ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 40

ป้อมปราการริมน้ำ

ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
"มือของเธอสั่น เอเลน่า... วางมีดสั้นลงเถอะครับ ก่อนที่ไอ้เวทมนตร์บ้าๆ ที่ฝังอยู่ในกำแพงนี่มันจะดูดกลืนวิญญาณเราไปเสียก่อน" เสียงของผมแหบพร่า ท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ซ่านในห้องใต้ดินที่ถูกลืมเลือนแห่งนี้ กลิ่นอับชื้นของตะไคร่น้ำและกลิ่นไอเกลือจากทะเลสาบด้านนอกโชยเข้ามาผ่านรอยแยกของหินปูน เอเลน่าชะงักมือนิ่ง ดวงตาสีไพลินของเธอสั่นระริกสะท้อนแสงจากอักขระรูนสีซีดจางที่สลักอยู่บนเพดาน "นายเห็นมันใช่ไหม เซเรส?" เธอเอ่ยเสียงเบาหวิว "ภาพผู้หญิงคนนั้น... ในจดหมายที่นายถืออยู่ มันไม่ใช่แค่ภาพถ่าย แต่มันคือคำสาปที่เชื่อมโยงกับสายเลือดของนาย" ผมกำจดหมายเก่าคร่ำคร่าในมือแน่นจนกระดาษยับย่น ความจริงที่เพิ่งเปิดเผยเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนยังคงตอกย้ำอยู่ในหัวใจ ‘เธอคือแม่ของผม’ ความคิดนี้เป็นดั่งยาพิษที่หวานหอมและแหลมคมในเวลาเดียวกัน ผมเงยหน้ามองผนังที่กั้นระหว่างเรากับโลกภายนอก—ป้อมปราการริมน้ำแห่งนี้คือที่ซ่อนเดียวที่เรามี หลังจากการเผชิญหน้ากับดาร์กัส มอร์กาน่า ที่ทำเอาสถาบันเวทมนตร์เกือบพังพินาศ "ดาร์กัสไม่มีทางปล่อยให้เราหนีพ้นหรอกครับ" ผมเดินไปที่หน้าต่างแคบๆ ที่มองเห็นผิวน้ำนิ่งสนิท "มันรู้ว่าสายเลือดของผมคือกุญแจดอกสุดท้ายที่ปลดล็อกห้องสมุดต้องห้ามใต้ทะเลสาบได้ ไม่ว่าผมจะเป็นใครในสายตาของโลกใบนี้ แต่สำหรับมัน... ผมเป็นเพียงเครื่องมือที่ต้องถูกชำแหละ" เอเลน่าเดินเข้ามาใกล้ เธอถอดถุงมือหนังออก เผยให้เห็นรอยสักรูนที่ข้อมือซึ่งกำลังเปล่งแสงสีน้ำเงินหม่น—สัญญาณเตือนว่าเวทมนตร์ของดาร์กัสกำลังไล่ล่าเรามาในรูปแบบของสัมผัสวิญญาณ "เซเรส ถ้าแม่ของนายคือคนๆ เดียวกับที่ตำนานรัตติกาลกล่าวถึง... คนที่ทำลายสถาบันนี้เมื่อสิบเจ็ดปีก่อน นายกำลังแบกรับบาปที่นายไม่ได้ก่อเอาไว้" เธอวางมือลงบนไหล่ผม สัมผัสที่เย็นเยียบของเธอดึงสติผมให้กลับมาสู่ปัจจุบัน "เราจะอยู่ที่นี่นานเกินไปไม่ได้ พลังของรูนในห้องนี้มันกำลังสูบเรี่ยวแรงนายไปทีละนิด" ผมหันกลับมามองเธอ พยายามซ่อนความเหนื่อยล้าไว้ภายใต้ใบหน้าที่นิ่งเฉย "เอเลน่า คุณเคยคิดไหมว่าทำไมพวกเขาถึงต้องให้ผมสอบเข้าที่นี่? เด็กทุนที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า แต่กลับมีพลังอ่านอักขระที่แม้แต่ศาสตราจารย์ยังต้องก้มหัวให้... มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ มันคือแผนการที่ถูกวางไว้ตั้งแต่ผมยังไม่ลืมตาดูโลกด้วยซ้ำ" เราทั้งคู่ต่างเงียบไปครู่ใหญ่ เสียงหยดน้ำกระทบพื้นหินดังกังวานเป็นจังหวะที่น่าหงุดหงิด ผมหยิบเศษชอล์กหินเวทมนตร์ขึ้นมาขีดเขียนรูนป้องกันลงบนพื้นไม้ผุๆ รูนนี้คือภูมิปัญญาที่ผมเพิ่งถอดรหัสได้จากจดหมายของแม่ มันไม่ใช่แค่เวทมนตร์ป้องกันตัว แต่มันคือ ‘บานประตู’ ที่จะพาเราข้ามผ่านมิติไปยังที่ที่ดาร์กัสไม่มีวันเข้าถึง ทว่า ทันทีที่เส้นสุดท้ายจรดลง พลังงานรอบตัวก็เกิดการสั่นสะเทือนรุนแรง แสงไฟจากตะเกียงเวทมนตร์ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่หนาวเหน็บ พื้นห้องใต้ดินเริ่มสั่นไหวราวกับมีบางอย่างที่มีขนาดมหึมากำลังว่ายวนอยู่ใต้อาคารแห่งนี้ "เซเรส! รูนนั่น... มันกำลังเปิดออก แต่มันไม่ใช่ทางออกที่นายสร้างไว้!" เอเลน่าร้องเตือน พลางเรียกกริชน้ำแข็งออกมาในมือ ผมจ้องมองรูนบนพื้นด้วยความตระหนก เส้นอักขระไม่ได้เรืองแสงสีขาวอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับกลายเป็นสีแดงชาดราวกับเลือดที่กำลังเดือดพล่าน ความร้อนมหาศาลแผ่พุ่งออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว สิ่งที่ผมวาดลงไปไม่ใช่ ‘ทางผ่าน’ แต่มันคือ ‘คำเชิญ’ ทันใดนั้น ผนังหินหนาของป้อมปราการริมน้ำก็ระเบิดออกด้วยแรงกระแทกจากภายนอก น้ำในทะเลสาบทะลักเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์สีดำสนิท และกลางมวลน้ำที่ไร้รูปทรงนั้น ร่างของชายผู้สวมชุดคลุมสภาสีเทาเงินก็ก้าวเหยียบลงบนพื้นห้องใต้ดินอย่างแผ่วเบา ดาร์กัส มอร์กาน่าไม่ได้ดูโกรธเกรี้ยว เขากลับยิ้มด้วยความสมเพช "ขอบคุณที่เปิดทางให้ข้านะ เซเรส..." ดาร์กัสเอ่ยพลางปัดหยดน้ำออกจากแขนเสื้อ "ข้าตามหาห้องลับของแม่เจ้ามานานเกินพอแล้ว และการที่เจ้าพาผู้หญิงคนนี้มาด้วย... ก็ถือเป็นกำไรที่ทำให้ข้าไม่ต้องเสียเวลาไล่ล่าให้เหนื่อย" ผมคว้าแขนเอเลน่าไว้ เตรียมจะร่ายเวทเคลื่อนย้าย แต่ทว่า... ร่างกายของผมกลับแข็งทื่อราวกับถูกสาป ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วกระดูกสันหลัง เมื่อเห็นดาร์กัสยกวัตถุบางอย่างขึ้นมาในมือ—มันคือ ‘จี้ห้อยคอรูปพระจันทร์เสี้ยว’ ที่แม่ของผมเคยสวมใส่ในภาพถ่าย ดาร์กัสหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของผมพังทลายลงตรงหน้า "เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าแม่เจ้า ‘หายสาบสูญ’ ไป? นางไม่ได้ไปไหนไกลหรอก... นางก็นั่งมองเจ้าอยู่ตรงนี้ ในห้องใต้ดินที่นางสร้างขึ้นเพื่อขังตัวเอง... และในตอนนี้ นางก็พร้อมจะทำลายเจ้าทิ้ง เพื่อรักษาความลับของตระกูลเราไว้" จากความมืดหลังเงาดาร์กัส ร่างหญิงสาวในชุดคลุมสีดำสนิทที่ใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากกระเบื้องสีขาวค่อยๆ ก้าวออกมา เธอไม่ได้มองมาที่ผมด้วยความรัก แต่ด้วยสายตาว่างเปล่าของนักฆ่าที่ไร้หัวใจ และในมือของเธอนั้น... มีตราประทับรูนชนิดเดียวกับที่เพิ่งปรากฏบนหน้าผากของผมเอง ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงมิตินี้ไปกับผมและตัวละครที่ผมรักนะครับ อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%