กลิ่นแอลกอฮอล์ราคาแพงระเหยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝนชื้นยามค่ำคืนในห้องทำงานส่วนตัวที่ปิดทึบ แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศดูอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย มันกลับขับเน้นให้เงาร่างสูงใหญ่ของคิรากรที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานดูน่าสะพรึงกลัวราวกับปีศาจที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งเป็นชิ้นๆ
บนโต๊ะตรงหน้าเขา กระดาษโน้ตสีขาวใบเล็กที่แนบมากับซองเอกสารปริศนายังคงวางหรี่ตาเยาะเย้ยเขาอยู่ *'เวลาของมึงกำลังจะหมดลง คิรากร'*
ข้อความนั้น วาจาหยามหมิ่นเหล่านั้น และความจริงที่ว่าเขากำลังถูกศัตรูในเงาดำคุกคาม ทั้งหมดกำลังสูบฉีดความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นสู่ขมับจนเส้นเลือดปูดโปーン ดวงตาคมกริบทอประกายแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุราและโทสะอันไร้ขีดจำกัด เขาคว้าแก้วคริสตัลขว้างกระทบผนังห้องเสียงดังสนั่น เศษแก้วกระจายเกลื่อนพื้นราวกับเศษเสี้ยวอารมณ์ของเขาที่แหลกสลาย
แกร๊ก...
ประตูห้องเปิดออกอย่างแผ่วเบา รินรดาในชุดนอนผ้าไหมสีมุกก้าวเข้ามาด้วยความลังเล เธอกลิ่นอายความตึงเครียดลอยอบอวลตั้งแต่หน้าประตู แต่เพราะความเป็นห่วงและหน้าที่ที่ถูกพันธนาการไว้ ทำให้เธอไม่อาจเพิกเฉยต่อเสียงทำลายล้างข้างในได้
"คุณ... คิรากร คุณดื่มมากเกินไปแล้วนะครับ" รินรดาเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง พยายามรักษาระยะห่าง
คิรากรเงยหน้าขึ้นช้าๆ รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากหนา แววตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความดิบเถื่อนและกระหายการทำลายล้าง เขาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูน่ากลัวเสียยิ่งกว่าความเงียบ
"เป็นห่วงฉันอย่างนั้นหรือ รินรดา..." เขาลุกขึ้นยืน เซเล็กน้อยแต่ความเร็วยังคงเหลือร้าย ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในเวลาเพียงเสี้ยววินาที "หรือเธอแค่กลัวว่า ถ้าฉันตาย... ใครจะคอยทรมานเธอต่อล่ะหึ?"
"ปล่อยฉันนะ!" รินรดาผถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับบานประตูที่ปิดสนิท เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างที่สะอุด้วยกลิ่นเหล้าฉุนกึก แต่แรงแค่นั้นมีหรือจะต้านทานแรงของมาเฟียผู้บ้าคลั่งได้
คิรากรใช้มือข้างหนึ่งตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือหัวด้วยมือเดียว ส่วนมืออีกข้างบีบคางสลักเสลาของเธอไว้แน่นจนรินรดาต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด
"ปากเก่งนักนะ... เธอมันก็เป็นแค่เครื่องมือ เป็นแค่ที่ระบายความแค้นของฉัน! ทำไมล่ะ? ข้อความบ้าๆ นั่นมันทำให้เธอกลัวว่าฉันจะทิ้งเธอให้เป็นอิสระเร็วกว่ากำหนดงั้นเหรอ!" เขาคำรามต่ำชิดริมฝีปากเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์รดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน
"คุณมันบ้าไปแล้ว คิรากร! คนที่ส่งข้อความนั่นไม่ใช่ฉัน ทำไมคุณถึงต้องลงความโกรธทุกอย่างมาที่ฉันด้วย!" รินรดาตวาดกลับอย่างเหลืออด น้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อคลอเบ้าแต่เธอพยายามกลั้นมันไว้ ไม่ยอมอ่อนแอให้เขาเห็นเด็ดขาด
ทว่าความเด็ดเดี่ยวของเธอกลับยิ่งเติมเชื้อไฟให้โหมกระหน่ำ คิรากรแค่นเสียงหัวเราะอย่างเยือกเย็น ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่สั่นระริก
"เพราะเธอคือความอ่อนแอเดียวที่ฉันมี... และฉันเกลียดมัน เกลียดที่ตัวเองสนใจผู้หญิงอย่างเธอ!"
สิ้นคำประกาศิตอันป่าเถื่อน ริมฝีปากร้อนจัดก็ทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี จูบที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว การลงทัณฑ์ และการครอบครองที่ป่าเถื่อน รินรดาพยายามสะบัดหน้าหนีและทุบตีแผงอกเขาด้วยความโกรธแค้น แต่ยิ่งเธอขัดขืนมากเท่าไหร่ พันธนาการแห่งความเจ็บปวดก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นเท่านั้น เรียวปากถูกบดขยี้จนรับรู้ได้ถึงรสคาวเลือดจางๆ ความหยาบโลนที่ผสมผสานกับความลึกซึ้งบีบคั้นหัวใจจนแทบแตกสลาย ร่างบางสั่นเทาภายใต้เงาของซาตานร้ายที่กำลังแผดเผาทั้งตัวเธอและตัวเขาเองให้มอดไหม้ไปพร้อมกัน
ในวินาทีที่รินรดารู้สึกราวกับสติกำลังจะหลุดลอยและความอดทนมาถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงเปิดพรวดเข้ามาของใครบางคน
"นายครับ! แย่แล้วครับ... คนของเราที่ส่งไปเช็คเบอร์โทรศัพท์ปริศนา ถูกพบเป็นศพอยู่ท้ายรถ และ..."
ธีร์ชะงักก้างค้างกลางอากาศ ภาพตรงหน้าทำให้ลมหายใจของมือขวาหนุ่มสะดุดกึก คิรากรผละริมฝีปากออกจากรินรดาช้าๆ หันไปมองลูกน้องคนสนิทด้วยสายตาดุดันราวกับพญามาร
แต่ทว่า คำพูดถัดมาของธีร์กลับทำให้สีหน้าของคิรากรเปลี่ยนสีไปในทันที...
"และในมือของศพ... มีภาพถ่ายของ 'คุณรินรดา' สมัยเรียนอยู่ที่ปารีส พร้อมกับสัญลักษณ์ตราประทับของตระกูลที่คุณตามหามาตลอดสามปีครับ นาย!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและดำดิ่งไปกับความมืดมนนี้ด้วยกันนะครับ
พันธะกรงขังมลทิน (Shattered Vow of Obsession)•ตอนที่ 6
เปลวเพลิงที่มอดไหม้
ผลงานโดย คิราห์ลวงรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คิราห์ลวงรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกรงขังมลทิน (Shattered Vow of Obsession) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!