พันธะกรงขังมลทิน (Shattered Vow of Obsession)•ตอนที่ 3

น้ำตาที่ไร้ความหมาย

ผลงานโดย คิราห์ลวงรัก
กลิ่นคาวเลือดจางๆ ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ แม้ศพพยานปากเอกคนนั้นจะถูกกำจัดออกไปจากคฤหาสน์หลังโตแล้วก็ตาม คิรากรยืนนิ่งอยู่หน้าบานกระจกใสที่มองออกไปเห็นความมืดมิดของสวนยามวิกาล นิ้วเรียวยาวของเขาเคาะกับแก้ววิสกี้เป็นจังหวะเชื่องช้า ทว่าหนักแน่นดุจเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความตาย “นายครับ...” ธีร์ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลัง เสียงของเขาราบเรียบตามนิสัย “ความเรียบร้อยในค่ำคืนนี้ถือว่าจบลงแล้ว แต่ทางฝั่งตระกูลวงศ์วารีเริ่มเคลื่อนไหวผิดปกติครับ” คิรากรยกแก้วขึ้นจิบ ของเหลวสีอำพันไหลผ่านลำคอแกร่งที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะการกลืน “ให้มันเคลื่อนไหวไปเถอะ ยิ่งดิ้น รังก็ยิ่งพัง” เขาหันกลับมา นัยน์ตาสีรัตติกาลคู่นั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก สายตาตวัดไปยังมุมห้องที่ร่างบางของรินรดาถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น หากแต่เป็นกรงขังแห่งความแค้นที่เขาจงใจสร้างขึ้น เธอไม่ได้สวมชุดนอนหรูหราเหมือนดั่งคุณหนูที่เคยเป็น แต่เป็นชุดผ้าไหมสีขาวบางเบาที่ยับยู่ยี่จากการฉุดกระชากเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน “คิรากร...” เสียงของเธอแหบพร่า สั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ รินรดาเขยิบกายเข้าหาเขาอย่างสิ้นหวัง ดวงตากลมโตบวมช้ำจากการร้องไห้จ้องมองแผ่นหลังกว้างของคนที่เธอควรจะเรียกว่าศัตรู “ปล่อยคนของฉันไปเถอะ ฉันขอร้อง... พยานคนนั้นเขาไม่รู้เรื่องอะไรเลย เขาแค่คนทำสวนที่หาเช้ากินค่ำ ทำไมคุณถึงต้องทำร้ายคนบริสุทธิ์ถึงเพียงนี้!” คิรากรหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น มันดังก้องอยู่ในห้องโถงจนคนฟังรู้สึกหนาวสะท้านถึงกระดูกสันหลัง เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาหาเธอ รอยเท้าที่ทิ้งไว้บนพื้นพรมราคาแพงช่างเงียบเชียบ ทว่ากดดันจนรินรดาแทบหยุดหายใจ “บริสุทธิ์หรือ?” เขาโน้มตัวลงมา ใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่มีกลิ่นเหล้าจางๆ เป่ารดพวงแก้มซีดเผือด “ในโลกของฉัน คำว่าบริสุทธิ์มันไม่มีอยู่จริงรินรดา มันมีแค่คนที่ฉลาดพอจะอยู่รอด กับคนที่โง่เขลาจนต้องตกตายไปเพื่อเป็นบทเรียน” “คุณมันปีศาจ...” เธอสะอื้น น้ำตาหยดใสไหลรินลงบนแก้มเนียน คิรากรยกมือขึ้นใช้นิ้วโป้งเกลี่ยหยดน้ำตานั้นอย่างแผ่วเบา ทว่าแววตาของเขากลับเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย “ใช่ ผมมันปีศาจ แล้วเธอล่ะ? ที่ยังยอมทนอยู่นี่เพื่ออะไร? เพื่อเกียรติยศของวงศ์ตระกูลที่กำลังจะล่มสลาย หรือเพราะเธอกำลังหลงรักกลิ่นความหายนะของตัวเองกันแน่” รินรดาสะอึก เธออยากจะโต้เถียง อยากจะตบหน้าคนใจดำที่ไร้หัวใจคนนี้ แต่สัมผัสจากปลายนิ้วที่ลากผ่านผิวแก้มมันกลับทำให้ร่างกายของเธอสั่นสะท้าน ความเกลียดชังที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาเป็นกำแพง กลับถูกเขาทลายลงด้วยการสัมผัสเพียงเล็กน้อย “ฉันเกลียดคุณ...” เธอเค้นเสียงออกมา “เกลียดจนอยากจะฆ่าคุณให้ตายไปพร้อมกับฉัน” “งั้นก็ลองดูสิ” คิรากรคว้าข้อมือเล็กของเธอแน่น