ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 29

บาดแผลทางใจ

ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
"เจ้ากำลังทำลายอนาคตของตัวเองด้วยการจมปลักอยู่กับเงาของความล้มเหลว เซเรส... เงยหน้าขึ้นมองข้า เดี๋ยวนี้!" เสียงตวาดของเอเลน่าดังก้องไปทั่วห้องสมุดลับใต้ดินชั้นล่างสุด กลิ่นอับของกระดาษเก่าและฝุ่นผงจากการร่วงโรยของกาลเวลาดูจะไร้ความหมายเมื่อเทียบกับบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบขาดใจ เซเรสนั่งก้มหน้าอยู่บนพื้นหินเย็นเยียบ มือที่เคยบรรจงวาดลวดลายรูนอย่างประณีตบัดนี้กลับสั่นเทาจนแทบไม่อาจประคองปากกาเวทมนตร์ได้ เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้น แต่มองไปที่มือของตัวเอง—มือที่เคยสะกดพลังมืดของดาร์กัส มอร์กาน่าไว้ได้เพียงชั่วครู่ แต่แลกมาด้วยการสูญเสียการควบคุมพลังเวทในร่างกายจนเกือบเผาผลาญตัวเองเป็นเถ้าถ่าน "ข้าเห็นมัน เอเลน่า..." เซเรสเอ่ยเสียงแหบพร่า ความสุขุมที่เคยมีมลายสิ้นเหลือเพียงความว่างเปล่า "ในวินาทีที่ข้าดึงรูนโบราณนั่นออกมา พลังในตัวข้าไม่ได้ตอบรับด้วยความภักดี แต่มันเหมือนสัตว์ป่าที่จ้องจะฉีกกระชากวิญญาณข้าให้แตกเป็นเสี่ยงๆ... ข้าไม่ได้ควบคุมมัน ข้าแค่รอดชีวิตมาได้ด้วยความฟลุค" เอเลน่าทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเขา แววตาคู่สวยที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งบัดนี้สั่นไหวด้วยความห่วงใย เธอเอื้อมมือไปจับไหล่ของเซเรสแน่น สัมผัสที่เย็นเยียบผ่านทะลุเสื้อคลุมนักเรียนเข้าไปถึงกระดูก "การรอดชีวิตไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เซเรส เจ้าคือผู้เดียวที่อ่านรูนนั้นออก เจ้าคือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ดาร์กัสต้องการ หากเจ้าทิ้งความเชื่อมั่นไปตอนนี้ ก็เท่ากับเจ้าส่งมอบชัยชนะให้มันบนพานทองคำ!" เซเรสสะบัดไหล่หนีอย่างแรง เขาแค่นหัวเราะร่าด้วยความสมเพชตัวเอง "ชัยชนะหรือ? ดาร์กัสมีทั้งอำนาจ ความรู้ และความมั่นใจในเส้นทางที่มันเลือก ส่วนข้า... ข้าเป็นเพียงเด็กหนุ่มไร้หัวนอนปลายเท้าที่พยายามไขปริศนาชาติกำเนิดตัวเองจนเกือบทำลายชีวิตคนรอบข้าง ข้าไม่ใช่ฮีโร่ เอเลน่า ข้าเป็นเพียงตัวหมากที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ" "เจ้าเป็นมากกว่านั้น!" เอเลน่าตะคอกกลับ ก่อนจะลดเสียงลงจนเหลือเพียงกระซิบที่หนักแน่น "เจ้าเป็นความหวังเดียวของพวกเรา... ถ้าเจ้าไม่ลุกขึ้น ข้าก็จะลุกขึ้นแทนเจ้า และข้าจะเผชิญหน้ากับมันจนกว่าจะตายไปข้างหนึ่ง แต่ข้าไม่อยากเห็นเจ้าเป็นแบบนี้" บรรยากาศเงียบงันไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำที่ไหลรินตามรอยแยกของผนังหินที่ฟังดูคล้ายเสียงนาฬิกานับถอยหลัง เซเรสยังคงก้มหน้า ร่องรอยบาดแผลจากการต่อสู้บนฝ่ามือเริ่มเปลี่ยนเป็นรอยช้ำสีดำทมิฬ สัญญาณเตือนภัยจากพลังที่เขายังไม่เข้าใจกำลังกัดกินเขาจากภายใน เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยเฉลียวฉลาดบัดนี้หม่นแสงลงราวกับคนสิ้นหวัง เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของเอเลน่า ราวกับจะค้นหาคำตอบสุดท้าย "ข้าเคยคิดว่าหากข้ารู้ความจริงเรื่องตระกูลของข้า ข้าจะแข็งแกร่งขึ้น" เซเรสกล่าวเบาๆ "แต่ความจริงที่ข้าพบในรูนบทนั้น... มันไม่ได้บอกว่าข้าคือใคร แต่มันบอกว่าตระกูลของข้าถูกสาปให้เป็นภาชนะรองรับคำสาปแห่งรูน หากข้าใช้พลังนี้ต่อไป ข้าจะไม่เหลือแม้แต่ชื่อของตัวเอง" "เซเรส..." "ข้าขอโทษนะ เอเลน่า แต่ข้าคงไปต่อไม่ไหวแล้ว" เซเรสลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาหันหลังให้เธอ เตรียมจะเดินจากไปท่ามกลางความมืดมิดของหอสมุดที่ไร้แสงตะเกียง ทว่าทันใดนั้น กลิ่นกำยานกลิ่นจางๆ ที่คุ้นเคยกลับลอยมาเตะจมูก กลิ่นที่บ่งบอกถึงการมาเยือนของบุคคลที่ไม่ควรจะปรากฏตัวในสถานที่ที่ปิดตายเช่นนี้ เงาร่างหนึ่งทอดยาวออกมาจากมุมมืดของชั้นหนังสือสูงตระหง่าน รองเท้าหนังขัดมันกระทบพื้นหินเป็นจังหวะที่ฟังดูเยือกเย็นและทรงอำนาจ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีเข้มประดับเข็มกลัดสภานักเรียนเดินออกมา เผยให้เห็นใบหน้าที่เรียบเฉยแต่ทว่าเปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่ง... ดาร์กัส มอร์กาน่า "ช่างเป็นบทสนทนาที่น่าประทับใจจริงๆ" ดาร์กัสกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก "ข้าไม่ได้ตั้งใจจะมาขัดจังหวะความพ่ายแพ้ของเจ้าหรอกนะ เซเรส แต่ข้าเกรงว่าเจ้าคงไม่มีสิทธิ์เลิกราในตอนนี้" ดาร์กัสดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว ประตูหอสมุดที่ควรจะถูกล็อกด้วยเวทมนตร์ขั้นสูงกลับเปิดอ้าออก เผยให้เห็นเงาของเหล่าองครักษ์ประจำสภานักเรียนที่ยืนรายล้อมอยู่ภายนอก พวกเขาทุกคนถือศัสตราอักขระที่ส่องแสงสีเลือดวาววับ "เพราะถ้าเจ้าไม่เลือกที่จะสู้กับข้า... ข้าก็มีวิธีที่จะทำให้เจ้ากลายเป็นเพียงหุ่นเชิดที่ไร้จิตวิญญาณได้ในพริบตา" ดาร์กัสก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูเซเรสด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก "หรือเจ้าอยากจะเห็นเพื่อนรักของเจ้า... กลายเป็นเหยื่อรายแรกในพิธีการปลุกพลังรูนของข้าแทน?" เซเรสตัวแข็งทื่อ สายตาตวัดมองเอเลน่าที่ถูกวงล้อมเวทมนตร์สีเลือดเข้าควบคุมไว้จนขยับไม่ได้ ในวินาทีนั้นเอง อักขระสีดำบนฝ่ามือของเซเรสก็เริ่มแผ่ซ่านขึ้นมาถึงลำคอ พร้อมกับเสียงกระซิบจากความมืดที่ดังขึ้นในหัวของเขาอย่างบ้าคลั่ง นี่คือจุดสิ้นสุดของความลังเล หรือจุดเริ่มของโศกนาฏกรรมที่แท้จริงกันแน่ครับ? ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ - อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%