พันธะกรงขังมลทิน (Shattered Vow of Obsession)•ตอนที่ 16

การปะทะคารม

ผลงานโดย คิราห์ลวงรัก
“ใครเป็นคนบอกให้เธอทำแบบนี้?” เสียงทุ้มต่ำที่กร้าวไปด้วยไอสังหารดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องกว้าง คิรากร อัครเดโช ยืนตระหง่านอยู่เหนือร่างไร้วิญญาณของหญิงสาวปริศนาที่นอนจมกองเลือดอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า นัยน์ตาคมกริบดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อจับจ้องไปยังรินรดาที่ยืนตัวสั่นอยู่มุมห้อง ทว่าดวงตาของเธอกลับไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวอย่างที่เขาคาดหวัง รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามบังคับมือไม่ให้สั่นขณะประสานสายตากับเขา “ฉันไม่จำเป็นต้องตอบ เพราะไม่ว่าใครจะช่วยฉัน เขาก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้คุณต้องโกรธเท่ากับการที่คุณ... คุมฉันไม่ได้อีกต่อไปแล้ว” คิรากรกระตุกยิ้มที่มุมปาก ทว่าดวงตากลับว่างเปล่าจนน่าขนลุก เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาหาเธอราวกับเสือที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม “อวดดีนักนะรินรดา เธอคิดว่าการให้คนอื่นมาสวมรอยตายแทน จะช่วยให้เธอหนีออกไปจากกรงขังนี้ได้งั้นหรือ? ฝันหวานไปหน่อยกระมัง” “กรงขังมลทินของคุณมันไม่ได้ขังแค่ตัวฉัน แต่มันขังความสำนึกผิดของคุณไว้ด้วย!” เธอตะโกนใส่หน้าเขา ความโกรธแค้นที่ถูกกักขังมานานปะทุขึ้น “คุณต้องการแค่ตุ๊กตาที่มีลมหายใจ ไม่ใช่คู่ชีวิต คุณมันก็แค่ปีศาจที่อยากจะกลืนกินทุกอย่างที่ขวางหน้า” คิรากรไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาคว้าข้อมือเล็กของเธอแน่นจนขึ้นรอยแดง รั้งร่างของเธอเข้ามาปะทะกับแผงอกแกร่ง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ อบอวลอยู่รอบตัวพวกเขา “ปีศาจงั้นหรือ? ถ้าฉันเป็นปีศาจ เธอก็คือเหยื่อที่ฉันไม่มีวันปล่อยให้หลุดมือไปได้ แม้แต่วิญญาณเธอก็ต้องเป็นของฉัน!” “ปล่อยฉัน...” รินรดาขัดขืน ดิ้นรนสุดแรงเกิด ทว่าอ้อมแขนของเขากลับเปรียบดั่งโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น “ฉันไม่ได้เป็นของคุณ! ฉันเป็นคน... ฉันมีความรู้สึก!” “ความรู้สึกของเธอมีไว้เพื่อใคร? เพื่อไอ้ธีร์อย่างนั้นหรือ?” ชื่อของลูกน้องคนสนิทกระแทกออกมาจากริมฝีปากของคิรากรอย่างเย็นชา บรรยากาศในห้องเปลี่ยนเป็นเดือดพล่าน รินรดาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะแสยะยิ้ม “อย่างน้อยเขาก็มีความเป็นคนมากกว่าคุณ! เขาเห็นฉันเป็นคน ไม่ใช่ของเล่นที่พังแล้วก็ทิ้ง หรือเครื่องมือระบายความใคร่ที่น่ารังเกียจ!” คิรากรบีบคางเธอแน่นจนใบหน้าเรียวสวยเชิดขึ้น บังคับให้สบตากับนัยน์ตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟโทสะ “งั้นฉันจะแสดงให้ดูว่า 'คน' แบบที่เธอโหยหาน่ะ มันไม่มีทางพาเธอออกไปจากที่นี่ได้หรอก” เขากระชากร่างของเธอเหวี่ยงลงบนเตียงกว้างแรงจนหัวไหล่กระแทกขอบเตียง รินรดาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แต่นั่นกลับยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบของมาเฟียหนุ่มให้พุ่งพล่าน คิรากรขึ้นทาบทับร่างของเธอไว้ใต้ร่างหนา ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ข้างใบหู “จำไว้รินรดา... ตราบใดที่ฉันยังไม่สั่งให้เธอจบ ชีวิตของเธอไม่มีค่าพอที่จะตัดสินใจอะไรได้เองทั้งนั้น” มือหนาเลื่อนลงไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกอย่างชำนาญ สัมผัสหยาบกร้านสร้างความสั่นสะท้านให้แก่รินรดา เธอพยายามเบี่ยงหน้าหนี แต่คิรากรก็โน้มลงมาประทับจูบที่ซอกคออย่างหนักหน่วง ราวกับต้องการฝากรอยตราประทับความเป็นเจ้าของลงไปในทุกตารางนิ้วของผิวพรรณ “ถ้าคุณอยากได้นัก ก็เอาไปเลย!” รินรดาตะโกนผ่านความเจ็บปวดที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความอัปยศ “เอาแค่ร่างกายฉันไป! แต่อย่าหวังว่าคุณจะได้เห็นน้ำตา หรือคำว่ารักจากฉัน... ต่อให้คุณจะขังฉันไว้จนตาย ฉันก็จะเกลียดคุณไปจนถึงลมหายใจสุดท้าย!” คิรากรหยุดชะงัก เขาเงยหน้าขึ้นจ้องมองเธอ แววตาของเขาซับซ้อนเกินกว่าจะเดาออก มันมีความโหยหาที่ถูกฉาบด้วยความแค้นอย่างรุนแรง “ถ้าความเกลียดคือสิ่งเดียวที่เธอให้ฉันได้... งั้นฉันก็จะใช้มันนี่แหละ หล่อเลี้ยงความสัมพันธ์ของเราให้นานที่สุด!” เขากำลังจะก้มลงไปมอบสัมผัสที่เร่าร้อนและรุนแรงกว่าเดิม ทว่าเสียงเคาะประตูที่รัวเร็วและหนักหน่วงก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน “นายครับ! เกิดเรื่องแล้วครับ! ทางฝั่งศัตรูบุกเข้ามาที่คฤหาสน์ และดูเหมือน... พวกมันจะรู้ทางลับที่เราใช้ส่งตัวประกันออกไปแล้ว!” คิรากรชะงักสนิท มือที่กำข้อมือรินรดาไว้แน่นค่อยๆ คลายออก ความตกใจวูบหนึ่งผ่านเข้ามาในแววตา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเฉยเมยที่แฝงไปด้วยคำถาม เขาหันไปมองประตูห้องที่ถูกปิดสนิท แล้วหันกลับมามองใบหน้าที่เปรอะเปื้อนด้วยน้ำตาของหญิงสาวตรงหน้า “ธีร์... มันเป็นคนบอกพวกมันใช่ไหม?” เขาถามด้วยเสียงที่ต่ำจนน่ากลัว รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของคิรากรเปลี่ยนเป็นความอำมหิตที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เขาผละออกจากร่างของเธอแล้วเดินไปหยิบปืนที่วางอยู่ข้างเตียง ก่อนจะหันมามองเธอด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง “เธอคงคิดว่าเขาจะช่วยเธอได้... แต่เธอลืมไปอย่างหนึ่งรินรดา ว่าถ้าคนของฉันทรยศ สิ่งที่เขาต้องได้รับน่ะ มันไม่ใช่อิสรภาพ... แต่มันคือจุดจบที่เลวร้ายกว่าความตาย” เขาหันหลังเดินไปที่ประตู ทิ้งให้รินรดานั่งเคว้งอยู่บนเตียงด้วยความหวาดหวั่น ก่อนจะเปิดประตูออกไป เขาก็หยุดชะงักแล้วพูดทิ้งท้ายโดยไม่หันกลับมามอง “อ้อ... เกือบลืมไป อีกไม่กี่นาที เธอจะได้รู้ว่าไอ้คนที่เธอไว้ใจที่สุดน่ะ... คือคนที่ส่งคนพวกนั้นมา 'ฆ่า' เธอตั้งแต่วันแรก” คิรากรปิดประตูลงสนิท เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบจากไปทิ้งให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน รินรดานิ่งค้างราวกับถูกแช่แข็ง ข้อมูลที่เขาเพิ่งทิ้งไว้เหมือนมีดที่กรีดลึกลงไปในหัวใจ เธอคว้ามีดพกที่ซ่อนไว้ใต้หมอนขึ้นมา กำมันไว้แน่นจนฝ่ามือชุ่มเหงื่อ ก่อนจะตัดสินใจพุ่งตัวไปที่ตู้เสื้อผ้าอีกครั้งเพื่อหาทางหนีที่คิรากรอาจจะลืมตรวจสอบ ทว่า... เมื่อเธอเปิดประตูตู้ที่ร่างไร้วิญญาณนั้นเคยนอนอยู่ เธอกลับต้องผงะเมื่อพบว่าศพนั้นหายไปแล้ว! มีเพียงจดหมายฉบับหนึ่งวางอยู่บนพื้น พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังมาจากในตู้... "อย่าไว้ใจใคร... แม้แต่เงาของตัวเอง" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดนี้ในทุกๆ ตอนนะครับ หวังว่ารี้ดเดอร์จะยังไม่ทิ้งกันไปไหนครับ - คิราห์ลวงรัก
สารจากนักเขียน (คิราห์ลวงรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกรงขังมลทิน (Shattered Vow of Obsession) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%