ลากให้เธอลุกขึ้นประจันหน้ากับเขา บีบเค้นจนคนตัวเล็กนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด “ถ้าน้ำตาของเธอมีค่าพอจะทำให้ผมยอมหยุดแผนการนี้ได้ ผมคงเลิกทำไปนานแล้ว แต่น้ำตาของเธอในตอนนี้... มันก็แค่เครื่องหมายของความพ่ายแพ้ที่น่าสมเพชที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น” เขาผลักร่างบางออกห่างจนเธอเซถลาไปชนกับโต๊ะข้างฝา เสียงแก้วคริสตัลแตกกระจาย รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบจนแทบแหลกละเอียด ความหวังที่จะเห็นความเมตตาในแววตาของเขามันไม่มีอยู่จริง ธีร์ที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขามองรินรดาด้วยสายตาที่ซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ลึกสุดหัวใจ เขาอยากจะก้าวเข้าไปช่วย แต่เขารู้ดีว่าถ้าเขาทำเช่นนั้น ชีวิตของหญิงสาวที่เขารักจะยิ่งมืดมนกว่าเดิม “คุณธีร์...” รินรดาหันไปหาที่พึ่งสุดท้าย เสียงเรียกของเธอสั่นเครือ “ช่วยฉันด้วย... ได้โปรด” ธีร์ชะงัก สายตาประสานกับคิรากรที่หันมามองเขาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ รอยยิ้มที่สื่อความหมายว่า *‘ถ้าแกก้าวออกมาแม้แต่น้าวเดียว ชีวิตของผู้หญิงคนนี้จะสิ้นสุดลงทันที’* ธีร์หลับตาลงเพื่อระงับอารมณ์ ก่อนจะหันหลังเดินไปที่ประตู “ผมขอตัวไปจัดการเรื่องที่เหลือให้เรียบร้อยก่อนนะครับนาย” เสียงฝีเท้าของธีร์ค่อยๆ เลือนหายไป ทิ้งให้ทั้งสองอยู่กันตามลำพังท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัด รินรดาคุกเข่าลงกับพื้น ร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างไม่อายอีกต่อไป คิรากรเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะย่อตัวลงนั่งในระดับเดียวกับเธอ “ร้องไปเถอะ” เขาเอ่ยเสียงเรียบพลางเชยคางเธอขึ้นให้สบตา “เพราะคืนนี้... เธอคงไม่มีเวลาได้ร้องไห้อีกแล้ว” เขากระชากร่างของเธอเข้าหาตัวก่อนจะประทับจูบที่ร้อนแรงและไร้ความปราณีลงบนริมฝีปากบาง รินรดาพยายามขัดขืนแต่ทว่ากลับถูกวงแขนแกร่งกักขังไว้อย่างแน่นหนา จังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของคิรากรก็แผดเสียงดังขึ้นในความเงียบ เขาผละออกเพียงเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ใบหน้าของเขาเปลี่ยนสีไปทันทีเมื่อเห็นรายชื่อบนหน้าจอ “นายครับ... มีสายด่วนจากคนในคุก” เสียงธีร์ดังแทรกผ่านเข้ามาในสายทันที “นักโทษคนสำคัญที่เราเพิ่งจับมาได้เมื่อวาน... มันเพิ่งฆ่าตัวตายในห้องขังครับ แต่ก่อนตาย... มันทิ้งข้อความเลือดไว้บนผนังว่า ‘เกมเพิ่งเริ่มขึ้น’ และชื่อที่มันเขียนไว้คือชื่อของ... แม่คุณรินรดาครับ” คิรากรชะงักไป ดวงตาสีรัตติกาลวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกปลุกเร้า เขามองรินรดาที่เบิกตากว้างด้วยความตกใจอย่างถึงขีดสุด สิ่งที่เขาคิดว่าเป็นแค่เกมแก้แค้นธรรมดา กำลังกลายเป็นหมากกระดานที่เขาเริ่มคุมไม่อยู่เสียแล้ว ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในความมืดมิดกับผมนะครับ คิราห์ลวงรักจะพาทุกท่านดำดิ่งลงไปให้ลึกกว่าเดิมในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (คิราห์ลวงรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกรงขังมลทิน (Shattered Vow of Obsession) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%