“ความลับของตระกูลอัครเดโชไม่ได้ถูกฝังอยู่ในสุสาน แต่มันถูกเก็บไว้ในที่ที่แกคาดไม่ถึงที่สุด... ในตัวผู้หญิงคนนี้ยังไงล่ะ ธีร์”
เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของคิรากรดังก้องอยู่ในโสตประสาทของคนฟัง ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักแน่นจะเดินวนรอบเตียงขนาดใหญ่ รินรดาที่พยายามรวบรวมสติสัมปชัญญะอันแตกกระเจิงของตนเองรู้สึกเหมือนถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงไปทั่วร่างกาย ความเจ็บปวดร้าวลึกจากช่องท้องลามไปจนถึงข้อเท้าที่มีรอยช้ำจางๆ จากการถูกพันธนาการไว้กับหัวเตียงเมื่อคืนที่ผ่านมา
เธอพยายามลืมตาขึ้น แต่ความระบมที่ดวงตาทำให้ต้องนิ่วหน้า ทุกตารางนิ้วบนผิวพรรณดูเหมือนจะเป็นร่องรอยการ 'ตีตรา' ของมาเฟียหนุ่มผู้นี้ รอยจ้ำสีกุหลาบช้ำเลือดช้ำหนองกระจายอยู่ทั่วลำคอระหงและลาดไหล่เนียน รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด ความอัปยศอดสูไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เธอเจ็บปวดเท่ากับความจริงที่ว่า... เธอยังมีลมหายใจอยู่ในกรงขังนี้
“นายครับ... ถ้าเธอเป็นกุญแจสำคัญ เราควรจะถนอมเธอไว้บ้างนะครับ ไม่ใช่ทำให้เธอแตกสลายไปก่อนที่ความลับจะถูกเผย” ธีร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแววตาที่มองร่างเปลือยเปล่าภายใต้ผ้าห่มผืนหนาของหญิงสาวนั้นกลับสั่นไหวอย่างยากจะปิดบัง
คิรากรหยุดเดิน เขาโน้มตัวลงมาใกล้ข้างหูรินรดาจนเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่แฝงไปด้วยไอสังหาร
“การถนอมคือสิ่งที่คนอ่อนแอใช้เพื่อรักษาของรัก แต่กับ ‘มลทิน’ ที่แปดเปื้อนมากับสายเลือดศัตรู... สิ่งเดียวที่สมควรได้รับคือการทำลายให้สิ้นซาก เพื่อให้มันยอมจำนนต่อหน้าอัครเดโชเพียงผู้เดียว”
คิรากรกระชากผ้าห่มออกอย่างแรง เผยให้เห็นรอยแผลและร่องรอยของการกระทำที่รุนแรงจนผิวขาวจัดกลายเป็นสีช้ำ รินรดาสะดุ้งเฮือก เธอคว้าขอบผ้าห่มกลับมาปิดบังร่างกายที่สั่นเทาด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัว ดวงตาคู่สวยจ้องมองเขาด้วยความเด็ดเดี่ยวแม้ในวินาทีที่ดูเหมือนจะดับสูญ
“ฆ่าฉันเสียเถอะคิรากร...” เสียงของเธอแหบพร่าแต่หนักแน่น “ถ้านายคิดว่าการย่ำยีศักดิ์ศรีของฉันจะทำให้สาสมกับความแค้นของนาย นายก็ทำไปเลย แต่อย่าหวังว่าฉันจะคุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิตจากคนไร้หัวใจอย่างนาย”
คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น เขายกมือขึ้นเชยคางรินรดาให้สบตาบังคับให้เธอมองลึกลงไปในนัยน์ตาสีดำสนิทที่ดั่งหลุมดำมรณะ
“คำสั่งเสียเหรอรินรดา? น่าเสียดาย... ฉันยังไม่เล่นสนุกจนพอใจ และความแค้นของฉันมันมีมูลค่ามากกว่าการเห็นคนตาย” เขาขยับเข้าใกล้จนปลายจมูกแทบชิดกัน “ภาพถ่ายที่ปารีส... สัญลักษณ์ตราประทับที่แกพยายามซ่อนไว้ในกระเป๋าเดินทางใบนั้น คิดว่าฉันหาไม่เจอหรืออย่างไร?”
รินรดาตัวแข็งทื่อ หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความลับที่เธอพยายามปกป้องด้วยชีวิตถูกเขากระชากออกมาขู่ขวัญต่อหน้าต่อตา เธอไม่ได้ทำลายมัน... เธอแค่ซ่อนมันไว้ แต่เขาช่างร้ายกาจเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการ
“ฉันไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น” เธอตอบเสียงสั่น พยายามควบคุมความรู้สึกให้ได้มากที่สุด
“โกหก...” คิรากรกระซิบ เขาสอดมือเข้าไปใต้หมอนก่อนจะดึงภาพถ่ายใบหนึ่งออกมา มันคือภาพหญิงสาวคนหนึ่งที่หน้าตาคล้ายรินรดาอย่างกับแกะ แต่สวมชุดราตรีหรูหราที่หน้าอกมีเข็มกลัดตราประจำตระกูลอัครเดโชรุ่นเก่าแก่ประดับอยู่ “ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แม่ของเธอใช่ไหม? หรือจริงๆ แล้วเธอก็แค่หมากตัวหนึ่งที่ถูกส่งมาเพื่อหลอกล่อให้ฉันตายใจกันแน่?”
ธีร์ขยับเข้ามาใกล้พลางเหลือบมองรูปในมือคิรากร แววตาของเขาเปลี่ยนไปทันที เขารู้ดีว่าหากความจริงข้อนี้เปิดเผยออกมา รินรดาจะไม่มีวันได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีกต่อไป
“นายครับ... บางทีเราควรตรวจสอบที่มาของภาพนี้ให้แน่ชัดก่อนจะลงมือทำอะไรไปมากกว่านี้ ความแค้นของเราสามปีที่ผ่านมามันหนักหนาพออยู่แล้ว อย่าให้ใครหน้าไหนมาปั่นหัวเราได้อีก” ธีร์พยายามดึงสติเจ้านาย
คิรากรหันไปมองธีร์ สายตาที่เต็มไปด้วยความระแวง “แกดูเป็นห่วงเธอนักนะธีร์... หรือว่าแกเองก็หลงเสน่ห์ ‘ของเล่น’ ชิ้นนี้ไปแล้ว?”
บรรยากาศในห้องเงียบสนิทลงในทันที ความกดอากาศดูเหมือนจะต่ำจนหายใจไม่ออก คิรากรหันกลับมามองรินรดาที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเผือด เธอรู้ดีว่าเธอไม่ควรตอบรับอะไรทั้งสิ้น แต่สายตาของธีร์ที่ส่งมาให้เธอในจังหวะที่คิรากรไม่ทันสังเกตนั้น มันไม่ใช่สายตาของศัตรู
“ฉันไม่ใช่อะไรทั้งนั้นของนาย” รินรดาเค้นเสียงตอบ “ฉันคือรอยแผลที่นายไม่มีวันลบออกได้ ต่อให้ฆ่าฉันตอนนี้ รอยเลือดบนมือของนายก็จะจารึกชื่อฉันไว้ไปจนวันตาย!”
คิรากรบีบคางเธอแน่นขึ้น ความโกรธเกรี้ยวปะทุขึ้นในดวงตา เขาเหวี่ยงร่างของเธอลงบนฟูกอย่างไม่ใยดีก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วส่งสัญญาณให้ธีร์เดินตามออกไป
“ขังเธอไว้ที่นี่ ห้ามให้ใครเข้าใกล้จนกว่าฉันจะกลับมา” คิรากรสั่งเสียงเหี้ยมก่อนจะก้าวออกจากห้องไป ทิ้งให้รินรดานอนหอบหายใจอยู่บนเตียงคนเดียว
ทว่าในวินาทีที่ประตูห้องปิดสนิทลง เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นอีกครั้ง ธีร์ย้อนกลับเข้ามาในห้อง เขาไม่ได้มองเธอด้วยสายตาดุดันเหมือนคิรากร แต่ในมือของเขามีกุญแจสำรองที่เธอคิดว่าคงไม่มีวันได้เห็นอีก
“คุณรินรดา... ฟังผมให้ดี นายเริ่มไม่ไว้ใจแม้แต่ผมแล้ว ถ้าคุณอยากรอดออกจากที่นี่ คุณต้องบอกความจริงมาว่าภาพถ่ายนั่น... คุณได้มันมาจากใครตั้งแต่วันแรก?”
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองธีร์ด้วยความตระหนก แต่คำพูดถัดมาของธีร์กลับทำให้เธอต้องหยุดหายใจไปชั่วขณะ
“เพราะคนที่ฆ่าพ่อของคุณเมื่อสามปีก่อน... ไม่ใช่ตระกูลอัครเดโชครับ แต่เป็นคนใกล้ตัวที่อยู่ในบ้านหลังนี้มาโดยตลอด”
หวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปกับรินรดานะครับ ขอบพระคุณที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความดาร์กของคิราห์ลวงรักครับ
พันธะกรงขังมลทิน (Shattered Vow of Obsession)•ตอนที่ 7
รอยแผลที่ลบไม่ได้
ผลงานโดย คิราห์ลวงรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คิราห์ลวงรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกรงขังมลทิน (Shattered Vow of Obsession) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!