"อย่าไป... ได้โปรด อย่าทิ้งฉันไว้แบบนี้"
เสียงกระซิบที่แผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับความเงียบงันภายในห้องโถงกว้างของคฤหาสน์อัครเดโช คือเสียงสุดท้ายที่คิรากรได้ยินก่อนที่บานประตูบานยักษ์จะปิดลง กั้นขวางเขากับโลกที่เขากำลังพยายามผลักไส แต่มันกลับไม่ช่วยให้ความรู้สึกสั่นคลอนในอกเขาสงบลงได้เลยแม้แต่น้อย
คิรากรยืนนิ่งอยู่หน้าประตูหอบหายใจถี่แรง แววตาของเขามืดมนดั่งพายุที่กำลังก่อตัวอยู่ภายในใจ ชายหนุ่มกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน รอยแดงจางๆ บนผิวเนื้อของรินรดาที่เขายังคงฝังใจในยามที่ได้ครอบครองเธอก่อนหน้านี้ มันเป็นรอยมลทินที่เขาเป็นผู้ประทับตราไว้ด้วยตัวเอง แต่วินาทีนี้เขากลับรู้สึกเหมือนถูกพันธนาการไว้ด้วยเงื่อนตายที่แกะไม่ออก
ภายในห้องนอนที่อวลไปด้วยกลิ่นอายความกำหนัดที่ยังจางหายไปไม่หมด รินรดานอนขดตัวสั่นเทาอยู่บนเตียงขนาดคิงไซส์ ผ้าห่มผืนหนาถูกดึงขึ้นมาคลุมร่างที่ไร้เรี่ยวแรง บาดแผลทางใจและกายที่ได้รับจากการถูกทอดทิ้งอย่างกะทันหันมันรุนแรงยิ่งกว่าการถูกกระสุนเฉี่ยวผิวเสียอีก เธอไม่ได้ร้องไห้ น้ำตาของเธอแห้งเหือดไปตั้งแต่ที่คิรากรหันหลังให้
แต่แล้ว... ความผิดปกติก็เริ่มคืบคลานเข้ามา
ความร้อนระอุที่แล่นพล่านในกายก่อนหน้านี้เปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบเสียดกระดูก รินรดาเริ่มหอบหายใจถี่รัว หน้าอกของเธอขึ้นลงอย่างหนักหน่วงด้วยจังหวะที่ไม่ปกติ เลือดสีแดงสดเริ่มซึมออกมาจากรอยแผลที่หน้าท้องซึ่งเกิดจากการต่อสู้กับคนของศัตรูในเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ที่เธอยอมปกปิดไว้เพราะไม่ต้องการให้คิรากรเห็นว่าเธออ่อนแอเพียงใด
"คิ... คิรากร..." เธอพึมพำชื่อเขาราวกับเป็นทางรอดเดียวที่มี
ทว่าชายหนุ่มที่เธอกำลังโหยหา กลับกำลังเผชิญหน้ากับความจริงที่โหดร้ายอยู่ด้านนอก ธีร์ยืนรอเขาอยู่ที่โถงทางเดินด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตานั้นกลับซ่อนความประสงค์ร้ายที่คิรากรไม่เคยระแคะระคาย
"นายครับ... ถ้าอยากให้เธอพ้นจากมลทินที่นายยัดเยียดให้ บางทีการปล่อยให้เธอตายไปในตอนนี้ อาจเป็นความเมตตาที่สุดที่นายจะมอบให้ได้" ธีร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทิ่มแทงหัวใจผู้ฟัง
คิรากรหันขวับไปมองมือขวาของตน แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นประกายกร้าว "แกกล้าดียังไงมาสั่งฉัน?"
"ผมไม่ได้สั่ง แต่ผมกำลังเตือนสติ" ธีร์ก้าวเข้ามาใกล้ "รินรดาไม่ได้มีแค่รอยมลทินที่นายมอบให้ แต่เธอมีบาดแผลที่เน่าเฟะจากการปกป้องนาย... ถ้าเธอยังมีชีวิตอยู่ นายจะไม่มีวันเป็นอิสระจากความรู้สึกที่นายพยายามรังเกียจนี้ได้เลย"
คำพูดของธีร์เหมือนคมมีดที่กรีดลงบนความอดทนของคิรากร เขาผลักธีร์ออกอย่างแรงจนร่างนั้นเซไปปะทะกำแพง ก่อนจะรีบหมุนตัวกลับไปยังประตูห้อง รหัสผ่านถูกปลดล็อกด้วยมือที่สั่นเทา... ความคิดที่ว่าจะปล่อยเธอไว้ให้ตายจากไปเริ่มถูกทำลายด้วยความกลัวที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน
เมื่อประตูเปิดออก กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปกับกลิ่นน้ำหอมจางๆ กระแทกเข้าจมูกคิรากรทันที เขาแทบหยุดหายใจเมื่อเห็นร่างบางบนเตียงนอนนิ่งสนิท ท่ามกลางคราบเลือดที่กระจายตัวเป็นวงกว้างบนผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาด
"รินรดา!"
