พันธะกรงขังมลทิน (Shattered Vow of Obsession)•ตอนที่ 43

กับดักของเวลา

ผลงานโดย คิราห์ลวงรัก
"มึงคิดว่าการปรากฏตัวของมึง จะทำให้กูสั่นคลอนได้งั้นหรือ... ไอ้เดช" เสียงทุ้มต่ำของคิรากรดังก้องไปทั่วห้องโถงกว้างที่เงียบงันจนน่าอึดอัด บรรยากาศรอบกายเขาราวกับจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยความโกรธแค้นที่พุ่งพล่านอยู่ในอก ชายตรงหน้าคือศัตรูที่เขาเคยเชื่อว่าตายไปแล้วในกองเพลิงเมื่อสิบปีก่อน ทว่าตอนนี้ มันกลับยืนยิ้มเยาะอยู่ตรงหน้า พร้อมกับมือหนาที่คว้าต้นคอระหงของรินรดาเอาไว้แน่น รินรดาไม่ได้กรีดร้อง ความหวาดกลัวทำให้ลำคอของเธอตีบตัน เธอเพียงแต่สบตาคิรากรผ่านนัยน์ตาที่สั่นระริก กลิ่นกายของชายปริศนาที่โอบกอดเธออยู่นั้นช่างเหม็นสาบและเย็นเยียบ ต่างจากกลิ่นหอมสะอาดของไม้สนและซิการ์จากร่างหนาของคิรากรอย่างสิ้นเชิง "สั่นคลอนงั้นหรือ?" เดชแค่นหัวเราะ เสียงแหบพร่าบาดลึกเข้าไปในโสตประสาท "กูไม่ได้มาเพื่อสั่นคลอนมึง คิรากร... กูมาเพื่อพราก 'ของขวัญ' ชิ้นที่มึงหวงแหนที่สุดไปต่างหาก" คิรากรขยับกาย ก้าวย่างอย่างเชื่องช้าทว่าหนักแน่นราวกับพยัคฆ์ร้ายที่กำลังจดจ้องเหยื่อ มือของเขาชักปืนกระบอกประจำตัวออกมาอย่างใจเย็น แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่รินรดาเพียงคนเดียว หัวใจที่เคยเชื่อว่าด้านชาของเขากลับเต้นรัวอย่างบ้าคลั่งด้วยความกระวนกระวายที่ปิดไม่มิด "ปล่อยเธอ" คิรากรสั่ง เสียงเรียบเฉียบขาด "ถ้ามึงแตะต้องเธอแม้แต่ปลายเส้นผม กูจะทำให้โลกของมึงพังทลายจนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก" "งั้นเรามาลองดูไหมล่ะ ว่าระหว่างกระสุนของมึง กับความพินาศของเธอ... อะไรจะถึงตัวก่อนกัน" เดชออกแรงกระชากร่างรินรดาจนเธอถลาไปตามแรง มือหยาบกร้านลูบไล้ไปตามลาดไหล่บางอย่างจงใจยั่วยุ ความหยาบโลนในสายตาของเขาทำให้รินรดารู้สึกสะอิดสะเอียนจนอยากจะอาเจียน หากแต่เธอรู้ดีว่านี่คือเดิมพันที่คิรากรไม่มีทางยอมให้เสียไป ทันใดนั้น แสงไฟในห้องโถงก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดชั่วพริบตา เสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งพรวดพราดเข้ามา ก่อนที่ความโกลาหลจะเริ่มต้นขึ้น ธีร์ที่แอบสังเกตการณ์อยู่ข้างม่านหน้าต่างตัดสินใจพุ่งตัวเข้ามาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ แต่นั่นกลับเป็นสิ่งที่เดชคาดการณ์ไว้แล้ว รินรดาถูกผลักกระเด็นออกไปข้างทาง ท่ามกลางความชุลมุน คิรากรพุ่งเข้าหาเดชด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ หมัดหนักๆ กระแทกเข้าที่ใบหน้าของศัตรูจนเลือดกบปาก แต่เดชกลับหัวเราะร่าและอาศัยจังหวะที่คิรากรเสียสมาธิ ดึงตัวรินรดาเข้าไปในมุมมืดของคฤหาสน์ที่ถูกปิดตาย "อย่าตามมา!" เดชตะโกนก้อง พร้อมกับกดปากกระบอกปืนลงบนขมับของรินรดา "ถ้าก้าวเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว สมองของนางผู้หญิงคนนี้ได้กระจุยต่อหน้ามึงแน่!" คิรากรหยุดชะงัก ลมหายใจหอบถี่ ความโกรธแค้นในดวงตาสีเข้มกลายเป็นความหม่นแสงที่น่ากลัวกว่าเดิม เขารู้ดีว่าหากเขาบุ่มบ่าม รินรดาจะต้องตาย "แกต้องการอะไร..." คิรากรเค้นเสียงถาม "กูต้องการให้มึงเห็น... ความพินาศที่มึงเป็นคนสร้างขึ้นมาด้วยมือของมึงเอง" เดชลากตัวรินรดาถอยห่างออกไปทางระเบียงหลังบ้านที่มืดมิด ทิ้งให้คิรากรยืนนิ่งอยู่ในความมืดที่ไร้ทางออก ความมืดมิดที่เขาเองก็รู้ดีว่ามันเป็นกับดักที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อจองจำหัวใจของตัวเองตั้งแต่ต้น