พันธะกรงขังมลทิน (Shattered Vow of Obsession)•ตอนที่ 49

รอยยิ้มแรก

ผลงานโดย คิราห์ลวงรัก
“อย่าหวังว่าแววตาที่สั่นไหวนั่นจะทำให้ผมปรานีคุณได้ รินรดา” เสียงทุ้มต่ำของคิรากรกดลึกประหนึ่งคมมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไม้จันทน์หอมและกลิ่นกายบุรุษเพศที่คุ้นเคย เขาขยับกายเข้าประชิดจนแผ่นหลังบอบบางของหญิงสาวปะทะเข้ากับบานประตูไม้แกะสลัก มือหนาข้างหนึ่งยันขอบประตูไว้กักขังร่างของเธอเอาไว้ในอาณัติ ขณะที่อีกข้างเชยคางมนขึ้นให้สบตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยว รินรดาไม่ตอบโต้ด้วยถ้อยคำ เธอเพียงแต่จ้องมองดวงตาคู่นั้น—ดวงตาที่ครั้งหนึ่งเธอเคยหวาดกลัวดั่งขุมนรก แต่ในวันนี้ ความเย็นชาที่เคยมีกลับดูอ่อนแสงลงอย่างประหลาด ท่ามกลางความเคียดแค้นที่เขามีต่อครอบครัวเธอ มันมีบางอย่าง... บางอย่างที่เขารักษาเธอไว้ราวกับสมบัติล้ำค่าที่ไม่อาจปล่อยให้ใครแตะต้อง “คุณไม่ได้แค้นฉันอีกแล้วใช่ไหมครับ” รินรดาถามด้วยน้ำเสียงแผ่วพร่า เธออาศัยจังหวะที่เขากำลังเผลอ เอื้อมมือเรียวไปแตะที่รอยแผลเป็นจางๆ บนสันกรามของเขา คิรากรชะงัก ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาปะทะเข้ากับผิวหน้าของเธอ “ความแค้นมันฝังรากจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิญญาณผมไปแล้ว” เขาตอบพลางโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน “แต่ร่างกายของคุณ... มันกลับเรียกร้องให้ผมทำลายทุกอย่างที่เป็นคุณจนไม่เหลือชิ้นดี” ริมฝีปากหนาฉกวูบลงมาปิดปากอิ่มอย่างหิวกระหาย เป็นจูบที่ไม่มีความอ่อนหวานในตอนเริ่ม แต่กลับเต็มไปด้วยความโหยหาที่อัดอั้นมานานนับเดือน รินรดาหลับตาพริ้ม โอนอ่อนผ่อนตามสัมผัสที่รุนแรงและเร่าร้อนนั้น มือของเธอขยุ้มสาบเสื้อเชิ้ตสีเข้มของเขาจนยับย่น ความโกรธแค้นที่เคยมีในใจมลายหายไปเหลือเพียงเพลิงสวาทที่กำลังแผดเผา คิรากรอุ้มร่างบางขึ้นโดยไม่ต้องละริมฝีปากออก เขาพาร่างระหงไปวางลงบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่เต็มไปด้วยเอกสารสำคัญ กวาดทุกอย่างจนหล่นกระจัดกระจายโดยไม่แยแส รินรดารู้สึกถึงความเย็นของพื้นโต๊ะตัดกับไออุ่นจากกายหนาที่โถมเข้ามาครอบครอง เขาแทรกกายเข้าไประหว่างเรียวขาของเธอ บดเบียดความต้องการผ่านเนื้อผ้าที่กลายเป็นสิ่งกีดขวางเพียงอย่างเดียวในขณะนี้ มือแกร่งปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกอย่างใจร้อน ผิวขาวผ่องที่โผล่พ้นร่มผ้าทำให้สายตาของชายหนุ่มดุดันยิ่งกว่าเดิม เขาฝังจมูกลงบนซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มจนเกิดรอยแดงจางๆ ในขณะที่เรียวนิ้วของเขาสำรวจลึกเข้าไปในความลับที่เขาเป็นเจ้าของเพียงผู้เดียว เสียงครางแผ่วหวานของหญิงสาวเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่กระตุ้นสัญชาตญาณดิบให้พุ่งทะยาน “มองหน้าผม... มองสิว่าใครเป็นเจ้าของร่างนี้” เขาคำรามชิดริมหู มือหนาเร่งจังหวะจนหญิงสาวสะดุ้งเฮือก ความเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง รินรดาเชิดหน้าขึ้น หอบหายใจถี่รัว สติสัมปชัญญะของเธอพร่าเลือนไปกับสัมผัสที่ซาบซ่านดั่งถูกกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน เมื่อเขาสอดประสานร่างกายเข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน ความรู้สึกที่ถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์ทำให้โลกทั้งใบของทั้งสองหยุดหมุน มันไม่ใช่เพียงแค่การตอบสนองทางกาย แต่มันคือการแลกเปลี่ยนความเจ็บปวด ความโหยหา และการยึดถือเอาไว้อย่างไร้ทางออก คิรากรเคลื่อนไหวด้วยจังหวะที่หนักแน่นและเชี่ยวชาญ เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ดังประสานกันในห้องที่ปิดตาย ในวินาทีที่อารมณ์พุ่งทะยานถึงขีดสุด รินรดาลืมตาขึ้นมองชายหนุ่มที่อยู่เบื้องบน เขาที่กำลังแผดเผาเธอด้วยความปรารถนาที่แท้จริง สายตาของเธอไม่ได้มีความหวาดหวั่นเหลืออยู่อีกต่อไป มันมีความสงสาร... และความรักที่ซ่อนอยู่ลึกสุดใจปนเปกันไปหมด รินรดาคลี่ยิ้มออกมา... รอยยิ้มแรกนับตั้งแต่เธอถูกกักขังอยู่ในกรงทองแห่งนี้ มันเป็นยิ้มที่บางเบา แต่อบอุ่นและไร้ซึ่งเงาของความขุ่นเคือง คิรากรชะงักกึก ราวกับถูกกระชากวิญญาณ เขาจ้องมองใบหน้าเปื้อนสุขนั้นอย่างไม่อยากเชื่อสายตา รอยยิ้มนั้นงดงามจนหัวใจที่ด้านชาของมาเฟียผู้โหดเหี้ยมถึงกับสั่นคลอน ราวกับมีบางสิ่งในอกของเขาแตกสลายและก่อตัวขึ้นใหม่ในแบบที่เขาไม่เคยรู้จัก “อย่า... อย่าทำหน้าแบบนั้นรินรดา” เขาพึมพำ น้ำเสียงสั่นพร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขากำลังจะก้มลงจูบซับน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาด้วยความตื้นตันใจของหญิงสาว แต่ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูที่รัวเร็วและไร้มารยาทก็ดังขึ้นขัดจังหวะห้วงเวลาที่แสนสำคัญ “นายครับ! เกิดเรื่องแล้ว! พวกสายลับของตระกูลศัตรูบุกเข้ามาถึงชั้นใต้ดิน... พวกมันรู้ตำแหน่งห้องนิรภัยลับแล้ว!” เสียงของธีร์ที่ตะโกนเข้ามาจากหน้าห้องทำเอาบรรยากาศเร่าร้อนหยุดชะงักลงทันที คิรากรผละออกจากร่างบางด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความลุ่มหลงเป็นความเหี้ยมเกรียมในชั่วพริบตา เขารีบจัดเสื้อผ้าให้รินรดาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปคว้าปืนพกที่วางทิ้งไว้ข้างโต๊ะ เขามองรินรดาที่ยังคงนั่งสั่นเทาอยู่บนโต๊ะด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก “อยู่แต่ในนี้ ห้ามออกไปไหนจนกว่าผมจะกลับมา... เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไป ผมจะไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนในโลกนี้ได้ตายดี” คิรากรหมุนตัวเดินตรงไปยังประตู แต่ก่อนจะเปิดออก เขาก็หยุดฝีเท้าลงแล้วหันกลับมามองเธอเป็นครั้งสุดท้าย “และจำไว้... รอยยิ้มเมื่อครู่นี้... มันเป็นของผมคนเดียว ต่อให้ต้องพังโลกนี้ลง ผมก็จะแย่งมันกลับมาเป็นของผมตลอดไป” เสียงปืนนัดแรกดังสนั่นขึ้นจากชั้นล่าง พร้อมกับการพังทลายของประตูด้านหลังห้องทำงานที่รินรดาไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีอยู่จริง ร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำสนิทก้าวเข้ามาในห้องแทนที่คิรากรที่เพิ่งเดินออกไป... และคนคนนั้นก็คือ 'ศัตรู' ที่รินรดาหวาดกลัวที่สุดในอดีต ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามเส้นทางอันมืดหม่นและเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกนี้ไปกับผม คิราห์ลวงรัก นะครับ
สารจากนักเขียน (คิราห์ลวงรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกรงขังมลทิน (Shattered Vow of Obsession) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%