เซฟเฮาส์ลับฉบับตัวแม่ กับยัยนักสืบพ่วงท้าย•ตอนที่ 2

เมื่อแมวขโมยมาหาหน้าประตู

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง—หนักแน่น กระชั้นชิด และไร้ซึ่งมารยาทโดยสิ้นเชิง เหมือนตัวตนของคนที่ยืนอยู่หลังบานไม้นั้นไม่มีผิด พายที่กำลังใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กซับหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่แถวลำคอระหง ชะงักมือไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตคมกริบกวาดตามองผ่านตาแมวหน้าประตูห้องพัก ก่อนมุมปากอิ่มจะกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะที่ไปไม่ถึงดวงตา ก็ใครเล่าจะคิดว่า “แม่นกน้อยที่บินหนีออกจากกรง” ตามคำนิยามของเธอก It will fly straight into the lion's den ด้วยตัวเอง เร็วเสียยิ่งกว่าที่เธอคาดการณ์ไว้เสียอีก แกร็ก! กลอนประตูกลไกอัตโนมัติถูกปลดล็อกพร้อมกับบานประตูที่เปิดผางออกอย่างไร้ความปรานี พายยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายๆ เสื้อยืดสีดำตัวโ크่งกับกางเกงวอร์มสบายๆ ไม่ได้ลดทอนออร่าความอันตรายและน่าค้นหาของเธอน้อยลงเลยสักนิด ตรงกันข้าม... มันกลับขับเน้นให้ร่างสูงโปร่งดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติในสายตาของคนที่กำลังยืนกัดริมฝีปากอยู่หน้าห้อง “นึกว่าหนีเตลิดไปถึงดาวอังคารแล้วเสียอีกค่ะ... คุณแฮ็กเกอร์คนเก่ง” พายเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ ทว่าแฝงความเย้าแหย่ไว้อย่างเต็มเปี่ยม ดวงตาคู่สวยกวาดสำรวจสภาพของเรนตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อฮู้ดตัวใหญ่ที่ยับยู่ยี่ ใบหน้าที่ซีดเซียวแต่ยังคงความเชิดหยิ่ง และที่สำคัญที่สุด... ร่องรอยความตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเย็นชา เรนกวาดตามองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างที่สุด เธอเกลียดการพึ่งพาคนอื่น ยิ่งเป็นยัยนักสืบปากร้ายที่เคยปะทะคารมกันมาแล้วด้วย ยิ่งเหมือนเป็นการเอาศักดิ์ศรีของตัวเองไปโยนลงถังขยะ แต่ทว่า... เบื้องหลังของเตอนนี้ รถสีดำติดฟิล์มทึบสองคันกำลังจอดวนเวียนอยู่ที่ปากซอย และเธอรู้ดีว่าถ้ายังดึงดันจะเดินลำพังอีกแค่ห้านาที เธอคงกลายเป็นศพไร้ญาติอยู่ข้างถังขยะเปียกแน่ๆ “หลบไป ฉันจะเข้าไป” เรนเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดันร่างสูงของพายให้พ้นทาง แต่นอกจากอีกฝ่ายจะไม่ขยับแล้ว พายยังยกแขนขึ้นกอดอก ขวางทางเข้าไว้เสียมิด ชนิดที่ว่าต่อให้เป็นแมียุงก็บินผ่านไม่ได้ “เดี๋ยวก่อนสคะคุณเรน ห้องฉันไม่ใช่โรงแรมม่านรูดนะคะ อยากเข้าก็เข้า อยากออกก็ออก แบบนั้นมันเสียมารยาทไปหน่อยไหมคะ... ไหนลองบอกเหตุผลดีๆ ที่ฉันควรเปิดประตูต้อนรับ ‘แขกที่ไม่ได้รับเชิญ’ คนนี้หน่อยสิคะ” พายโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ ปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่รำไร กลิ่นอายเฉพาะตัวของผู้หญิงตรงหน้า—กลิ่นกาแฟอ่อนๆ ผสมกับความเย็นยะเยือกของฝนยามค่ำคืน—ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสของเรนจนหัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะ เรนถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ ดวงตาสองสี (ในความรู้สึกของพาย) วาวโรจน์ด้วยความขัดเคือง “เธออยากได้อะไร เงิน ข้อมูล หรือความลับขององค์กรที่ฉันถืออยู่? ว่ามาสิ! ฉันให้ได้หมด ขอแค่ตอนนี้... ให้ฉันเข้าไปซ่อนตัวก่อน!” ประโยคสุดท้ายหลุดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เจือความสั่นเครือเล็กน้อย น้อยเสียจนถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็คงไม่ได้ยิน แต่นั่นไม่รอดพ้นโสตประสาทของนักสืบมือฉกาจอย่างพายไปได้หรอก พายหรี่ตาลง รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าเลือนหายไปชั่วขณะ เปลี่ยนเป็นแววตาสนอกสนใจที่ฉายชัดยิ่งกว่าเดิม