เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ช่วงชิงชะตา•ตอนที่ 2

ศิษย์ผู้นอกคอก

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
กลิ่นอายโลหิตจางๆ คละคลุ้งปะปนมากับสายลมหนาวเหน็บที่พัดผ่านยอดเขาเมฆา ปลายกระบี่ ‘เหมันต์นิรันดร์’ ในมือของหลี่มู่เฉินสะท้อนแสงจันทร์สีครามจนเกิดประกายระยิบระยับดั่งเกล็ดน้ำค้างบนยอดผา ทว่าความหนาวเย็นของศาสตراตราในมือยังมิอาจเทียบเท่ากับความเย็นเยียบในแววตาของเขา ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัด เบื้องหน้าของมหาประมุขผู้บรรลุขั้นเซียนกระบี่ไร้ใจ กลับปรากฏร่างของบุรุษผู้หนึ่งยืนหยัดอยู่อย่างอาจหาญ อาภรณ์สีดำสนิทปักลายหงส์เพลิงโลหิตสะบัดพลิ้วตามแรงลม ร่างนั้นสง่างาม ทว่าแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายมารอันชั่วร้ายที่แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งอาณาบริเวณ สิบปี... หนึ่งทศวรรษเต็มๆ ที่ศิษย์เอกผู้ทรยศนาม ‘เยี่ยซิงเหอ’ หายสาบสูญไปจากสำนัก บัดนี้ เขาไม่ได้กลับมาในฐานะเด็กหนุ่มผู้ถือกระบี่ไม้ไผ่และรอคอยคำชมจากอาจารย์อีกต่อไปแล้ว แต่กลับก้าวเข้ามาในฐานะ ‘ประมุขพรรคอธรรมโลหิต’ ผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งของยุทธภพ แววตาคู่คมกริบที่เคยมีความเคารพรักและเทิดทูน บัดนี้กลับราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใดๆ นอกจากรอยยิ้มหยันที่มุมปากซึ่งกรีดลึกลงไปในความทรงจำอันเจ็บปวด “ท่านอาจารย์... ไม่พบกันนาน สุขสบายดีหรือไม่ ?” น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยออกมานั้นแฝงไปด้วยพลังปราณอันกล้าแกร่งจนทำให้ยอดเขาเมฆาทั้งลูกสั่นสะเทือนเล็กน้อย เยี่ยซิงเหอไม่ได้คุกเข่าคำนับตามธรรมเนียมปฏิบัติของศิษย์ที่มีต่ออาจารย์ดังเช่นในอดีต เขากลับยืนกอดอก มือเรียวยาวข้างหนึ่งแตะอยู่ที่ด้ามกระบี่มารสีนิลที่ปล่อยไอสังหารคุกรุ่น ราวกับผู้มาเยือนจากขุมนรกที่จงใจมาทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่าง หลี่มู่เฉินไม่ขยับเขยื้อน ร่างในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ดูราวกับเซียนผู้ตัดขาดจากโลกีย์ ทว่าหัวใจภายใต้อกเสื้อกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง เป็นความรู้สึกที่เขาพยายามกดสะกดและฝึกฝนจิตใจให้ไร้ซึ่งความรู้สึกมานานนับสปีด—ความอาลัยอาวรณ์ที่ถูกเคลือบด้วยความผิดหวัง “เจ้ากล้าดีอย่างไร ถึงเหยียบย่างกลับมาที่นี่ เยี่ยซิงเหอ” หลี่มู่เฉินเอ่ยขึ้น เสียงของเขาเรียบสนทนาราวกับสายน้ำที่ไหลผ่านหน้าผา ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว ทว่ากลับกดดันจนเหล่าผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาของพรรคอธรรมที่ยืนอยู่เบื้องหลังถึงกับหน้าซีดเผือด “กล้าหรือ ?” เยี่ยซิงเหอหัวسาะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวسาะนั้นเยียบเย็นและบาดลึก “สถานที่โสมมแห่งนี้ มีสิ่งใดที่ข้าต้องไม่กล้าเหยียบย่าง? หรือท่านคิดว่า บรรดากฎเกณฑ์อัปลักษณ์และคุณธรรมจอมปลอมของสำนักเซียนกระบี่ จะยังสามารถกักขังข้าไว้ได้เหมือนสิบปีก่อน ?” สายตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างดุเดือด