ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 41

รวบรวมพรรคพวก

ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
กลิ่นอายจางๆ ของกระดาษปาปิรุสเก่าเก็บและคราบน้ำยาหมึกเวทมนตร์คละคลุ้งอยู่ในห้องสมุดลับใต้ดินชั้นที่เจ็ด—สถานที่ซึ่งถูกลืมเลือนไปจากสารบบของสถาบันเวทมนตร์อาร์เคเดีย เสียงกระซิบของตำราโบราณที่พยายามดีดดิ้นหนีจากการถูกเปิดอ่านดังแว่วอยู่เป็นระยะ ทว่าบรรยากาศภายในห้องกลับเงียบงันจนได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจ เซเรส ไวท์ นั่งอยู่เบื้องหลังโต๊ะไม้โอ๊กสีเข้ม แสงสลัวจากตะเกียงเวทสีครามสะท้อนเงาลงบนใบหน้าด้านข้างที่นิ่งสงบ ดวงตาคู่คมจ้องมองแผ่นศิลาจารึกรูนโบราณที่เพิ่งถูกกู้คืนมาจากซากโบราณสถาน นัยน์ตาของเด็กหนุ่มทุนอัจฉริยะฉายแววครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ ลงบนขอบโต๊ะเป็นจังหวะสม่ำเสมอ "นายกำลังเล่นกับไฟนะ เซเรส" เสียงใสแต่เย็นเยียบดังขึ้นจากมุมมืดของชั้นหนังสือ เอเลน่า วอน ฟาร์เรล ก้าวออกมาจากเงาสลัว เส้นผมสีเงินยวงสะท้อนแสงไฟเล็กน้อย แววตาของเธอเต็มไปด้วยความกังวลระคนทึ่งขณะกวาดสายตามองไปรอบห้อง "การรวบรวมรายชื่อผู้สนับสนุนเพื่อต่อต้านมติของสภานักเรียนในตอนนี้ ไม่ต่างอะไรกับการเอาคอไปพาดไว้บนเขียงของดาร์กัส มอร์กาน่า" เซเรสเงยหน้าขึ้น ช้าๆ เขาสบตากับคุณหนูตระกูลฟาร์เรลด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ซึ่งไม่ได้สื่อถึงความขบขันเลยแม้แต่น้อย "ถ้าเราไม่เอาคอไปพาดไว้ตอนนี้ เอเลน่า... อีกไม่นานโครงสร้างทั้งหมดของสถาบันนี้ รวมถึงความลับที่บรรพบุรุษของเราปกป้องไว้ จะถูกกลืนกินโดยอำนาจมืดที่ดาร์กัสกำลังครอบครองอยู่ คุณก็รู้ดีว่าเขากำลังทำอะไรกับพลังรูนต้องห้าม" เอเลน่าย่นหัวิ้วเล็กน้อย เธอเดินเข้ามาใกล้โต๊ะ วางมือเรียวลงบนแผ่นศิลาจารึกสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากอักขระโบราณ "ฉันรู้... และนั่นคือเหตุผลที่ฉันมายืนอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่เพราะฉันเห็นด้วยกับความบ้าบิ่นของนาย แต่เพราะฉันทนเห็นความอยุติธรรมภายใต้หน้ากากแห่งระเบียบวินัยปลอมๆ นั้นไม่ได้อีกแล้ว" บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองนิ่งค้างไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะท้อนหยดน้ำจากผนังหินด้านนอกที่ย้ำเตือนถึงเวลาที่กำลังไหลผ่านไปอย่างไม่รอใคร ประตูห้องสมุดลับถูกผลักเปิดออกอย่างเงียบเชเชียบ ปรากฏร่างของชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง สวมชุดนักเรียนเวทมนตร์ชั้นสูงที่มีตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลขุนนางประดับอยู่ คริสเตียน โลเวลล์—อัจฉริยะแห่งภาควิชาคาถาอาคมผู้เงียบขรึม ก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่เบาราวกับภูตพราย "ฉันไม่ได้มาเพื่อฟังพวกเธอคุยเรื่องอุดมการณ์" คริสเตียนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ทว่าแฝงไปด้วยความจริงจัง "ฉันมาเพราะผลประโยชน์ของฉันถูกคุกคามโดยมาตรการใหม่ของสภา ดาร์กัสกำลังจะปิดกั้นการเข้าถึงห้องวิจัยเวทมนตร์ชั้นสูง ถ้านั่นเกิดขึ้น งานวิจัยของฉันจะจบลง เซเรส... นายบอกว่านายมีแผนที่จะโค่นอำนาจเขาลง ชั่วคราวหรือถาวร?" เซเรสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงของเด็กหนุ่มทำให้เขาสามารถมองสบตาเพื่อนร่วมชั้นทั้งสองคนได้อย่างเท่าเทียม แววตาของเขาประกายแสงสีทองจางๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของผู้มีสายเลือดเชื่อมโยงกับอักขระโบราณ "ถาวรครับ คริสเตียน" เซเรสตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น "เราไม่ได้กำลังรวมตัวกันเพื่อก่อจลาจลในโรงเรียน แต่เรากำลังสร้าง 'สภาคู่ขนาน' ขึ้นมาเพื่อตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจที่ไร้ขีดจำกัดของประธานสภานักเรียน ดาร์กัสคิดว่าเขาคือกฎหมาย แต่เขาหลงลืมไปว่ากฎหมายที่แท้จริงถือกำเนิดขึ้นจากเจตจำนงของมวลชน" เอเลน่ากอดอก พ่นลมหายใจเบาๆ ออกมาทางจมูก "ฟังดูสวยหรู แต่นายจะดึงใครเข้ามาเพิ่มอีก? แค่พวกเราสามคน ต่อให้เก่งกาจแค่ไหน ก็ไม่อาจต้านทานกองกำลังผู้พิทักษ์กฎระเบียบที่ภักดีต่อดาร์กัสอย่างไร้สมองนับร้อยคนได้หรอกนะ" เซเรสยิ้มรับคำท้วงติงนั้น เขาหันไปหยิบม้วนกระดาษหนังแกะเก่าๆ ขึ้นมาแผ่นหนึ่ง บนนั้นมีรายชื่อลายมือเขียนด้วยหมึกเวทมนตร์ที่เรืองแสงจางๆ "ผมไม่ได้มีแค่พวกคุณหรอกครับ... รายชื่อนี้ คือบรรดาหัวกะทิจากหอพักต่างๆ ที่ถูกกดขี่และไม่ได้รับความเป็นธรรมจากระบบทุนนิยมเวทมนตร์ของสถาบัน พวกเขาพร้อมที่จะก้าวออกมาเมื่อสัญญาณเริ่มต้นดังขึ้น" คริสเตียนก้มลงมองรายชื่อเหล่านั้น ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นชื่อของบุคคลระดับท็อปของแต่ละปีการศึกษาที่ถูกซ่อนไว้ในเงามืด "นาย... ไปดึงคนเหล่านี้มาร่วมมือกันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? บางคนแทบไม่เคยคุยกับใครเลยด้วยซ้ำ" "ความจริงมักจะซ่อนอยู่ในที่ที่ไม่มีใครมองครับ" เซเรสกล่าวพร้อมกับม้วนกระดาษเก็บอย่างระมัดระวัง "เช่นเดียวกับความจริงเบื้องหลังชาติกำเนิดของผม ที่ดาร์กัสพยายามปกปิดมาตลอด การที่เราจะก้าวไปถึงจุดนั้นได้ เราจำเป็นต้องมีความพร้อมทั้งในด้านกำลังและปัญญา" ทันใดนั้น แสงไฟเวทมนตร์สีครามรอบห้องก็เกิดอาการกะพริบไหวอย่างรุนแรง ไอความร้อนแปลกประหลาดแผ่ซ่านเข้ามาในห้องใต้ดินราวกับมีใครบางคนกำลังหลอมละลายประตูกลเวทมนตร์ที่ถูกลงอาคมไว้ถึงสามชั้น เอเลน่าสะบัดมือขวาเบาๆ ผลึกน้ำแข็งรูปทรงแหลมคมก่อตัวขึ้นที่ปลายนิ้วทันที "มีคนกำลังเจาะเกราะป้องกันห้องนี้... ดาร์กัสพบเราแล้วงั้นเหรอ?" "ไม่ใช่ดาร์กัสหรอกครับ" เซเรสขมวดคิ้วแน่น ดวงตาหรี่ลงพยายามเพ่งมองผ่านกำแพงหินด้วยเนตรอักขระ "พลังเวทมนตร์นี้มีความดิบเถื่อนและเก่าแก่กว่านั้น... มันคือเวทมนตร์ธาตุไฟโบราณที่ไม่ควรจะหลงเหลืออยู่ในสถาบันนี้" กำแพงหินศิลาแกร่งทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ระเบิดออกเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วห้องสมุดลับ เศษหินกระเด็นกระดอนไปตามชั้นหนังสือ ท่ามกลางกลุ่มควันสีเทาทึบ ร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวเดินผ่านซากปรักหักพังเข้ามาอย่างช้าๆ เส้นผมสีเพลิงยุ่งเหยิงและดวงตาสสีอำพันที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงไร้รูปร่าง "สวัสดี... เซเรส ไวท์" ผู้มาใหม่เอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าแต่ทรงพลังจนสั่นสะเทือนแก้วหูของทุกคนในห้อง "นายกำลังตามหาพรรคพวกเพื่อล้มล้างสภานักเรียนสินะ... น่าสนใจดีนี่ แต่บอกฉันหน่อยสิ ว่านายจะทำอย่างไร เมื่อคนที่นายกำลังดึงเข้ามาในเกมนี้ แท้จริงแล้วคือ 'กุญแจ' ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำลายล้างนายโดยเฉพาะ?" เด็กหนุ่มปริศนายกยิ้มขึ้นอย่างน่ากลัว พร้อมกับแบมือขวาออก เปลวเพลิงสีดำสนิทลุกโชนขึ้นบนฝ่ามือ เผยให้เห็นรอยสักรูนโบราณที่สลักลึกอยู่บนผิวเนื้อ—รอยสักเดียวกับที่เซเรสเคยเห็นในบันทึกต้องห้ามเกี่ยวกับ "หายนะแห่งอาร์เคเดีย" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงมิตินี้ไปกับผมและตัวละครที่ผมรักนะครับ อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%