ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 11

ความลึกลับของอักขระบรรพกาล

ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
“อย่าแตะมันนะ เซเรส... นั่นไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ควรจะอ่าน!” เสียงของเอเลน่าสั่นเครือ มันไม่ใช่ความกลัวในระดับสัญชาตญาณ แต่เป็นความหวาดหวั่นที่แล่นผ่านกระดูกสันหลัง เมื่อปลายปลายนิ้วของเด็กหนุ่มแตะลงบนพื้นผิวศิลาที่เต็มไปด้วยรอยร้าวภายในห้องใต้ดินลับที่ถูกลืมเลือนของสถาบันเวทมนตร์อาร์คานัมแห่งนี้ เซเรส ไวท์ ไม่ได้ตอบกลับในทันที ดวงตาของเขาฉายแววสีครามวูบวาบเมื่อเขาสัมผัสได้ถึงกระแสมานาที่ไหลวนอยู่ในร่องรูนโบราณ มันไม่ได้มีอุณหภูมิเย็นเฉียบเหมือนเวทมนตร์น้ำแข็งของเอเลน่า แต่มันร้อนแรงและโหยหา ราวกับเปลวเพลิงที่ถูกกักขังไว้ในกรงขังแห่งกาลเวลามานับพันปี “มันไม่ได้เล่าถึงความรุ่งโรจน์ของสถาบันอย่างที่ตำราเรียนในหอสมุดพยายามบอกเราหรอกนะ เอเลน่า” เซเรสเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกพยางค์กลับหนักแน่น “มันกำลังตะโกน... ถึงการทรยศ” บรรยากาศรอบข้างบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ ห้องลับแห่งนี้ไม่มีแสงไฟ มีเพียงแสงเรืองรองจากอักขระที่เซเรสกำลังปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยสัมผัสแห่งพรสวรรค์ของเขา เอเลน่าขยับเข้ามาใกล้ มือของเธอกำไม้กายสิทธิ์แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอเป็นทายาทตระกูลสูงศักดิ์ที่ถูกสอนมาให้เคารพประวัติศาสตร์ แต่สิ่งที่เห็นตรงหน้ากำลังพังทลายศรัทธาทั้งหมดของเธอลง “การล่มสลายครั้งที่หนึ่ง...” เซเรสไล่นิ้วไปตามอักขระที่คดเคี้ยวราวกับรอยแผลเป็น “สถาบันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นบนซากปรักหักพัง แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อ ‘ปิดผนึก’ บางอย่างที่เคยมีชีวิตอยู่ตรงนี้ และผู้ก่อตั้ง... พวกเขาไม่ใช่ฮีโร่ผู้กอบกู้ พวกเขาคือผู้กวาดล้างที่แย่งชิงดวงตาแห่งรูนไปจากเจ้าของที่แท้จริง” เอเลน่าเม้มริมฝีปากแน่น “นั่นมันข้อหาหมิ่นเบื้องสูงนะเซเรส ถ้าดาร์กัสรู้ว่าเธอค้นพบสิ่งนี้ หรือแม้แต่สภาฯ ของสถาบันได้รับรู้... เธอจะไม่มีวันได้สำเร็จการศึกษา แต่จะกลายเป็นเพียงเถ้าถ่านในบันทึกที่ถูกลบออกไป” “แล้วเธอคิดว่าดาร์กัส มอร์กาน่า ผู้นั้นไม่รู้อะไรเลยหรือ?” เซเรสหันกลับมามองเธอ ดวงตาสีครามฉายแววคมกริบ “ทำไมเขาถึงหมกมุ่นกับรูนดาราขนาดนั้น ทำไมเขาถึงพยายามกดดันให้ฉันเข้าพวก... บางทีสภานักเรียนอาจกำลังตามหาร่องรอยของ ‘ผู้ถูกลบ’ เหล่านั้น เพื่อนำพลังแห่งการทำลายล้างกลับมาใช้ใหม่” ขณะที่ทั้งสองกำลังเผชิญหน้ากับความจริงที่ดำมืด เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังสะท้อนมาจากทางเดินแคบๆ ที่ทอดยาวมาจากเบื้องบน เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินเป็นจังหวะที่มั่นคงเกินกว่าจะเป็นนักเรียนทั่วไป