พันธะกรงขังมลทิน (Shattered Vow of Obsession)•ตอนที่ 14

ค่ำคืนพายุเข้า

ผลงานโดย คิราห์ลวงรัก
กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งผสมกับกลิ่นดินปืนอบอวลไปทั่วห้องทำงานหรูหรา เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าคอมแบตกระทบพื้นหินอ่อนดังเป็นจังหวะไล่ล่า ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความตาย รินรดากำปืนในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอขดตัวอยู่หลังตู้เหล็กขนาดใหญ่ ลมหายใจขาดห้วงและสั่นสะท้าน ขณะที่สายตาเหลือบไปเห็นเงาร่างของใครบางคนที่กำลังก้าวผ่านประตูที่ถูกระเบิดจนพังทลายเข้ามา “คิรากร! แกหนีไม่รอดแล้ว!” เสียงตะโกนก้องที่คุ้นหูทำให้หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำจนเจ็บหน้าอก นั่นคือเสียงของพี่ชายเธอ... คนในตระกูลที่เธอพยายามโหยหามาตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ถูกขังอยู่ในกรงทองแห่งนี้ แต่ทว่า ในวินาทีที่ความหวังจุดประกายขึ้น คิรากร อัครเดโช กลับไม่ได้ดูหวาดหวั่น เขายืนตระหง่านอยู่กลางห้อง มือแกร่งถอดสูทตัวนอกออกและวางพาดบนเก้าอี้อย่างใจเย็น ราวกับเหตุการณ์นองเลือดตรงหน้าเป็นเพียงเรื่องดินฟ้าอากาศ “ริน... อย่าแม้แต่จะคิดขยับตัว” เสียงทุ้มต่ำของคิรากรดังผ่านความวุ่นวายมายังที่ซ่อนของเธอ มันไม่ใช่คำสั่ง แต่มันคือประกาศิตที่กดทับสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของเธอจนมิด เสียงปืนดังสนั่นขึ้นสามนัดซ้อน คิรากรพุ่งตัวหลบเข้าหลังเสาหินอย่างคล่องแคล่ว แรงปะทะทำให้เศษปูนแตกกระจาย รินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอเห็นธีร์ที่พุ่งเข้ามาจากอีกทาง พร้อมกับดึงตัวเธอให้ลุกขึ้นและลากไปทางประตูเชื่อมที่ถูกซ่อนไว้หลังชั้นหนังสือ “ไปครับรินรดา! นี่คือโอกาสเดียวของคุณ!” ธีร์กระซิบข้างหู น้ำเสียงของเขาร้อนรนและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ปิดไม่มิด ทว่าก่อนที่เธอจะได้ก้าวพ้นห้องนั้น แรงมหาศาลก็กระชากแขนเธอไว้อย่างแรงจนร่างแทบปลิวไปปะทะกับแผงอกแกร่ง กลิ่นน้ำหอมเจือกลิ่นคาวเลือดของคิรากรโอบล้อมเธอไว้ เขาไม่ได้สนใจศัตรูที่กำลังรุกคืบเข้ามาเลยแม้แต่น้อย สายตาคมกริบดุจสัตว์ป่าจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ มันว่างเปล่าจนน่าสยองขวัญ “อยากไปหาพวกมันนักใช่ไหม?” เขาเค้นเสียงต่ำ ก่อนจะเหวี่ยงเธอเข้าสู่ห้องนอนห้องหนึ่งที่อยู่ลึกสุดทางเดิน แล้วกระแทกประตูลง พร้อมเสียงลั่นกลอนจากด้านนอกที่ดังสนั่น ความมืดมิดเข้าครอบงำทันทีที่บานประตูหนาหนักปิดสนิท ภายนอกเสียงการต่อสู้เริ่มโกลาหลขึ้น ทั้งเสียงตะโกนด่าทอ เสียงปืน และเสียงข้าวของพังทลาย แต่ภายในห้องนี้กลับเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก รินรดากระแทกหลังพิงประตู พยายามบิดลูกบิดอย่างสิ้นหวัง แต่มันไร้ผล พายุฝนข้างนอกเริ่มโหมกระหน่ำ เสียงฟ้าร้องครืนครั่นสั่นสะเทือนไปถึงพื้นห้อง สายฟ้าที่แลบแปลบผ่านม่านหน้าต่างเผยให้เห็นสภาพภายในห้องที่ดูราวกับกรงขังที่หรูหราแต่น่าอึดอัด เตียงคิงไซส์กลางห้องดูโอ่อ่าแต่กลับกลายเป็นเครื่องจองจำที่ไร้ทางออก เธอนั่งทรุดลงกับพื้น ปืนที่คิรากรยัดใส่มือเธอยังคงหนักอึ้งอยู่ในมือ เธอควรจะใช้มันเปิดทางออก หรือเธอควรรอคอยให้คนของตระกูลเธอเข้ามาช่วย? ความสับสนตีรวนอยู่ในหัว หากเธอช่วยพี่ชาย เธอต้องทำลายผู้ชายที่กักขังเธอ... แต่คิรากร... ผู้ชายที่เพิ่งจะปกป้องเธอจากการถูกลูกหลงในเหตุการณ์เมื่อครู่ ปัง! เสียงถีบประตูจากภายนอกทำให้เธอสะดุ้งสุดตัว รินรดาคว้าปืนขึ้นเล็งไปที่บานประตูทันที