ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 38

ความกดดันจากสภาอาวุโส

ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
“ท่านจะให้ข้าทำอย่างไร ในเมื่อมดตัวหนึ่งมันบังอาจเจาะรูเข้าไปในหีบสมบัติที่ปิดตายมานับพันปี?” เสียงทุ้มต่ำของชายชราในเงามืดดังก้องไปทั่วโถงหินอ่อนของสภาอาวุโส แรงกดดันจากมานาที่หนาแน่นจนแทบจะกลายเป็นของแข็งทำให้บรรยากาศภายในห้องบิดเบี้ยว เซเรส ไวท์ ยืนอยู่กลางวงล้อมของชายชราในชุดคลุมสีครามเข้มห้าคน ดวงตาของพวกเขาไม่ได้มองเขาในฐานะนักเรียน แต่ในฐานะ ‘ความผิดพลาด’ ที่ต้องถูกแก้ไขโดยเร็วที่สุด เซเรสยืนนิ่ง แม้ปลายนิ้วจะสั่นเทาเล็กน้อยจากแรงกดดันมหาศาล เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อคุมสติ รูนโบราณที่เขาสลักไว้ในห้วงความคิดเริ่มทำงาน มันเปล่งประกายสีครามจางๆ ในกระแสจิตเพื่อต่อต้านคลื่นมานาที่มุ่งหมายจะกดทับเขาให้คุกเข่าลง “ผมไม่ได้เจาะรูครับ ท่านอาจารย์” เซเรสเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบจนน่าตกใจ ท่ามกลางความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดออก “ผมเพียงแค่บังเอิญพบว่าหีบใบนั้น... มันไม่มีกุญแจมาตั้งแต่แรก และข้างในนั้นก็ไม่ได้มีสมบัติอย่างที่ท่านว่า แต่มันมีเพียงชิ้นส่วนของความจริงที่ถูกตัดแปะไว้อย่างบิดเบี้ยว” “สามหาว!” หนึ่งในสภาอาวุโสคำราม พร้อมกับตบโต๊ะหินจนร้าว แสงสว่างวาบขึ้นรอบห้องเวทมนตร์ปิดตายถูกกระตุ้นขึ้นทันที “เจ้าคิดว่าการเป็นนักเรียนทุนอัจฉริยะจะทำให้เจ้าแตะต้องสิ่งที่ไม่ควรแตะได้งั้นหรือ เซเรส ไวท์? เจ้าเป็นแค่เด็กที่เกิดมาจากเศษเสี้ยวของเวทมนตร์ที่ตกค้าง อย่าได้ลำพองตนว่าเจ้าเข้าใจกลไกของโลกนี้” เอเลน่า วอน ฟาร์เรล ที่ยืนอยู่ด้านหลังในฐานะพยานผู้สังเกตการณ์ กำชับคทาในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธออยากจะก้าวเข้าไปข้างหน้า แต่สายตาของดาร์กัส มอร์กาน่า ที่ยืนพิงผนังอยู่ตรงมุมห้องกลับจ้องเขม็งมาที่เธอ ราวกับจะบอกว่า ‘อย่าขยับ หากไม่อยากให้ตระกูลวอน ฟาร์เรล ต้องมีมลทิน’ ดาร์กัสขยับตัวก้าวออกมาจากมุมมืด รอยยิ้มที่มุมปากของเขามีความหมายที่ซับซ้อน มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความสมเพช “เซเรส... นายยังไม่เข้าใจสินะ ว่าทำไมสภาถึงต้องลงมือเอง” เขาเดินวนรอบเซเรสช้าๆ “ถ้าโลกนี้คือตารางหมากรุก นายก็เป็นเพียงตัวเดินที่หลุดออกจากช่องที่ควรจะเป็น การที่นายรู้วิธีอ่านรูนแห่งรัตติกาล มันไม่ใช่พรสวรรค์หรอก แต่มันคือ ‘รหัสพันธุกรรม’ ที่สภาต้องทำลายทิ้งก่อนที่มันจะตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์” “ทำลาย?” เซเรสแค่นยิ้ม ดวงตาของเขาฉายแวววาวโรจน์ด้วยความรู้ที่เพิ่งได้รับมาจากการสัมผัสบันทึกต้องห้าม “พวกท่านกำลังกลัวใช่ไหมครับ? กลัวว่าถ้าผมเข้าใจมันทั้งหมด สิ่งที่ท่านสร้างขึ้นมาบนความหลอกลวงตลอดหนึ่งพันปีนี้จะพังทลายลงเหมือนปราสาททราย” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ ลมหายใจของเหล่าอาจารย์หนักหน่วงขึ้น