เซฟเฮาส์ลับฉบับตัวแม่ กับยัยนักสืบพ่วงท้าย•ตอนที่ 6

เส้นทางที่ไม่มีในแผนที่

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
กลิ่นควันบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นอับของเบาะหนังเก่าในรถกระบะคันโกโร่คือสิ่งที่เรียกว่าความอึดอัดขั้นสุด — เรนตวัดสายตาคมกริบมองกระจกมองหลังเป็นครั้งที่สี่ในรอบหนาที ขณะที่นิ้วเรียวยังคงรัวอยู่บนแป้นคีย์บอร์ดแท็บเล็ตเพื่อลบร่องรอยดิจิทัล ปลายเล็บที่ทาด้วยสีดำสนิทเคาะลงบนหน้าจอเป็นจังหวะกระชั้นชิด สะท้อนถึงความหงุดหงิดที่พุ่งทะยานจนเกือบแตะขีดสุด "ถ้าคุณยังถอนหายใจเสียงดังใส่ฉันอีกสักรอบ ฉันจะโยนแท็บเล็ตเครื่องแพงของคุณทิ้งออกนอกหน้าต่างซะตอนนี้เลยนะเรน" พายเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายจากถนนเบื้องหน้า มือขวาบิดพวงมาลัยหักหลุมบ่อบนถนนลูกรังเส้นรองที่ไม่มีในแผนที่ทางการด้วยความเชี่ยวชาญ ชุดเอี๊ยมยีนส์ลุยๆ และเสื้อกล้ามสีขาวรัดรูปชุ่มไปด้วยเหงื่อบางๆ จากความตึงเครียดตลอดสองชั่วโมงเต็มตั้งแต่ล้อรถเคลื่อนตัวออกจากเซฟเฮาส์ "เชิญค่ะ ถ้าคุณคิดว่ามือจะไวพอจะคว้ามันทันก่อนที่ฉันจะล็อกระบบตัวรถแล้วปล่อยให้มันล็อกเบรกกลางทาง" เรนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชาจนเกือบเป็นน้ำแข็ง แต่ดวงตากลมโตที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นตากลับไหวระริกด้วยความกรุ่นโกรธ "ขับรถประสาอะไร บ้าบิ่น ไร้เหตุผล และชอบสร้างภาระให้คนอื่นที่สุด" "อ้าว! นี่ฉันพาคุณหนีตายมานะคะคุณแฮ็กเกอร์อัจฉริยะ แทนที่จะกราบขอบคุณงามๆ สักสามที ดันมานั่งบ่นตั้งแต่กิโลเมตรแรกเนี่ยนะ?" พายตวัดหางตามามองแวบหนึ่ง มุมปากหยักยกยิ้มกวนประสาทที่เห็นแล้วชวนให้เรนอยากคว้าสแปנ็อกซ์ฟาดหัวสักทีสองที "แล้วอีกอย่าง เส้นทางนี้ชาวบ้านเขาใช้หลบด่าน... ถ้าอยากเจอพวกมันเร็วกว่ากำหนด ก็เชิญบ่นต่อได้เลยค่ะ ฉันตามใจ" บรรยากาศในห้องโดยสารแคบๆ กลับมาดิ่งลงสู่ความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตอีกครั้ง ความมาคุแผ่ซ่านเสียยิ่งกว่าควันพิษ เรนเบือนหน้าหนีออกไปมองทิวทัศน์สองข้างทางที่เป็นป่ารกทึบและแนวเขาที่ถูกหมอกหนาทึบปกคลุม การตัดสินใจทิ้งเซฟเฮาส์เดิมแล้วมุ่งหน้าสู่เขตชายแดนภาคเหนือคือสิ่งเดียวที่สมเหตุสมผลที่สุดในสถานการณ์ที่องค์กรเงานั้นสาวมาถึงตัว แต่การต้องมาติดแหง็กอยู่บนรถคันเดียวกันกับนักสืบสาวเลือดร้อนผู้ไม่เคยฟังคำสั่งใคร กลับเป็นความเสี่ยงทางหัวใจที่เธอประเมินต่ำไปเสียสนิท รถกระบะเลี้ยวโค้งหักศอกอย่างแรงจนร่างของเรนเซไปกระแทกกับประตูดัง *ปึก* "อุ๊บ!" "จับราวให้ดีๆ สิคะคุณหญิงเรน รถมันไม่ได้นิ่มเหมือนซูเปอร์คาร์ที่คุณนั่งบ่อยหรอกนะ" พายเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือแววเย้าแหย่ แม้สถานการณ์รอบตัวจะตึงเครียดแค่ไหน แต่นัยน์ตาคู่คมของนักสืบสาวกลับพราวระยับยามที่ได้เห็นแววตาตื่นตระหนกวูบหนึ่งบนใบหน้าสวยเฉี่ยวของคนข้างกาย เรนขบกริมฝีปากแน่นอย่างเจ็บใจ เธอขยับตัวถอยร่นชิดติดประตูฝั่งซ้ายให้มากที่สุดเพื่อเว้นระยะห่าง แต่พื้นที่อันจำกัดกลับทำให้หัวใจเจ้ากรรมเต้นโ과นกรานอย่างไร้เหตุผล กลิ่นกายเฉพาะตัวของพาย ทั้งกลิ่นสบู่สมุนไพรเจือกลิ่นแดดอ่อนๆ และเหงื่อจางๆ ลอยมาแตะจมูกทุกครั้งที่อีกฝ่ายขยับตัว กลบกลิ่นอับในรถเสียสนิท — *อันตราย ผู้หญิงคนนี้อันตรายต่อระบบประสาทของเธอพอกับพวกมือปืนยิงปูพรมเมื่อคืนนี้เลยทีเดียว* "มองอะไรคะ? หน้าฉันมีฝุ่นติด หรือว่า... หลงเสน่ห์ฉันเข้าแล้ว?" พายเอ่ยแซวหน้าตาย