ในมุมมืดของห้องใต้ดินที่ถูกดัดแปลงเป็นห้องหอแห่งความทรมาน เดชโยนร่างของรินรดาลงบนพื้นคอนกรีตเย็นเยียบ เขาไม่ได้มัดมือมัดเท้าเธอ แต่กลับปล่อยให้เธอเผชิญหน้ากับความว่างเปล่า เดชก้าวเข้ามาใกล้ ความร้อนรุ่มในแววตาของเขามันต่างจากคิรากร มันไม่ใช่ความต้องการที่อยากครอบครอง แต่มันคือความแค้นที่ต้องการทำลายให้แหลกคามือ "สวย... ยิ่งมองใกล้ๆ ยิ่งเห็นว่ามึงมีค่าแค่ไหนในสายตาของไอ้คนเย็นชาคนนั้น" เขาเปรยพลางใช้นิ้วกร้านไล้ไปตามกรอบหน้าของรินรดา รินรดาถอยกรูดไปจนชิดกำแพง "ถ้ามึงจะฆ่า ก็ฆ่าซะ อย่าทำเรื่องทุเรศแบบนี้" "ฆ่า? มันง่ายไป" เดชแสยะยิ้ม ก่อนจะโน้มตัวลงมาประชิดจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนๆ "กูจะให้มึงได้รู้ว่า ความทรมานที่แท้จริงน่ะ มันไม่ใช่อะไรที่ตายไปแล้วจะสัมผัสได้ แต่มันคือการถูกย่ำยีในขณะที่ใจของมึงยังคงโหยหาปีศาจคนนั้นอยู่ตลอดเวลา" เขาเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกอย่างช้าๆ รินรดาพยายามขัดขืน แต่แรงมหาศาลของเขากดทับเธอไว้จนขยับไม่ได้ ทุกสัมผัสที่เขาส่งผ่านเข้ามานั้นทั้งดิบเถื่อนและปราศจากความอ่อนโยน มันคือความจงใจที่จะทำให้เธอรู้สึกแปดเปื้อน เพื่อที่ว่าหลังจากนี้ เธอจะไม่มีวันหันกลับไปหาคิรากรได้อีก ความเจ็บปวดจากการถูกกระชากเสื้อผ้าเสียดแทงไปทั่วร่าง รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด เธอหลับตาแน่น พยายามเรียกหาชื่อของคิรากรในใจ แม้จะรู้ว่าเขามีส่วนผิดที่ดึงเธอเข้ามาในวังวนนี้ แต่ในยามที่กำลังจะสูญเสียทุกอย่างไป ใบหน้าของเขากลับเป็นสิ่งเดียวที่เด่นชัดที่สุด ท่ามกลางความสลัวของห้องที่อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและกลิ่นกายที่ไม่คุ้นเคย ประตูห้องใต้ดินกลับถูกกระแทกจนเปิดออกด้วยแรงมหาศาล เสียงปืนนัดเดียวดังสนั่นหวั่นไหวทำลายความเงียบงันลงพร้อมกับร่างของเดชที่ล้มลงไปนอนจมกองเลือด คิรากรยืนอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาที่ว่างเปล่าดุจหลุมศพ แต่ในนั้นกลับมีเปลวไฟแห่งความอาฆาตที่เผาผลาญทุกอย่าง เขาก้าวเข้ามาหารินรดาที่ตัวสั่นเทาอยู่บนพื้น ถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกคลุมร่างของเธออย่างทะนุถนอม ทว่ามือของเขากลับสั่นรุนแรงขณะที่โอบกอดเธอไว้ "ฉันมาแล้ว... รินรดา" เขาพึมพำ เสียงของเขาสั่นเครือมากกว่าที่เคยเป็น แต่ในขณะที่รินรดากำลังจะโผเข้ากอดเขาด้วยความโล่งใจ สายตาเธอกลับเหลือบไปเห็นเงาของใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านหลังคิรากร คนคนนั้นคือธีร์... มือขวาผู้ภักดีของเขา ที่ในมือถือปืนกระบอกนั้นไว้แน่น และเขากำลังเล็งปลายกระบอกปืนไปที่ท้ายทอยของคิรากรด้วยสายตาที่เย็นชาจนน่าขนลุก รินรดากรีดร้องออกมาสุดเสียง ทว่าเสียงนั้นกลับถูกกลืนหายไปในความมืดมิดของค่ำคืน เมื่อธีร์เหนี่ยวไกปืนในวินาทีที่คิรากรก้มลงมาจุมพิตหน้าผากของเธอด้วยความรักที่เพิ่งจะยอมรับออกมาจากใจ รอยยิ้มสุดท้ายของคิรากรที่ประทับลงบนผิวแก้มของเธอนั้นช่างอบอุ่น ทว่าเสียงปืนที่ดังสนั่นขึ้นในระยะประชิดกลับทำลายทุกอย่างจนสิ้น... ใครคือคนที่กำลังจะพังพินาศในวินาทีถัดไป เมื่อความลับที่ธีร์ซ่อนไว้นานนับสิบปีเพิ่งจะถูกเปิดเผยออกมาพร้อมกับกระสุนนัดนั้น ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับรอยแผลและรอยรักของพวกเขาในตอนนี้นะครับ... คิราห์ลวงรัก
สารจากนักเขียน (คิราห์ลวงรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกรงขังมลทิน (Shattered Vow of Obsession) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%