เซฟเฮาส์ลับฉบับตัวแม่ กับยัยนักสืบพ่วงท้าย•ตอนที่ 5

กระสุนนัดแรก

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
กลิ่นดินปืนจางๆ ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงในระยะประชิด ชนิดที่ว่าหากขยับริมฝีปากอีกเพียงมิลลิเมตรเดียว ปลายจมูกของเราคงจะชนกันพอดี "ตามฉันมาก็พอค่ะ..." เรนกระซิบชิดริมฝีปากของนักสืบสาว "แล้วฉันจะทำให้คุณรู้ว่า... ขุมนรกที่แท้จริงหน้าตาเป็นยังไง" ดวงตาสีเข้มของแฮ็กเกอร์สาวไม่ได้มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับทอประกายระยับราวกับเด็กสาวที่กำลังเจอของเล่นชิ้นใหม่ที่ถูกใจที่สุด ในขณะที่พาย—นักสืบสาวผู้มั่นใจในตัวเองสูงลิ่ว—กลับต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อคำขู่ แต่เป็นเพราะระยะห่างอันตรายนี้มันกำลังทำลายสติสัมปชัญญะของเธอทีละน้อย ปัง! เสียงกระจกหน้าต่างห้องรับแขกแตกกระจายละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเศษกระสุนปริศนาที่เจาะฝังทะลุกำแพงปูนด้านหลังอย่างแม่นยำ เรนไม่ปล่อยให้เวลาเสียไปแม้แต่วินาทีเดียว มือเรียวที่เคยจับแต่คีย์บอร์ดเปลี่ยนมาคว้าข้อมือของพายไว้แน่น ออกแรงกระชากเต็มแรงจนนักสืบสาวเซถลาเข้ามาปะทะแผ่นอก "เฮ้ย! อะไรเนี่ย!" พายอุทานเสียงหลง สมองสัญชาตญาณนักสืบสั่งการทันที เธอเบี่ยงตัวหลบวิถีกระสุนนัดที่สองที่ตามติดมาติดๆ พร้อมกับมืออีกข้างที่คว้าปืนพกสั้นประจำตัวขึ้นมาขึ้นลำอย่างคล่องแคล่ว "คนตามมาเจอเราเร็วกว่าที่คิดแฮะ ฝีมือระดับไหนเนี่ย!" "ระดับที่ถ้าคุณยังมัวแต่บ่น เราคงได้ไปคุยกับราชาฮาเดสก่อนจะได้กินมื้อเย็นค่ะ" เรนตอบเสียงเรียบ แต่ฝ๋เท้ากลับซอยยิกพาพายพุ่งตัวหลบหลังโซฟาตัวหนา ท่ามกลางเสียงกระสุนที่เจาะทะลุผนังเข้ามาไม่ขาดสาย ฝุ่นละอองและเศษปูนฟุ้งกระจายจนแสบจมูก บรรยากาศบีบคั้นจนแทบขาดใจ แต่เคมีระหว่างคนทั้งคู่กลับพุ่งพล่านสวนทางกับสถานการณ์ความเป็นความตาย พายเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของแฮ็กเกอร์สาวที่ยังคงนิ่งสนิท แม้เหงื่อกาฬจะผุดซึมตามไรผม แต่แววตานั้นกลับเด็ดเดี่ยวและเฉียบคม "คุณนี่นะ... ปากดีไม่เปลี่ยนเลยเวลาหน้าสิ่วหน้าขວาน" พายกัดฟันกรอด ขยับตัวเข้าไปแนบชิดกับเรนมากขึ้นเพื่อใช้ผนังห้องครัวเป็นแนวบังกระสุนชั้นดี "แล้วเราจะออกไปอีท่าไหนคะคุณแฮ็กเกอร์ ประตูหน้าโดนปิดตายแน่นอน ฉันเดาว่าพวกมันคงกะเอาเราให้ตายคาคอนโดหรูนี่แหละ" "ใครบอกว่าจะออกทางประตูคะ" เรนหันมาสบตา ปรายยิ้มเยาะที่มุมปากเล็กน้อยอย่างยั่วเย้า "หน้าต่างห้องครัว... ชั้นสามสิบห้า มีระเบียงแคบๆ ที่เชื่อมไปยังตึกข้างๆ คุณกลัวความสูงไหมล่ะคะ คุณนักสืบ" พายแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความฮึกเหิมสไตล์สายบู๊เลือดร้อน "ความสูงไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ... แต่ถ้าตกลงไปแล้วไม่ได้เอาคืนพวกมัน ฉันคงนอนตายตาไม่หลับแน่" "ดีค่ะ งั้นก็ตามมาอย่าให้คลาดสายตาก็พอ" เรนถีบประตูห้องครัวเปิดผางออกไปลมเย็นยะเยือกยามค่ำคืนตีเข้าใส่ร่างทันที