และมันหยุดลงที่หน้าประตูลับที่ถูกปิดตายไว้ด้วยเวทมนตร์กั้นอาณาเขตที่เซเรสเพิ่งจะคลายออกไปเมื่อครู่นี้ เอเลน่ารีบคว้าแขนของเซเรสไว้ แต่สายเกินไป ประตูหินหนักอึ้งถูกผลักให้เปิดออกด้วยแรงดันมหาศาลที่ไม่ได้ใช้เวทมนตร์ใดๆ เลย ท่ามกลางความมืดมิดนั้น ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีนิลประดับตราสัญลักษณ์สภานักเรียนปรากฏขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูสุภาพจนน่าขนลุก ดาร์กัส มอร์กาน่า ก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายของความเย็นชาและอำนาจแผ่ซ่านออกมาจนอากาศในห้องเหมือนจะแข็งตัว “พวกเธอช่างแสวงหาความจริงได้ลึกซึ้งสมกับที่เป็นนักเรียนทุนตัวเอกของสถาบันจริงๆ” ดาร์กัสกล่าว น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จ “แต่เสียใจด้วยนะเซเรส ความจริงที่เธอกำลังอ่านอยู่น่ะ... มันควรจะตายไปพร้อมกับผู้เขียนเมื่อพันปีก่อน” ดาร์กัสชูมือขึ้น พลันเกิดอักขระสีทองอร่ามหมุนวนรอบฝ่ามือของเขา มันไม่ใช่รูนทั่วไปที่เซเรสเคยเห็น แต่เป็นรูนชั้นสูงที่สามารถบิดเบือนความเป็นจริงได้ในชั่วพริบตา เอเลน่าก้าวขึ้นมาขวางหน้าเซเรสทันทีพร้อมร่ายเวทน้ำแข็งคุ้มครอง แต่ดาร์กัสเพียงแค่ปัดมือเบาๆ ม่านพลังน้ำแข็งที่แข็งแกร่งที่สุดของเธอกลับแตกสลายราวกับแก้วบางๆ “ถอยไป เอเลน่า!” เซเรสตวาด แต่เขารู้ดีว่ามันไร้ผล ในวินาทีที่ดาร์กัสกำลังจะปลดปล่อยเวทมนตร์ทำลายล้างนั้นเอง พื้นหินเบื้องล่างของพวกเขาก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ศิลาจารึกที่เซเรสเพิ่งอ่านจบเริ่มเปล่งแสงสีเลือดออกมาอย่างบ้าคลั่ง ผนังห้องใต้ดินพังทลายลง เผยให้เห็นบางสิ่งที่ถูกซ่อนอยู่หลังจารึกนั้น—ไม่ใช่สมบัติ ไม่ใช่คัมภีร์เวทมนตร์ แต่เป็นดวงตาสีทองขนาดมหึมาที่กำลังจ้องมองพวกเขาทั้งสามคนผ่านรอยแยกของมิติ “มันไม่ได้ถูกผนึก...” เซเรสพึมพำด้วยเสียงที่สั่นสะท้าน “พวกเราต่างหาก... ที่เป็นฝ่ายถูกขังอยู่ในกรงของมันมาโดยตลอด” ดาร์กัสชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาที่เคยเย่อหยิ่งของเขาเริ่มสั่นคลอน และก่อนที่ใครจะทันได้ขยับตัว เสียงกรีดร้องที่ฟังดูไม่ใช่มนุษย์ก็ดังลั่นไปทั่วอาณาบริเวณสถาบันเวทมนตร์อาร์คานัม พื้นดินเริ่มยุบตัวลง เผยให้เห็นกองทัพเงาที่กำลังก้าวออกมาจากความว่างเปล่าเบื้องหลังดวงตานั้น ความลับที่สถาบันพยายามฝังกลบได้ตื่นขึ้นแล้ว และชีวิตของเซเรส ไวท์ ก็กำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาลเมื่อเขารู้สึกได้ถึงพลังที่ไหลย้อนกลับเข้ามาในร่างกาย พลังที่บอกเขาว่า... เขาไม่ใช่เพียงแค่เด็กหนุ่มทุนอัจฉริยะ แตเขาคือ 'กุญแจ' ดอกสุดท้ายที่จะตัดสินว่าโลกเวทมนตร์แห่งนี้จะดับสูญหรือเริ่มต้นใหม่ หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับความลับที่ถูกเปิดเผยในตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอักขระมนตรา: จารึกตำนานรัตติกาลแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%