“ถอยไปให้พ้นหน้าจอ ถ้าไม่อยากให้ปืนกระบอกนั้นกลายเป็นที่ทับกระดาษราคาแพง”
เสียงราบเรียบเย็นเยียบของ ‘เรน’ ดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของห้องทำงานที่มีเพียงแสงสีฟ้าจากจอคอมพิวเตอร์นับสิบตัวสะท้อนบนใบหน้าสวยคม เธอไม่ได้แม้แต่จะหันไปมองแขกที่ไม่ได้รับเชิญที่กำลังถือวิสาสะเดินสำรวจชั้นหนังสือในเซฟเฮาส์ของเธอ
‘พาย’ นักสืบสาวในชุดแจ็กเก็ตหนังสีดำชะงักฝีเท้า เธอแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับแฮ็กเกอร์สาว ดวงตาเรียวรีคมกริบของพายจ้องมองแผ่นหลังที่เหยียดตรงของเรนอย่างไม่เกรงกลัว
“ปากร้ายเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนเลยนะคุณแฮ็กเกอร์คนสวย แต่ช่วยบอกทีเถอะว่าทำไมเซฟเฮาส์ระดับ A-Class ถึงปล่อยให้ระบบรักษาความปลอดภัยมันห่วยแตกจนคนนอกอย่างฉันเดินเข้ามาได้ง่ายขนาดนี้”
เรนนิ้วเรียวยาวรัวบนคีย์บอร์ดด้วยความเร็วระดับที่ตาเปล่าแทบจะมองไม่ทัน สมาธิของเธอถูกดึงไปที่เส้นกราฟสีแดงฉานที่กำลังเต้นเร้าอยู่บนหน้าจอหลัก ระบบป้องกันชั้นที่เจ็ดของเธอกำลังถูกเจาะด้วยอัลกอริทึมที่คุ้นเคย... กลิ่นอายของพวกนรกนั่น
“ถ้าไม่ใช่เพราะฉันจงใจเปิดช่องโหว่ไว้ให้คนอย่างเธอเข้ามาเป็นโล่กำบังในกรณีฉุกเฉิน ก็คงไม่มีใครหน้าไหนก้าวเข้ามาในนี้ได้หรอก” เรนตอบกลับทันควันโดยไม่ละสายตาจากโค้ดที่รันอย่างบ้าคลั่ง “แล้วก็หุบปากซะ พาย ถ้าไม่อยากตายเพราะความอยากรู้อยากเห็น”
“โอ้โห ขู่เก่งจังนะคะ” พายก้าวฉับๆ เข้ามาใกล้ เธอยืนพิงโต๊ะทำงานตัวยาว กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของพายตีเข้าจมูกของเรนจนแฮ็กเกอร์สาวต้องขมวดคิ้วแน่น “งั้นบอกมาสิว่าอะไรที่ทำให้คนเยือกเย็นอย่างคุณเรนดู... ลนลาน?”
“ฉันไม่ได้ลนลาน” เรนเค้นเสียง “ฉันแค่กำลังรำคาญ”
ทันใดนั้น หน้าจอหลักก็เปลี่ยนเป็นสีเลือด สัญญาณเตือนภัยสีแดงวาบไปทั่วห้องที่มืดสนิท เสียงสัญญาณแหลมสูงดังระงมเหมือนเสียงกรีดร้อง เรนสบถคำหยาบคายออกมาเบาๆ ก่อนจะรีบคว้าเมาส์มาควบคุมหน้าจออย่างรวดเร็ว
“บ้าเอ๊ย... พวกมันรู้พิกัดแล้ว” เรนพึมพำ ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นชุดคำสั่งที่กำลังดึงข้อมูลส่วนบุคคลของเธอออกมาเผยแพร่ในเครือข่ายมืด ชื่อจริง สถานที่ตั้งปัจจุบัน ลายพิมพ์นิ้วมือดิจิทัล ทุกอย่างถูกถอดรหัสออกมาอย่างรวดเร็วเหมือนการลอกเปลือกไม้
“เกิดอะไรขึ้น?” พายขยับเข้ามาประชิดตัวเรนโดยอัตโนมัติ มือหนาของนักสืบสาวคว้าขอบโต๊ะไว้แน่น สายตาจ้องเขม็งไปที่รหัสข้อมูลที่ไหลผ่านจอ “นั่นมันรหัสของหน่วยงานความมั่นคงไม่ใช่เหรอ?”