เขาพุ่งเข้าไปช้อนร่างของหญิงสาวขึ้นมาแนบอก ความเย็นของร่างกายเธอทำให้เขาแทบขาดใจ คิรากรไม่สนอีกต่อไปแล้วว่าเขาต้องเกลียดเธอแค่ไหน เขาฉีกกระชากเสื้อเชิ้ตของตัวเองเพื่อใช้ห้ามเลือดที่ไหลทะลักออกมาจากแผลที่ข้างเอวของเธอ มือหนาสั่นระริกขณะที่พยายามกดบาดแผลนั้นไว้
"อย่าเป็นอะไรนะ... อย่าเพิ่งตาย!" เสียงของมาเฟียผู้ไร้หัวใจสั่นพร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
รินรดาค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาของเธอหม่นแสง แต่ยังคงมีความดื้อรั้นฉายชัดอยู่ภายใน "คุณ... รังเกียจฉันขนาดนั้นเลยเหรอ... ถึงอยากให้ฉันตายไปจริงๆ"
"หุบปาก! ฉันไม่ยอมให้เธอตาย ถ้าเธอจะตาย ก็ต้องตายด้วยมือฉันคนเดียวเท่านั้น เข้าใจไหม!"
คิรากรก้มลงซุกหน้าลงกับซอกคอของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปะทะเข้ากับผิวพรรณที่เย็นเฉียบ มันเป็นการแสดงออกถึงความโหยหาและความเจ็บปวดที่เขาซ่อนไว้จนมิด เขาเริ่มจุมพิตที่ซอกคอของเธออย่างบ้าคลั่ง สลับกับการพยายามเรียกสติเธอ ความเร่าร้อนแห่งความตายที่เขาสัมผัสได้ทำให้ความยับยั้งชั่งใจพังทลายลง
เขาไม่สนแล้วว่านี่คือห้องพยาบาลหรือห้องนอน เขาบรรจงมอบสัมผัสที่แฝงไปด้วยความรักที่เขาพยายามเรียกว่าความแค้น ปลายลิ้นร้อนๆ ของเขาไล้เลียไปตามรอยแผลที่เขากำลังห้ามเลือดให้อย่างแผ่วเบา ก่อนจะขยับขึ้นไปประกบจูบที่ริมฝีปากบางเฉียบของเธออย่างดูดดื่ม รสชาติของเลือดและความปรารถนาหลอมรวมกันจนกลายเป็นรสชาติที่หอมหวานและน่าสะพรึงกลัวในเวลาเดียวกัน
เขาสอดประสานร่างกายเข้ากับเธออีกครั้งท่ามกลางความเป็นความตาย เป็นการยืนยันว่าเธอยังคงเป็นของเขา เป็นของเขาเพียงผู้เดียว แม้ลมหายใจสุดท้ายของเธอจะใกล้หมดลง เขาก็จะขังเธอไว้ในกรงขังมลทินนี้ตลอดกาล
ทว่าในขณะที่เขากำลังดื่มด่ำกับลมหายใจที่เหลืออยู่ของหญิงสาว เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นของใครบางคนก็ดังขึ้นจากหน้าประตูที่เขาปิดไม่สนิท
"ปล่อยตัวเธอซะ คิรากร... เกมนี้มันจบลงนานแล้ว" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูเอ่ยขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของชายที่คิรากรคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่วันที่เขาขึ้นครองตำแหน่งหัวหน้าแก๊งอัครเดโช
เขาก้าวเข้ามาพร้อมปืนที่จ่อมาที่หัวของคิรากรโดยตรง... และนั่นคือวินาทีที่ความจริงอันน่าสยดสยองเพิ่งเริ่มต้นขึ้น
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางร่วมกับความมืดมิดของคิราห์ลวงรักนะครับ
พันธะกรงขังมลทิน (Shattered Vow of Obsession)•ตอนที่ 47
ลมหายใจที่เหลืออยู่
ผลงานโดย คิราห์ลวงรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คิราห์ลวงรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกรงขังมลทิน (Shattered Vow of Obsession) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!