"ถอยไป... อย่าให้กูต้องใช้คำสั่งเดิมซ้ำสอง"
เสียงของคิรากรต่ำทุ้มทว่าสั่นพร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่ได้มองหน้าผม แต่สายตาคมกริบดุจใบมีดโกนของเขากลับจ้องเขม็งไปยังบานประตูที่เริ่มร้าวรานจากการกระแทกซ้ำๆ จากคนภายนอก
รินรดาตัวสั่นเทาอยู่ข้างหลังเขา ความเงียบงันในห้องกว้างถูกทำลายลงด้วยเสียงไม้แตกหัก เธอสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากแผ่นหลังกว้างของชายผู้กักขังเธอไว้ในกรงขังมลทินแห่งนี้ มือหนาของเขาที่เคยใช้บีบคั้นร่างกายเธอ บัดนี้กลับกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน มืออีกข้างคว้าปืนพกกระบอกประจำกายออกมาจากลิ้นชักข้างหัวเตียงด้วยท่าทีรีบร้อน
"คุณคิรากร... ใครมา?" เธอถาม เสียงแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับเสียงโครมครามด้านนอก
"เข้าไปในตู้เสื้อผ้า... แล้วอย่าส่งเสียงจนกว่าผมจะเรียก" เขาหันมาหา ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความโกรธ แต่มันมีความหวาดหวั่น... ความหวาดหวั่นที่เขาไม่เคยเผยให้เธอเห็นแม้ในยามที่เขาโกรธเกรี้ยวที่สุด
รินรดาไม่รอช้า เธอวิ่งเข้าไปในตู้เสื้อผ้าไม้สักบานใหญ่ กลิ่นน้ำหอมยาสูบจางๆ จากเสื้อสูทของเขาอบอวลอยู่รอบตัวเธอ ในจังหวะที่เธอกำลังจะปิดบานประตู มือของเธอก็สัมผัสได้ถึงกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกซ่อนไว้ใต้ซับในของเสื้อโค้ทตัวหนาที่แขวนอยู่ลึกสุด มันไม่ใช่จดหมายธรรมดา... รอยพับที่คุ้นเคย ลายมือที่เธอไม่มีวันลืมเลือน
*‘ริน... ถ้าลูกได้อ่านจดหมายฉบับนี้ แสดงว่าเขาเริ่มอ่อนแอลงแล้ว พ่อยังมีชีวิตอยู่ และเรากำลังจะไปหาลูก’*
ลมหายใจของเธอขาดห้วง มือสั่นระริกจนกระดาษเกือบหลุดมือ ความหวังที่เคยดับมอดไปนานนับเดือนเหมือนเปลวเทียนที่ถูกจุดขึ้นใหม่กลางพายุโหมกระหน่ำ พ่อของเธอยังไม่ตาย... และเขากำลังจะมาพาเธอออกไปจากนรกแห่งนี้
*ปัง!*
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว บานประตูห้องนอนถูกถีบจนพังครืน คิรากรกระโจนเข้าหาเงาดำที่พุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ทั้งคู่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่บนพื้นพรม เสียงกระดูกกระทบกันดังชัดเจนในความเงียบ รินรดาแอบมองผ่านช่องว่างแคบๆ ของบานตู้ เธอเห็นใบหน้าของผู้ที่บุกเข้ามา... เขาสวมหน้ากากสีดำสนิท แต่แววตาคู่นั้น... แววตาที่จ้องมองคิรากรด้วยความแค้นเคืองปานจะกลืนกิน
"มึงคิดว่ากูจะยอมให้มึงทำลายชีวิตลูกสาวกูอีกต่อไปงั้นรึ!" เสียงตะโกนนั้นทุ้มต่ำและก้องกังวาน
คิรากรหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง แม้ที่มุมปากจะมีเลือดไหลซึม "มึงเองหรอกเหรอ... นึกว่าจะแน่กว่านี้!"
รินรดาใจเต้นรัวเหมือนกลองรบ เธอรู้ว่านี่คือโอกาสเดียว เธอคว้ากรรไกรเล็กๆ ที่วางอยู่บนชั้นในตู้ ตัดสินใจแล้วว่าไม่ว่าอย่างไร เธอต้องออกไปจากที่นี่ ไม่ว่าใครจะตาย หรือใครจะรอด เธอจะไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างในเกมแค้นของพวกผู้ชายเหล่านี้อีกต่อไป
ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวเท้าออกมาจากตู้เสื้อผ้า เงาดำอีกร่างหนึ่งที่เธอไม่คาดคิดว่าจะมีตัวตนอยู่—ร่างของธีร์—ก็ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับปืนที่เล็งตรงไปที่ศีรษะของชายผู้บุกรุก พ่อของเธอ...
"วางปืนลงครับ คุณรินรดา... อย่าออกมา" ธีร์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตาของเขาที่มองมาที่เธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวด "ถ้าคุณก้าวออกมาตอนนี้... ชีวิตของคุณจะจบลงที่นี่ พร้อมกับคนที่คุณรัก"
คิรากรที่กำลังกดหัวศัตรูอยู่บนพื้นชะงักกึก เขาเงยหน้าขึ้นมองธีร์ สายตาของเขาเปลี่ยนไปทันที ราวกับมีบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าความตายกำลังจะเกิดขึ้น "ธีร์... อย่าทำแบบนี้"
"ผมเตือนคุณแล้วคิรากร... ว่าอย่าให้ความรู้สึกมาอยู่เหนือหน้าที่" ธีร์ยิ้มเหี้ยม ก่อนจะเหนี่ยวไกปืนไปยังบานตู้เสื้อผ้าที่รินรดาซ่อนตัวอยู่ทันที!
เสียงปืนกัมปนาทสะท้อนก้องทั่วห้อง บานตู้ไม้สักแตกกระจุยเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับร่างของรินรดาที่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น กลิ่นดินปืนคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ คิรากรผุดลุกขึ้นยืน ดวงตาเบิกโพลงราวกับโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า
ทว่า... ร่างที่นอนจมกองเลือดอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า กลับไม่ใช่รินรดา!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับความโศกเศร้าและเล่ห์เหลี่ยมของตัวละครเหล่านี้นะครับ แล้วพบกันในตอนต่อไปครับ
พันธะกรงขังมลทิน (Shattered Vow of Obsession)•ตอนที่ 15
ความหวังที่ริบหรี่
ผลงานโดย คิราห์ลวงรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คิราห์ลวงรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกรงขังมลทิน (Shattered Vow of Obsession) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!