เบื้องล่างคือแสงไฟระยิบระยับของเมืองใหญ่ที่ดูราวกับดวงดาวบนพื้นดิน แต่เบื้องหลังคือเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่กำลังพังประตูหน้าเข้ามาอย่างเร่งรีบ เวลาเหลือน้อยเต็มทีแล้ว แฮ็กเกอร์สาวไม่รอช้า เธอปีนข้ามขอบหน้าต่างออกไปก่อนอย่างคล่องแคล่วราวกับผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี พายสูดหายใจเข้าลึก, รวบรวมสมาธิ แล้วกระโจนตามออกไปติดๆ ท่ามกลางเสียงปืนที่ดังสนั่นไล่หลังมาเป็นระลอก ลมแรงตีปะทะร่างจนเสื้อผ้าสะบัดพับๆ ระเบียงปูนกว้างเพียงคืบเดียวทำให้การทรงตัวเป็นเรื่องยากยิ่ง แต่เรนกลับยื่นมือมารอรับอย่างมั่นคง มืออุ่นจัดที่กุมกระชับข้อมือของพายไว้แน่น ทำให้ความหวาดหวั่นชั่วขณะมลายหายไปสิ้น "จับไว้แน่นๆ นะคะพาย..." เรนตะโกนแข่งกับเสียงลม "ถ้าปล่อยมือ... เราได้ตายด้วยกันจริงๆ แน่" พายเงยหน้าขึ้นสบตากับแฮ็กเกอร์สาวในเสี้ยววินาทีที่หัวใจเต้นโครมคราม ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความเหนื่อยจากการหนีตาย หรือเป็นเพราะสัมผัสอุ่นจากมือคู่นั้นกันแน่ที่ทำให้จังหวะการหายใจของเธอสะดุดไป ทั้งคู่พุ่งตัวเข้าไปหลบหลังคอมเพรสเซอร์แอร์ตัวใหญ่ของตึกฝั่งตรงข้าม เสียงหอบหายใจดังประสานกันท่ามกลางความเงียบงันชั่วขณะ เรนดันร่างของพายให้แนบชิดติดกำแพงเพื่อบังตัวจากแสงไฟฉายที่สาดส่องมาจากหน้าต่างห้องพักเมื่อครู่ ระยะห่างที่ใกล้จนเกินพอดีทำให้กลิ่นกายหอมละมุนของทั้งสองผสานกลิ่นอายอันตรายได้อย่างลงตัว "รอดตัวไปได้หวุดหวิดนะคะ..." เรนกระซิบชิดใบหู น้ำเสียงเจือความเย้าแหย่แม้ในสถานการณ์คับขัน "แต่ดูเหมือนว่า... พวกมันจะไม่ได้มาแค่กลุ่มเดียวนะคะ" พายขมวดคิ้วแน่น เธอกำปืนในมือมั่น เตรียมพร้อมเหนี่ยวไกได้ทุกเมื่อเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าปริศนาดังขึ้นที่บันไดหนีไฟฝั่งตรงข้าม—ไม่ใช่เสียงของมือปืนที่ไล่ล่าพวกเธอมา แต่เป็นเสียงฝีเท้าอันคุ้นเคยของใครบางคนที่ก้าวออกมาจากเงาดำ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ "เก่งมาก... ที่หนีออกมาได้ถึงนี่" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับลำแสงไฟฉายที่สาดตรงมายังซอกตึกที่พวกเธอกำลังซ่อนตัวอยู่ เรนชะงักกึก สีหน้าที่เคยเยือกเย็นและมั่นใจมาตลอด กลับแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัดในเสี้ยววินาที ดวงตาสั่นระริกเมื่อมองเห็นเงาร่างของบุคคลที่ก้าวออกมาจากความมืด "ไม่จริง... แกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง..." เรนพึมพำเสียงเบาหวิว ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับผีร้ายจากอดีตที่เธอพยายามหนีมาตลอดชีวิต ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญและลุ้นระทึกไปพร้อมกับกลิ่นลิลลี่สีขาวนะคะ!
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับตัวแม่ กับยัยนักสืบพ่วงท้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%