“ไม่ใช่หน่วยงานรัฐ... แต่เป็นพวก ‘เงา’ ที่ฉันเคยหนีมา” เรนหันขวับมามองพาย แววตาที่เคยเย็นชาบัดนี้สั่นไหวเล็กน้อยด้วยความตระหนกที่พยายามเก็บซ่อนไว้ “พาย... ออกไปจากที่นี่ซะ ถ้าข้อมูลนี้อัปโหลดสำเร็จ บ้านหลังนี้จะกลายเป็นกรงขังมรณะ”
“จะบ้าหรือไง!” พายกระชากแขนเรนให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยแรงมหาศาลจนทั้งคู่เสียหลักล้มลงไปบนพื้นห้อง ร่างของทั้งสองแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่รัวเร็ว “ฉันมาที่นี่เพื่อจ้างคุณช่วยงาน ไม่ใช่มาเป็นเหยื่อในหนังแอคชั่นห่วยๆ แล้วจะให้ฉันทิ้งคุณไว้ที่นี่คนเดียวเนี่ยนะ? ลืมไปแล้วหรือไงว่าฉันเป็นนักสืบ!”
“ปล่อยฉัน!” เรนดิ้นรน แต่พายกลับโอบกอดเธอไว้แน่นกว่าเดิม สายตาของทั้งคู่ประสานกันในระยะที่ใกล้จนลมหายใจรินรดใบหน้า ในความมืดมิดที่ถูกฉาบด้วยแสงไฟสีแดงจากเครื่องเซิร์ฟเวอร์ พายเห็นความหวั่นไหวที่เรนไม่เคยเผยให้ใครเห็น
“หุบปาก แล้วฟังนะ...” พายกระซิบเสียงต่ำพลางมองไปที่ประตูห้องทำงานที่จู่ๆ ก็มีรอยร้าวเกิดขึ้นจากการถูกสะเดาะล็อก “ถ้าพวกมันกำลังจะเข้ามา เราก็แค่ต้องทำให้พวกมันรู้ว่า... กวางที่มันกำลังล่า คือแม่เสือที่พร้อมจะฉีกกระชากคอพวกมันทิ้ง”
ยังไม่ทันที่เรนจะได้โต้ตอบ ประตูเหล็กกล้าที่ดูเหมือนแน่นหนาก็ถูกระเบิดออกด้วยแรงอัดมหาศาล เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งดังสะท้อนเข้ามาในห้อง เรนและพายกลิ้งตัวหลบหลังโต๊ะทำงานอย่างรู้ใจโดยอัตโนมัติ
ทว่าสิ่งที่ทำให้เรนต้องหยุดหายใจไม่ใช่เสียงฝีเท้าเหล่านั้น แต่มันคือเสียงกริ๊กเบาๆ ของปืนที่ถูกเล็งมาที่หน้าผากของเธอจากเงามืดที่ประตู พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของชายคนหนึ่งที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี
“เจอตัวสักทีนะ... แม่นกน้อยที่บินหนีออกจากกรง”
กลิ่นลิลลี่สีขาวขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความคลั่งรักและความระทึกขวัญในตอนแรกนี้ แล้วเจอกันในตอนหน้าค่ะ
เซฟเฮาส์ลับฉบับตัวแม่ กับยัยนักสืบพ่วงท้าย•ตอนที่ 1
สัญญาณเตือนภัย
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับตัวแม่ กับยัยนักสืบพ่วงท้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!