เธอเห็นมือเรียวเล็กของเรนที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อฮู้ดกำลังกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว แผ่นหลังบางนั้นเกร็งเครียดราวกับคนใกล้สติแตก “ปากเก่งเสียเปล่า แต่ตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำเลยนะคะเนี่ย” พายเอ่ยเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าข้อแขนของเรนแล้วกระชากเบาๆ ให้เข้ามาข้างในตัวห้องอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปิดประตูและลงกลอนล็อกหนาแน่นถึงสามชั้น ฟรึ่บ! ร่างบางของเรนเซถลาเข้าไปชนกับแผงอกของพายอย่างจัง แรงกระแทกทำให้ลมหายใจสะดุด พายใช้มืออีกข้างโอบเอวคอดกิ่วไว้ตามสัญชาตญาณ เนื้อตัวของเรนเย็นเฉียบราวกับคนเป็นไข้ แต่กลับนุ่มนิ่มจนมือใหญ่ของนักสืบสาวเผลอบีบกระชับโดยไม่รู้ตัว “ปล่อยนะ!” เรนสะดุ้งสุดตัว รีบผลักอกอีกฝ่ายออกเต็มแรง ใบหน้าสวยหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความโกรธปนกระอักกระอ่วน “ใครใช้ให้มาแตะเนื้อต้องตัวเล่า!” “อุ๊ย มือมันไปเองค่ะ ก็เห็นยืนแข็งทื่อเป็นหุ่นยนต์ เผื่อกอดแล้วจะอุ่นขึ้นบ้าง” พายลอยหน้าลอยตาตอบ ยักไหล่เบาๆ อย่างไม่รู้สึกรู้สา ก่อนจะเดินนำเข้าไปในโซนห้องนั่งเล่น “เชิญนั่งตามสบายค่ะ เซฟเฮาส์เฉพาะกิจของฉันอาจจะไม่หรูหราเท่าคอนโดมิเนียมร้อยล้านของคุณ แต่รับรองว่าปลอดภัยจากพวกหมาบ้าที่ตามล่าคุณอยู่แน่นอน” เรนกวาดสายตามองรอบห้อง เซฟเฮาส์ของพายไม่ได้กว้างขวางนัก แต่จัดสัดส่วนไว้อย่างชาญฉลาด มีจอคอมพิวเตอร์สามจอตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานพร้อมอุปกรณ์แกะรอยครบครัน ผ้าม่านทึบแสงปิดสนิท และมีกล้องวงจรปิดเชื่อมต่อรอบตัวตึก “เธอกำลังทำอะไรอยู่...” เรนถามเสียงห้วน ขณะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีชาตัวยาวอย่างระแวดระระวัง “กำลังเช็ดปืนค่ะ แล้วก็รอฟังว่าคุณจะสารภาพอะไรกับฉันบ้าง” พายเดินหายเข้าไปในครัวเล็กๆ ก่อนจะกลับมาพร้อมแก้วเซรามิกใส่น้ำอุ่นยื่นให้ แต่อีกฝ่ายกลับปัดมันทิ้งด้วยความหงุดหงิด เพล้ง! แก้วน้ำร่วงลงกระทบพื้นพรมจนน้ำกระเซ็นเปียกปลายขา กางเกงวอร์มของพายเปียกชื้นเล็กน้อย ทว่าเจ้าตัวกลับไม่แสดงอาการโกรธเคือง มีเพียงรอยยิ้มมุมปากที่ลึกล้ำขึ้นกว่าเดิม “ฉันไม่ได้มาเล่นขายของนะพาย!” เรนลุกขึ้นยืนประจันหน้า ดวงตาสสีนิลวาวโรจน์ “พวกมันกำลังมา ถ้าเธอไม่อยากตาย ก็ส่งไฟล์ข้อมูลคืนฉันมาแล้วฉันจะไปจากที่นี่!” “ไฟล์ข้อมูลอะไรคะ? ฉันยังไม่ได้อะไรมาจากคุณเลยนะ เรน” พายก้าวเข้าไปประชิดตัวทีละก้าว บีบบังคับให้อีกฝ่ายต้องถอยร่นจนสะโพกชนเข้ากับพนักโซฟา “หรือว่า... สิ่งที่คุณซ่อนไว้ มันไม่ใช่แค่ข้อมูลธรรมดา แต่เป็นตัวคุณเองต่างหากล่ะคะที่ตั้งใจเอา ‘หัวใจ’ มาส่งให้ฉันถึงที่” “เธอ...!” เรนพูดไม่ออก ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาไฟมาสุม ร่างกายถูกตรึงไว้ด้วยวงแขนแข็งแรงที่พายยกขึ้นกักตัวเธอไว้กับโซฟา ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นๆ ของทั้งคู่ผสานกันจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นเจ้าของ พายโน้มใบหน้าลงกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่ทรงพลังทำเอาเรนขนลุกซู่ไปทั้งร่าง “จำไว้นะคะเรน... คนเดียวที่จะจับคุณได้ ไม่ใช่พวกมัน แต่เป็นฉันต่างหากล่ะ” กริ๊ก... เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ จากนอกระเบียงห้อง พร้อมกับแสงไฟฉายวับแวมที่สาดส่องผ่านรอยม่านเข้ามา... ดวงตาทั้งคู่เบิกกว้างขึ้นพร้อมกัน พายหุบยิ้มทันที ส่วนเรนลืมหายใจไปชั่วขณะ -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความระทึกใจและเคมีที่ชวนใจสั่นนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับตัวแม่ กับยัยนักสืบพ่วงท้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%