เซเรสไม่ได้พูดผิด ความลับที่ถูกปิดตายคือการที่สถาบันแห่งนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อสอนเวทมนตร์ แต่มีไว้เพื่อ ‘กักขัง’ สายเลือดที่จะสามารถดึงพลังจากรูนโบราณกลับคืนมา และเซเรสคือจุดเริ่มต้นของจุดจบนั้น “ฆ่ามันเสีย” เสียงหนึ่งสั่งการอย่างเย็นชา ทันใดนั้น วงเวทสีเลือดก็ปรากฏขึ้นใต้ฝ่าเท้าของเซเรส พลังกดดันที่รุนแรงจนอากาศรอบตัวเขากลายเป็นสุญญากาศ เอเลน่ากรีดร้องสั้นๆ ก่อนจะถูกแรงผลักดันเวทมนตร์เหวี่ยงจนกระเด็นไปติดผนัง ดาร์กัสไม่ได้ลงมือ แต่เขายืนมองเหตุการณ์ด้วยแววตาสนุกสนานราวกับกำลังชมละครเวทีที่เขารอคอยมานาน เซเรสไม่ได้หนี เขาหลับตาลง ภาพรูนโบราณนับพันตัวที่เขาเคยเห็นในห้องสมุดต้องห้ามไหลเวียนเข้ามาในหัวราวกับกระแสน้ำเชี่ยว เขาเข้าใจแล้ว... ความลับไม่ได้อยู่ที่สภา แต่มันอยู่ที่ตัวเขาเอง “พวกท่านคิดว่านี่คือการกำจัดมด” เซเรสพึมพำ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป มันดังกังวานด้วยอำนาจที่ทรงพลังและเก่าแก่กว่าที่ใครในห้องนี้จะจินตนาการได้ “แต่พวกท่านลืมไปว่า... รูนที่พวกท่านพยายามปิดตายมานับพันปี มันไม่ได้รอให้มีคนมาไข แต่มันรอให้มี ‘เจ้าของ’ กลับมาเรียกชื่อของมันต่างหาก” เซเรสลืมตาขึ้น ดวงตาทั้งสองข้างเปลี่ยนเป็นสีเงินยวง ประกายแสงสีฟ้าทองระเบิดออกจากร่างของเขา แรงระเบิดนั้นรุนแรงจนผนังหินที่สลักอาคมป้องกันไว้แตกละเอียด เหล่าสภาอาวุโสต่างกระเด็นถอยหลังด้วยความตกใจ ขณะที่เวทมนตร์ในห้องถูกดูดกลืนหายไปในรัศมีรอบตัวเซเรสจนหมดสิ้น ในวินาทีที่ทุกอย่างกำลังจะคลี่คลาย ประตูปางตายของห้องประชุมก็ถูกกระแทกจนเปิดออก ร่างของชายผู้หนึ่งเดินเข้ามาด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทว่าไอสังหารที่แผ่ออกมานั้นรุนแรงยิ่งกว่าอาจารย์ทุกคนรวมกัน เขาคืออธิการบดีที่ใครๆ ต่างคิดว่าหายสาบสูญไปนานหลายปี “หยุดมือได้แล้ว” ชายคนนั้นกล่าวพลางจ้องมองเซเรสด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความโศกเศร้าและสมเพชในเวลาเดียวกัน “ลูกชายของข้า... เจ้าไม่ควรมาตื่นขึ้นในสถานที่ที่เต็มไปด้วยหนอนแมลงเช่นนี้” คำว่า ‘ลูกชาย’ ของอธิการบดีทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว ดาร์กัสหยุดรอยยิ้มไว้เพียงแค่นั้นขณะที่ใบหน้าของเขาสีซีดเผือดลงทันที เซเรสชะงักไป ความทรงจำที่ขาดหายไปราวกับถูกจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายประกอบเข้าที่จนเจ็บปวดไปทั้งหัวใจ ความลับที่เขาสืบหามาตลอดชีวิต ไม่ได้นำมาซึ่งอิสรภาพ แต่มันนำมาซึ่งความจริงที่ว่า... เขาคือศัตรูหมายเลขหนึ่งของโลกเวทมนตร์ตั้งแต่เกิดมาแล้ว ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของเซเรส ไวท์มาจนถึงตอนนี้นะครับ หวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นไปกับความลับที่ถูกเปิดเผยและรอคอยตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อครับ อาร์เธอร์มนตราสวรรค์ครับ
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%