“ถ้าเธออยากได้อิสระนัก ทำไมไม่ลองขอฉันดีๆ ล่ะ รินรดา?”
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ร่างบางที่กำลังยืนคุยกับธีร์อยู่ริมระเบียงสวนกุหลาบต้องสะดุ้งสุดตัว ธีร์ขยับตัวบังรินรดาไว้โดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบของคิรากรหรี่ลงจนเหลือเพียงเส้นเดียว เขาก้าวเข้ามาใกล้จนกลิ่นกายเย็นๆ แบบผู้ชายอันตรายของเขาฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
“คุณคิรากร... เราแค่กำลังคุยเรื่องเอกสารบัญชีกันอยู่ค่ะ ไม่มีอะไรเกินเลย” รินรดารีบอธิบาย มือไม้สั่นเทาเล็กน้อยขณะพยายามรักษาระยะห่างจากร่างสูงใหญ่ที่ดูเหมือนจงใจจะบดขยี้เธอด้วยความกดอากาศรอบตัว
คิรากรไม่ตอบ แต่เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวธีร์ มือหนาคว้าคอเสื้อของลูกน้องคนสนิทอย่างแรงจนธีร์เซไปข้างหลัง ธีร์ไม่ได้ขัดขืน แม้ดวงตาจะฉายแววไม่ยอมจำนนก็ตาม
“มึงมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของบ้าน ไม่ใช่หน้าที่มาเป็นที่ปรึกษาปัญหาชีวิตให้ผู้หญิงของกู... ธีร์” คิรากรเน้นย้ำชื่อสุดท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่าขนลุก “ไสหัวไปก่อนที่กูจะลืมไปว่ามึงคือคนที่กูเคยไว้ใจมากแค่ไหน”
ธีร์มองรินรดาด้วยสายตาเวทนาและห่วงใย ก่อนจะก้มหัวให้ผู้เป็นนายแล้วเดินจากไป ทิ้งให้รินรดาเผชิญหน้ากับพายุอารมณ์ที่กำลังก่อตัวอยู่เพียงลำพัง
“กลัวงั้นเหรอ?” คิรากรหันกลับมาหาเธอ รอยยิ้มที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตาที่วาวโรจน์ไปด้วยโทสะ เขายกมือขึ้นเชยคางหญิงสาวให้เงยหน้าขึ้นรับแรงกดดันจากดวงตาคู่นั้น “ฉันเห็นสายตาที่เธอมองมัน สายตาที่ฉันไม่เคยได้รับจากเธอแม้แต่ครั้งเดียว”
“อย่าใส่ร้ายธีร์เลยค่ะ เขาแค่สงสารฉัน... เหมือนที่คนปกติเขาพึงมีให้กัน”
“สงสาร?” คิรากรหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้งและน่าสะพรึงกลัว “เธออยากได้ความสงสารหรือความรักกันแน่รินรดา ถ้าเธอคิดจะหาทางหนีไปกับไอ้คนรับใช้ที่ไม่มีปัญญาปกป้องเธอได้แม้แต่ปลายเล็บ ฉันแนะนำให้เธอยกเลิกความคิดนั้นซะ เพราะต่อให้เธอหนีไปถึงสุดขอบโลก ฉันก็จะตามล่าเธอกลับมา แล้วกักขังเธอไว้ในกรงที่แน่นหนากว่าเดิม”
คิรากรก้มลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกับแก้มนวล เขาไม่ได้จูบเธอในเชิงรักใคร่ แต่เป็นการกัดเม้มลงบนต้นคออย่างแรงจนเกิดรอยช้ำสีจาง รินรดาสะอื้นไห้ด้วยความเจ็บปวดและอัปยศ เธอพยายามผลักไสแผ่นอกกว้างที่แข็งดั่งหินผานั้นออก แต่ยิ่งขัดขืน เขากลับยิ่งกอดรัดแน่นขึ้น
“ปล่อยฉันเถอะคิรากร... คุณเกลียดฉันไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมต้องทำแบบนี้... ทำไมต้องทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นสมบัติที่คุณหวงแหน ทั้งที่ในใจคุณมีแต่ความแค้น!”