พร้อมกับลดความเร็วรถลงเนื่องจากสภาพถนนข้างหน้าเริ่มกลายเป็นดินโคลนลื่นชัน "หลงตัวเองค่ะ" เรนสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยความประหม่าที่เริ่มก่อตัว "ฉันแค่กำลังคำนวณว่าถ้าฉันผลักคุณตกหน้าผาตอนนี้ ฉันจะมีโอกาสรอดไปถึงชายแดนกี่เปอร์เซ็นต์" "ศูนย์ค่ะ" พายตอบทันทีอย่างไม่ลังเล รอยยิ้มมุมปากลึกลงกว่าเดิม เธอกะพริบตาปริบๆ ส่งสายตาแพรวพราวมาให้ "เพราะต่อให้คุณผลักฉันลงไป ฉันก็จะดึงมือคุณลงไปด้วย... เรามันพวกเดียวกันแล้วนะเรน จะทิ้งกันกลางทางไม่ได้หรอก" *พวกเดียวกันอย่างนั้นหรือ?* คำพูดเรียบง่ายแต่ทรงพลังประโยคานั้นทำเอาเรนชะงัก เธอมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของพาย—คนที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่ถึงสัปดาห์ แต่กลับยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อช่วยเธอฝ่าวงล้อมกระสุนปืนมาได้ ความมั่นใจที่ฉายชัด ความบ้าบิ่นที่ไร้ขีดจำกัด และแววตาที่จริงใจจนน่าโมโห... มันช่างแตกต่างจากโลกสีเทาและไร้ตัวตนที่เธอสร้างขึ้นมาตลอดชีวิต เรนเบนสายตากลับมามองหน้าจอแท็บเล็ตในมือ พยายามดึงสติกลับมาที่ภารกิจเบื้องหน้า แต่ทว่า... บรรทัดโค้ดที่เธอเขียนขึ้นบนหน้าจอกลับเริ่มพร่ามัว เมื่อสัญญาณเตือนภัยบางอย่างจากระบบดาวเทียมสำรองดังขึ้นเบาๆ *ตี๊ด... ตี๊ด...* "พาย..." เรนเอ่ยเรียกเสียงแผ่ว ความเยือกเย็นเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา สีหน้าของแฮ็กเกอร์สาวซีดเผือดลงจนเห็นได้ชัด "หืม? มีอะไรสัญญาณขาดเหรอ?" พายหันมามองแวบหนึ่งเมื่อเห็นท่าทีผิดปกติ "เปล่า..." เรนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นิ้วเรียวรีดเร่งรัวแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วสูงสุด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเมื่อหน้าจอแสดงผลจุดพิกัดสีแดงสว่างวาบขึ้นมานับสิบจุด ล้อมรอบรัศมีหัศจรรย์ในรัศมีห้ากิโลเมตร "พวกมันไม่ได้ดักรอเราข้างหน้า... แต่พวกมันรู้เส้นทางนี้ตั้งแต่แรกแล้ว" พายเหยียบเบรกจนล้อรถบดกับพื้นดินโคลนส่งเสียงดังสนั่น รถกระบะไถลไปข้างหน้าเล็กน้อยก่อนจะหยุดนิ่งสนิทกลางป่าทึบที่เงียบสงัด ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่พายจะหันมาสบตากับเรนด้วยแววตาที่แข็งกร้าวขึ้นทันin "คุณมั่นใจระบบความปลอดภัยของคุณแค่ไหน เรน?" "ฉันมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์!" เรนหันกลับมาเถียงเสียงแข็ง ดวงตาคู่สวยฉายแววหวาดระแวงระคนฉุนเฉียว "แต่ถ้าพวกมันรู้... แปลว่ามี 'หนอน' อยู่ในกลุ่มเรา หรือไม่ก็..." *ปัง!* เสียงกระสุนปืนนัดแรกดังแหวกอากาศทะลุกระจกหลังรถเข้ามาเฉี่ยวเบาะนั่งด้านคนขับไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร เศษกระจกแตกกระจายเกลื่อนเบาะ! พายไม่รอช้า เธอคว้าปืนพกสั้นออกจากช่องเก็บของหน้ารถอย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับกระชากแขนเรนให้หมอบราบลงไปกับเบาะหน้ารถทันที ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันสนิทจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแยกไม่ออกว่าเป็นของใคร "หมอบลงไป!" พายคำรามลั่นในลำคอ ใบหน้าอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียนของเรน "ดูเหมือนว่าทริปนี้... เราคงต้องเปลี่ยนแผนกะทันหันซะแล้วล่ะค่ะที่รัก" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกไปกับการเดินทางครั้งนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับตัวแม่ กับยัยนักสืบพ่วงท้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%