ราวกับประกายไฟที่ปะทะกับน้ำแข็ง ท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ขยาย เยี่ยซิงเหอก้าวเท้าเดินเข้าไปหาอาจารย์ทีละก้าว เสียงฝีเท้ากระทบพื้นหินดังสะท้อนก้อง กลิ่นอายมารที่แผ่ออกมาจากตัวเขารุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระบี่ในมือของหลี่มู่เฉินเริ่มส่งเสียงสั่นคำรามเบาๆ ราวกับรับรู้ถึงภัยคุกคามที่ไม่เคยเกิดขึ้นมานาน “สิบปีก่อน ท่านขับไล่ข้าออกจากสำนักด้วยข้อหาทรยศต่อสำนัก และใช้วิชามาร” เยี่ยซิงเหอหยุดยืนห่างจากหลี่มู่เฉินเพียงแค่เอื้อมมือ เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้ จนกลิ่นอายความคุ้นเคยที่หลี่มู่เฉินเคยโหยหาในยามค่ำคืนลอยมาแตะจมูก “ท่านบอกว่าข้ามีจิตใจที่มืดบอด เกินกว่าจะฝึกฝนวิถีกระบี่ไร้ใจได้... แต่วันนี้ ท่านลองมองดูข้าให้ดีสิ มู่เฉิน... ข้าในตอนนี้ แข็งแกร่งกว่าเซียนกระบี่ผู้สูงส่งเช่นท่านเสียอีก” สรรพนามที่เปลี่ยนไปจากการเรียก “ท่านอาจารย์” กลายเป็นการเรียกชื่อห้วนๆ เปรียบเสมือนการตัดขาดสะพานสายใยสุดท้ายระหว่างศิษย์กับอาจารย์อย่างสิ้นเชิง หลี่มู่เฉินหลับตาลงชั่วขณะเพื่อตั้งสติ ปราณกระบี่ไร้ใจในตันtianหมุนวนอย่างรวดเร็วเพื่อกดข่มความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก เขาเป็นถึงประมุขยอดเขาเมฆา ผู้บรรลุขั้นเซียนกระบี่ที่ผู้คนต่างเลื่อมใส เหตุไฉนจิตใจจึงยังคงสั่นคลอนเพียงเพราะคำพูดของเด็กหนุ่มคนนี้คนเดียว? “หากเจ้าคิดว่าการก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของฝ่ายอธรรม คือชัยชนะที่แท้จริง...” หลี่มู่เฉินลืมตาขึ้น แววตาคู่นั้นกลับมาเยือกเย็นไร้ความปรานีอีกครั้ง ปลายกระบี่เหมันต์นิรันดร์ยกขึ้นชี้ตรงไปที่ลำคอของอีกฝ่าย “เช่นนั้นวันนี้ ข้าในฐานะอาจารย์ จะเป็นผู้ลงทัณฑ์และล้างมลทินให้แก่สำนักด้วยมือของข้าเอง” บรรยากาศรอบตัวพลันระเบิดออกด้วยแรงกดดันมหาศาล ลมพายุหมุนวนหอบเอาเกล็ดหิมะขึ้นสู่ท้องนาราตรี ทว่าก่อนที่กระบี่เล่มงามจะทันได้ตวัดลงทัณฑ์ เยี่ยซิงเหอกลับไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นที่มุมปากของอดีตศิษย์เอก เขายื่นมือออกไปสัมผัสกับคมกระบี่ที่จ่ออยู่ตรงลำคอโดยไม่เกรงกลัวว่ามันจะบาดลึก เลิฟสีสดหยดหนึ่งไหลรินลงบนเนื้อกระบี่สีเงินยวง ตัดกันอย่างน่ากลัว “ท่านคิดจะฆ่าข้าจริงๆ หรือ... มู่เฉิน ?” เยี่ยซิงเหอกระซิบเสียงแผ่วเบา ชิดริมหูของหลี่มู่เฉินจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วหู “ถ้าเช่นนั้น... ท่านจำความลับในคืนก่อนวันที่ข้าถูกขับไล่ได้หรือไม่ ? ความลับที่ท่านจงใจปิดตายมันไว้... และข้า... ก็คือผู้เดียวที่ถือครองกุญแจดอกนั้น” หลี่มู่เฉินชะงักกึก ปลายกระบี่ในมือสั่นสะท้อนอย่างรุนแรงจนเกือบหลุดมือ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงที่ถูกเก็บซ้ำไว้อย่างมิดชิดมาตลอดทศวรรษ! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามการเดินทางอันหนาวเหน็บนี้ด้วยกันนะคะ หลิวเยี่ยนซี
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ช่วงชิงชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%