มือสั่นระริก เธอสูดลมหายใจเข้าลึกจนเจ็บปวดไปทั้งปอด “คิรากร... ออกไปซะ!” เธอตะโกนก้องด้วยเสียงที่พยายามทำให้มั่นคงที่สุด เงียบ... ไม่มีเสียงตอบรับจากอีกฟากของประตู นอกจากเสียงฝนที่ตกหนักขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นพายุใหญ่ ทันใดนั้น เสียงกลอนประตูที่ถูกปลดล็อคจากภายนอกก็ดังขึ้นเบาๆ... แกร๊ก... บานประตูแง้มออกเพียงเล็กน้อย ท่ามกลางความมืดมิดของพายุที่พัดพาน้ำฝนเข้ามาปะทะใบหน้า ร่างสูงใหญ่ในสภาพเสื้อเชิ้ตที่ขาดวิ่นและเปื้อนคราบเลือดก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายของความอันตรายแผ่ซ่านไปทั่วทุกตารางนิ้ว คิรากรก้าวเข้ามาปิดประตูด้วยแผ่นหลัง เขากดล็อคมันอีกครั้งด้วยท่าทางที่ดูเชื่องช้าทว่ากดดัน “หวังว่าจะเห็นพี่ชายเธอเข้ามาช่วยงั้นรึ?” คิรากรแสยะยิ้มที่มุมปาก มือที่สั่นเล็กน้อยจากการปะทะเมื่อครู่ยกขึ้นเช็ดเลือดที่หางตา ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีร่องรอยของความพ่ายแพ้ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความหิวกระหายที่เธอหวาดกลัวที่สุด “เธอคิดว่าคนอย่างฉันจะปล่อยให้เหยื่อของตัวเองหลุดมือไปได้ง่ายๆ งั้นหรือ รินรดา...” เขาก้าวเข้าใกล้เธอทีละก้าว สายตาคมกริบจดจ้องไปที่ปืนในมือเธอ ก่อนจะมองลึกเข้ามาในดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตาของเธอ รินรดาก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องที่เย็นเฉียบ “อย่าเข้ามานะ...” เธอเตือน แต่เสียงของเธอสั่นเครือจนดูเหมือนคำขอร้องมากกว่าคำขู่ คิรากรไม่หยุดเดิน เขาขยับเข้ามาจนระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงลมหายใจกั้น เขาเอื้อมมือขึ้นปัดปืนในมือเธอออกไปจนกระเด็นไปไกล ก่อนจะใช้ฝ่ามือข้างหนึ่งตรึงร่างของเธอไว้กับผนัง กลิ่นคาวเลือดของเขาปะทะกับกลิ่นกายหอมอ่อนๆ ของเธอ มันเป็นส่วนผสมที่น่าหลงใหลและบีบคั้นหัวใจอย่างประหลาด “พวกเขาตายหมดแล้ว... คนที่เธอรอให้มาช่วยน่ะ” เขาขยับกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงเยือกเย็นและโหดเหี้ยมทำลายความหวังสุดท้ายของเธอลงจนราบคาบ “เหลือแค่เธอกับฉัน ในค่ำคืนพายุเข้าแบบนี้... คิดว่าคืนนี้เราควรจะทำอะไรเพื่อฉลองชัยชนะของฉันดีล่ะ?” มือแกร่งเลื่อนลงมาบีบคางมนของเธอให้เงยขึ้นสบตา สายตาของเขามืดมนจนรินรดารู้สึกเหมือนตกลงไปในเหวแห่งความมืดมิดที่ไม่มีวันได้ขึ้นมาอีก และในวินาทีที่เขากำลังจะโน้มใบหน้าลงมาจุมพิต เสียงโทรศัพท์เครื่องหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงก็ดังขึ้น... มันเป็นเสียงเรียกเข้าที่ไม่ควรจะมีใครโทรเข้ามาได้ในสถานการณ์เช่นนี้ คิรากรชะงัก สายตาเขาเหลือบมองไปยังโทรศัพท์เครื่องนั้นก่อนจะมองกลับมาที่เธอด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่ความใคร่ แต่มันคือความตกตะลึงที่ซ่อนอยู่ในความเย็นชา "ใครโทรมา..." เขากระซิบด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหวอย่างไม่น่าเชื่อ พร้อมกับที่เสียงพังประตูจากด้านนอกดังขึ้นอีกครั้ง... ไม่ใช่คนของเธอ แต่เป็นเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่คิรากรดูเหมือนจะรู้จักเป็นอย่างดี และมันทำให้มาเฟียผู้ไร้ความปรานีอย่างเขามีสีหน้าซีดเผือดลงทันที! ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเป็นพยานในความโหดร้ายและอ่อนหวานของคิรากรนะครับ.
สารจากนักเขียน (คิราห์ลวงรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกรงขังมลทิน (Shattered Vow of Obsession) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%