มือหนาเลื่อนมาบีบกรามเล็กของเธอแน่นขึ้นจนรินรดานิ่วหน้าด้วยความเจ็บ “ใช่... ฉันแค้นเธอ แค้นที่เธอทำเหมือนฉันเป็นปีศาจ ทั้งที่คนสร้างปีศาจขึ้นมาก็คือพวกเธอ! แต่ในเมื่อฉันเป็นปีศาจไปแล้ว ฉันก็จะเล่นบทบาทนี้ให้สมบูรณ์แบบ... เธอคือของฉัน รินรดา ต่อให้ต้องผูกมัดเธอไว้ด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น ฉันก็จะทำ”
คิรากรอุ้มร่างบางขึ้นโดยไม่สนเสียงทักท้วง เขาเดินดุ่มเข้าไปในตัวคฤหาสน์ ท่ามกลางสายตาของเหล่าคนรับใช้ที่ก้มหน้าหลบด้วยความหวาดกลัว เขาพาเธอขึ้นไปยังห้องนอนชั้นบน ก้าวเท้าผ่านความมืดมิดของระเบียงทางเดินไปสู่กรงขังส่วนตัวที่เขาสร้างขึ้นเพื่อเธอโดยเฉพาะ
ภายในห้องที่ถูกปิดตายด้วยม่านหนา คิรากรเหวี่ยงร่างของรินรดาลงบนเตียงกว้าง เขาถอดสูทนอกออกอย่างใจเย็น ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตด้วยท่าทางที่น่าหลงใหลแต่แฝงด้วยอันตรายในเวลาเดียวกัน
“วันนี้ฉันจะสอนให้เธอรู้ว่า... เวลาที่ฉันหึงหวงจนไร้เหตุผล ร่างกายของเธอจะต้องชดใช้อย่างไร”
เขาก้าวขึ้นไปบนเตียงคร่อมร่างของเธอเอาไว้ กักขังเธอไว้ใต้ร่างสูงใหญ่คู่นั้น รินรดารู้สึกถึงลมหายใจที่กระชั้นถี่ขึ้นด้วยความตื่นตระหนก เมื่อคิรากรเริ่มปลดเปลื้องอาภรณ์ของเธอออกด้วยมือที่สั่นเทาด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน
“ถ้าเธอคิดจะเรียกหาธีร์ หรือคิดจะพึ่งพาใครก็ตาม... จำไว้ว่าคนที่จะทำลายเธอก็คือฉันคนเดียวเท่านั้น”
คิรากรโน้มตัวลงมาประทับจูบที่ร้อนแรงและเอาแต่ใจ มันเป็นจูบที่ผสมผสานระหว่างความปรารถนาและความเกลียดชังอย่างแยกไม่ออก รินรดาหลับตาแน่น ปล่อยให้หยาดน้ำตาไหลรินผ่านหางตา เธอรู้ดีว่าคืนนี้มันจะเป็นมากกว่าการลงทัณฑ์ แต่เป็นสงครามความรู้สึกที่เธอไม่มีวันชนะ
ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะรุกล้ำเธอไปมากกว่านั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของคิรากรที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงก็ดังขึ้นขัดจังหวะ เขาสบถอย่างหัวเสียก่อนจะหยิบขึ้นมาดู ทันทีที่เห็นชื่อบนหน้าจอ แววตาของเขาก็เปลี่ยนไปเป็นความเย็นเยียบที่มากกว่าเดิม
เขามองรินรดาด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก ก่อนจะกดรับสายแล้วเปิดลำโพงให้เสียงจากปลายสายดังออกมา “คุณคิรากรครับ... เราพบตัวคนที่ส่งข้อมูลลับของบริษัทออกไปนอกองค์กรแล้วครับ และดูเหมือน... มันจะเป็นคนที่คุณไว้ใจมากที่สุดในตอนนี้”
คิรากรหยุดชะงัก สายตาที่เขามองรินรดากลายเป็นความเงียบงันที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา เขาค่อยๆ ผละออกจากตัวเธอ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะก้าวถอยห่างออกไปราวกับลืมเลือนตัวตนของเธอไปชั่วขณะ
ความตึงเครียดในอากาศพุ่งสูงขึ้นจนน่าอึดอัด คิรากรไม่ได้หันกลับมามองเธออีกเลย เขาก้าวเดินออกจากห้องไปโดยไม่ล็อกประตูทิ้งไว้... แต่ในความเงียบนั้น รินรดากลับรู้สึกถึงหายนะที่กำลังจะมาเยือน เพราะเธอรู้ดีว่าธีร์ไม่มีวันทำเรื่องแบบนั้น
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยความลุ้นระทึกไปพร้อมกับผมนะครับ – คิราห์ลวงรัก
พันธะกรงขังมลทิน (Shattered Vow of Obsession)•ตอนที่ 24
ความหึงหวงที่ไร้เหตุผล
ผลงานโดย คิราห์ลวงรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คิราห์ลวงรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกรงขังมลทิน (Shattered Vow of Obsession) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!