที่มีรายชื่อนักเรียนที่หายไปเขียนอยู่ด้วยหมึกสีเลือด และท้ายกระดาษนั้น... มีชื่อของเซเรส ไวท์ เขียนกำกับไว้ด้วยลายมือที่บิดเบี้ยวพร้อมกับวงกลมรูนที่กำลังเรืองแสงสีม่วงหม่น!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 26
กลิ่นอายแห่งความตาย
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!